เรื่องเล่าของ ดักลาส เบเดอร์ (Douglas Bader) นักบินผู้ขาขาดทั้งสองข้างของกองทัพอากาศอังกฤษ กลับเป็นนักบินรบที่แม้กระทั่ง ฝ่ายศัตรูยังให้การยอมรับถึงศักยภาพที่ยอดเยี่ยม

ผมอ่านเรื่องราวของ  ดักลาส เบเดอร์ (Douglas Bader) ด้วยความทึ่ง และมองเห็นจิตใจของนักสู้ที่เดินตามความฝันจนมีความสำเร็จ

อ่านเรื่องราวนี้ได้นับจากนี้

 

 

ปีกหัก ... (วินทร์ เลียววาริณ)

 


( http://www.leisuregalleries.com/badersp.jpg )

 

ในวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2474 ความฝันที่จะบินของ ดักลาส เบเดอร์ สลายลง

ตั้งแต่เล็กเขาฝันที่จะบินอย่างนก มาถึงวันนี้ ปีกทั้งสองของเขาหักแล้ว

วันนั้นเขาทำการบินผาดโผนเรี่ยพื้น พลันปีกซ้ายกระแทกพื้นโลกอย่างแรง เครื่องบินเสียหลักกระแทกพื้น เขารู้สึกตัวอีกครั้งที่โรงพยาบาล พบว่า ขาท่อนล่างของตนขาดทั้งสองข้าง

อาชีพนักบินของเขาก็สิ้นสุดลงในวันนั้น

 

( https://commerce.mysecuresites.com/home/CollectAir/badergal,jpg.jpg )

 


ดักลาส เบเดอร์ เกิดที่ลอนดอนในปี พ.ศ.2453 พ่อเป็นทหารที่ตายในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

เขาเรียนดี จบและบรรจุเป็นทหารอากาศเก้าปีก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ทำงานได้เพียงปีครึ่ง ก็เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตก

หลังจากขาทั้งสองถูกตัดตรงตำแหน่งเข่า เขาก็ถูกปลดประจำการ แม้แต่น้อย เขายังฝันที่จะบินในเครื่องแบบอีกครั้ง

 

( http://www.telegraph.co.uk/telegraph/multimedia/archive/00439/news-graphics-2008-_439113a.jpg )

 

โอกาสของเขามาถึงเมื่อโลกเข้าสู่วงโคจรของสงครามโลกครั้งที่สอง เขาทำเรื่องขอเข้าประจำการอีกครั้ง กองทัพอากาศลังเล แต่ในที่สุดคนรักการบินก็พบตัวเองในเครื่องบินสปิตไฟร์เหนือฟ้าดินแดนศัตรู

เครื่องบินของเขาติดอักษรย่อชื่อของเขาที่ข้างล่างว่า D-B (Douglas Bader) แต่คนอื่นเรียกเขาผ่านวิทยุว่า "Dogsbody"

ในการรบที่ดังเคิร์ก ดักลาส เบเดอร์ ยิงเครื่องบินเยอรมันนีตกหลายลำ ไม่นานต่อมาเขาได้รับตำแหน่งคุมหน่วยบิน 242 เครื่องเฮอริเคน นักบินเป็นชาวแคนาดาทั้งหมด

ตอนแรกลูกน้องไม่เชื่อถือหัวหน้าขาขาด แต่ไม่นานก็ยอมรับเขาในความแกร่งกร้าวไม่กลัวใคร

ก่อนสิ้นฤดูร้อนปีนั้น เขายิงเครื่องบินเยอรมันตก 22 ลำ จนกองทัพเยอรมันนีอยากรู้ว่าใครคือนักบินจอมพิฆาตคนนี้

 

( http://www.aviationartgallery.co.uk/Images/Large-Images/First-of-many.jpg )

 


ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2484 ถึงคราวของเขาที่ถูกยิงตกบ้าง ดักลาส เบเดอร์ ถูกศัตรูจับตัวได้

เมื่อรู้ว่าจับตัว ดักลาส เบเดอร์ ได้ นายพลเยอรมันนายหนึ่งเดินทางมาดูตัวเขาทันที เมื่อเห็นขาเทียมที่หมดสภาพของเขา จึงอนุญาตให้ฝ่ายอังกฤษส่งขาเทียมมาให้ทางอากาศเป็นกรณีพิเศษ พวกอังกฤษก็ส่งขาเทียมมาให้ทางร่มชูชีพ

เบเดอร์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ที่นั่นด้วยความช่วยเหลือจากพยาบาลสาวชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง ราวกับนิยายจารกรรมกับนิยายรัก เขาหนีออกไปได้ แต่ไม่นานก็ถูกจับอีกหน

เล่ากันว่า ดักลาส เบเดอร์ พยายามหนีหลายครั้ง จนเยอรมันขู่จะยึดขาเทียมของเขา ท้ายสุดก็ถูกส่งตัวไปขังที่คอลดิตซ์ และอยู่ในคุกนั้นจนสิ้นสงคราม

พวกทหารเยอรมันดูแลนักบินขาขาดคนนี้อย่างดี เพราะนับถือฝีมือของเขา และหัวใจไม่ยอมแพ้

 

( http://www.assonetart.com/tangmerewing.jpg )

 

จังหวะชีวิตเป็นเรื่องไม่แน่นอน อุปสรรคทางกายภาพเกิดขึ้นเรื่อย ๆ กับคนโชคร้าย เราไม่มีทางรู้ว่าในวินาทีหนึ่งวินาทีใดข้างหน้าเราจะประสบอุบัติเหตุในรูปแบบไหน

และเมื่อมันเกิดขึ้นกับเรา เราจะยอมรับมัน หรือว่าจะก่นด่าโชคกลายเป็นคนตาบอด

หลายคนอาจบอกว่า "อย่าไปคิดแต่เรื่องไม่เป็นมงคลเลย ฉันทำบุญมามากแล้ว คงไม่ซวยอย่างนั้นหรอก"

แต่ทุก ๆ วันก็มีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับคนซวย ... เนื่องจากชีวิตไม่เคยแน่นอน เราจึงควรเตรียมพร้อมเสมอ

ชีวิต คือ การพลิกแพลงไปตามสภาพแวดล้อม คนกล้าหาญ คือ คนที่ยอมรับไฟไม่ดีที่ตัวเองถืออยู่ในมือ และเล่นอย่างระวัง บ่อยครั้งมันก็จบด้วยชัยชนะ

 

( http://www.steamandcountrycam.co.uk/collections/51/1210611441.jpg )

 

 

ดักลาส เบเดอร์ บอกว่า "อย่าไปฟังใครบอกคุณว่า คุณทำไอ้นี่ไม่ได้ ทำไอ้นั่นไม่ได้ เหลวงไหลทั้งเพ ตัดสินใจให้แน่ คุณจะไม่ใช้ไม้ค้ำแล้วไปให้สุดในทุก ๆ อย่าง ไปโรงเรียน เล่นเกมทุกอย่างที่อยากเล่น ไปทุก ๆ ที่ที่คุณอยากไป แต่อย่า --- อย่าเป็นอันขาดทีให้ใครมาบอกคุณว่า มีอะไรที่ยากเกินไปหรือเป็นไปไม่ได้"

ยากหรือง่ายอยู่ที่ใจ เป็นไปได้หรือไม่ก็อยู่ที่ใจ

 

 


หมายเหตุ : ขาเทียมของ ดักลาส เบเดอร์ ยังเก็บอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศที่สตาฟฟอร์ด

เล่ากันว่า การที่ ดักลาส เบเดอร์ ประสบความสำเร็จในการรบทางอากาศก็เพราะเขาไม่มีขา เหตุผลคือ ในการรบที่ใช้ความเร็วสูงและหักลำกลับทันที จะก่อเกิดแรงโน้มถ่วงสูงกว่าธรรมดาหลายเท่า ทำให้นักบินหมดสติได้ เพราะเลือดจากสมองถูกดึงไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ขา ในเมื่อเบเดอร์ไม่มีขา จึงสามารถครองสติได้นานกว่าคนอื่น และเป็นข้อได้เปรียบในการรบ

 

.............................................................................................................................................

 

ดักลาส เบเดอร์ (Douglas Bader) ... หัวใจไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา ถึงแม้ไม่มีขา แต่เขาสามารถทำตามความฝันที่เขามีได้

แล้วคุณล่ะ ? สู้หัวใจเหล็กของ ดักลาส เบเดอร์ (Douglas Bader) ได้หรือไม่ ?

ฝากคิด ... แค่นั้นเองครับ ;)

 

บุญรักษา ... ทุกท่าน

 

.............................................................................................................................................


แหล่งข้อมูล

วินทร์ เลียววาริณ.  เบื้องบนยังมีแสงดาว.  กรุงเทพฯ : 113, 2550.