ไม่เสียเงินไม่เสียเพื่อนไม่ให้ยืมเงินไม่ลำบากใจ

 

คนอื่นขอยืมเงิน ลำบากใจทวง

 

มะลิ มาพา เข้าใจและเห็นใจทุกคนที่ต้องลำบากใจในการทวงหนี้คนที่ชอบมาติดหนี้ยืมเงินเรา ตอนยืมเราน่ะพูดง่าย ๆ แต่ตอนยืมไปแล้วไม่ยอมคืนสักที นี่จะทำอย่างไร เข้าทำนองว่า “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย จะทำไม” ก็เพราะเราเองน่ะซิชอบใจอ่อนให้คนอื่นยืมเงินกู้เงินเองนี่นา “ให้ยืมเอง ช้ำเอง เป็นทุกข์เอง จะโทษใคร ก็ตัวเราเอง”

 

มะลิ มาพา เอง มีเพื่อนที่ขนาดใคร ๆ กลัว เพราะดูภายนอกแล้วไม่น่าจะมีใครอาจหาญยืมเงินเพื่อนคนนี้ได้ เธอยังถูกยืมเงินบ้าง ยืมสิทธิ์กู้เงินบ้าง ยืมเงินทางอ้อมจากการเล่นแชร์กับท้าวแชร์บ้าง และมีเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ชอบให้คนอื่นกู้เงินก้อนโต ๆ เพราะเห็นแก่ดอกเบี้ยงาม ๆ ร้อยละเท่าไรต่อเดือน ซึ่งมากน่าดู (แต่ตามกฎหมายให้คิดดอกเบี้ยได้เพียงร้อยละ 7.5 ต่อปีเท่านั้นนะคะ) เคยโดนโกงไป ลูกหนี้หนี ไม่จ่ายหนี้เงินเป็นแสน น่าเสียดายมาก มะลิ มาพา ได้แต่เห็นใจสงสารเพื่อน แล้วเพื่อนคนนี้ก็โดนแบบนี้ตลอด เพราะก็มีรายอื่นเข้ามาเรื่อย ๆ บางรายก็จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน ถึงเวลาก็จ่ายเงินต้น บางรายเงินต้นเป็นแสน ๆ ก็ให้รอเป็นปีแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววจะได้คืน แถมไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยด้วย

 

เอาล่ะ ไม่เป็นไร ทีนี้มันเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว จะแก้ไขได้อย่างไร หลายท่านคับอกคับใจ นึกคิดคำพูดทวงเงิน คิดวิธีการสารพัด หรือไม่กล้าทวงเงิน ปล่อยให้เงินของตัวเองสูญสลายหายไปราวกับว่าตัวเองใช้จ่ายเงินนั้นไปเอง เป็นการปลอบใจตัวเองได้ทางหนึ่ง แต่ยังไง ยังไงก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี มะลิ มาพา รู้นะ

 

ท่านผู้อ่านตั้งคำถามในใจว่าแล้วตัวมะลิ มาพา ล่ะ สำหรับตัวมะลิ มาพา เองดูภายนอกอ่อนหวาน น้ำเสียงไพเราะเพราะพริ้ง ไม่โหด ต้องมีคนคิดว่าใจอ่อนที่จะให้เขายืมเงินได้ แต่ผิดถนัดค่ะ ยากมากที่จะยืมเงิน มะลิ มาพา ได้นะ ขอบอก

 

ครั้งแรกตอนทำงานใหม่ ๆ เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เพื่อนนักเรียนมัธยมปลายได้ขอยืมเงินไป 2,000 บาท ตอนนั้นก็เยอะอยู่นะคะ มะลิ มาพา ก็พาเพื่อนไปด้วยอีก 1 คนเพื่อความอุ่นใจว่ามีพยานรู้เห็น กดเงินจากตู้ ATM ให้เขาไป และให้เขาเซ็นชื่อที่สลิป ATM ด้วย (ไม่รู้จะช่วยอะไรได้ไหม แต่อย่างไรก็ต้องให้เซ็นชื่อ เป็นพยานหลักฐานไว้ก่อน ก็ได้ผลตรงที่เขาก็ชะงักนิดหนึ่งอึ้ง ๆ แล้วก็เซ็นชื่อให้นะคะ)

 

ครั้งที่สองก็หลายปีดีดักแล้วเหมือนกัน รุ่นพี่ที่ทำงานขอให้มะลิ มาพา ช่วยใช้สิทธิ์กู้เงินฉุกเฉินจากสหกรณ์ แล้วผ่อนจ่ายทุกสิ้นเดือน พอสลิปเงินเดือนมาปั๊บ มะลิ มาพา ก็รีบแจ้งยอดเงินกู้ให้เขาทันที แล้วอีกวันเขาก็ต้องจ่ายเงินให้ แต่ส่วนใหญ่ก็ต้องทวงกันหลายวันอยู่กว่าจะได้เงิน มีอยู่เดือนหนึ่งติดต่อเขาไม่ได้ ทำอย่างไรดี มะลิ มาพา ก็ต้องสืบเสาะหาทางติดต่อเขาให้ได้ มือถือเขาก็ยังไม่มีใช้ เบอร์โทรศัพท์ที่บ้านก็ไม่มี แต่มะลิ มาพา ระลึกได้ว่า ต้องติดต่อแฟนเขา ซึ่งมะลิ มาพา ก็รู้จักเพราะอยู่ที่ทำงานเดียวกัน มะลิ มาพา ก็จัดการค้นการ์ดแต่งงาน ดูชื่อครอบครัวแฟนเขา เพราะต้องค้นหาที่อยู่จากชื่อบุคคล ก็พบเบอร์โทรศัพท์ที่บ้าน ก็จัดการโทรไป บอกแฟนเขาก็จัดการให้เรียบร้อย

 

ครั้งที่สามและครั้งที่สี่เหมือนกันที่เป็นเพื่อนสนิทมัธยมต้น แต่เกิดขึ้นเวลาห่างกันหลายปี เพื่อนสนิทขอยืมเงิน 3,000 บาท ไปจัดงานแต่งงานในบางส่วน เขาบอกว่าจะทยอยคืน แต่มะลิ มาพา ก็ไม่ได้ทวงเขาหากไม่เดือดร้อนจริง ๆ นาน ๆ ทีที่บางเดือนมะลิ มาพา ไม่มีเงินจริง ๆ ก็ค่อยโทรหาเขา เขาก็โอนจ่ายให้ จนตอนนี้เหลือติดอยู่ 1,000 บาท มะลิ มาพา ก็ไม่คิดจะทวงเขา และเพื่อนสนิทอีกคนขอยืม 1,500 บาท ผ่านไปเป็นเดือน มะลิ มาพา ก็ไม่ได้คิดทวงเขา แต่เผอิญมีวันหนึ่ง มะลิ มาพา ดันกดเงินจากตู้ ATM แล้วรีบร้อนเดินไป บัตร ATM เลยถูกกลืนเข้าไปในตู้ ATM เช้าวันรุ่งขึ้น มะลิ มาพา เลยต้องไปหาเพื่อนคนนี้ที่ทำงานซึ่งอยู่ใกล้ที่พักมะลิ มาพา ว่า ขอเงินคืน 500 บาท ก่อน แล้วหลังจากนั้นอีกหลายเดือน เขาก็ยังไม่ได้จ่ายเงินที่ติดอยู่อีก 1,000 บาท มะลิ มาพา ก็ไม่คิดทวงเงินเขา ทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิทของมะลิ มาพา มาแต่ไหนแต่ไร เมื่อครั้งที่มะลิ มาพา เดือดร้อนเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องเงิน พวกเขาได้ช่วยเหลือเหมือนเป็นเรื่องทุกข์ร้อนของพวกเขาด้วย มะลิ มาพา ซาบซึ้งใจมาก ๆ และขอขอบคุณเพื่อน ๆ อย่างใจจริงในโอกาสนี้ด้วย

 

ประสบการณ์การทวงเงินคนยังมีอีกนะคะ แต่เป็นการทวงหนี้ทางอ้อมค่ะ เป็นอย่างไรคะ ก็เป็นหนี้ที่ไม่ใช่เขามาติดหนี้มะลิ มาพา โดยตรง แต่เขาติดหนี้คนอื่นที่ต้องจ่ายเงินนั้นให้แก่มะลิ มาพา แล้วมะลิ มาพา จะได้เงินได้อย่างไรกัน มะลิ มาพา เลยต้องปฏิบัติการทวงเงินให้ค่ะ แล้วจะมาเล่าเรื่องแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อไปนะคะ