คุณธรรม

 

 

 

ในวันที่ต้องอยู่คนเดียวที่เดลี เพราะครอบครัวกลับไปเมืองไทย ผมขอย้อนคิดคำนึงถึงการพบกับนักการเมืองไทยท่านหนึ่ง ที่เมื่อพบแล้ว ก็รู้สึกว่า เป็นนัการเมืองที่ทำให้มีความรู้สึกดีๆ กับการเมืองไทย

ผมอาจจะสรุปเร็วไป แต่ก็ขอเอาความรู้สึกเป็นตัวนำ บ้านเมืองไทย ถ้ามีนักการเมืองดีๆ และได้ทำงาน ได้ทำหน้าที่อย่างเต้มความสามารถ ก็น่าเชื่อว่าจะผ่านปัญหาต่างๆ ไปได้อย่างแน่นอน

ลองอ่านดูนะครับ

ข้อคิดจากการสนทนากับนักการเมือง...คนหนึ่ง

 

ตามปรกติผมจะไม่มีโอกาสได้พบนักการเมืองของไทยนัก เพราะเป็นคนทำงานในต่างประเทศ ก็ทำงานของเราไป นักการเมืองก็ทำงานของเขาไป เราจะเห็นการทำงานของนักการเมืองผ่านการรายงานของสื่อมวลชน ก็รู้ว่าใครทำอะไรบ้าง หรือใครไม่ทำอะไรบ้าง

ในชีวิตนี้ ผมยังไม่เคยคิดว่าจะเป็นนักการเมือง เคยอยากเป็นเหมือนกันสมัยเด็กๆ แต่ในที่สุดเลิกคิดเพราะเป็นคนใจอ่อน ใจดีเกินไป ไม่มีทางเป็นนักการเมืองได้

ถ้าเป็นนักการเมืองผมคิดแต่จะให้ ให้ทุกอย่างกับประชาชนเพื่อให้ประชาชนมีความสุข  คิดแค่นี้ ก็เป็นไม่ได้แล้ว ก็คงได้แต่เป็นในฝัน หากอยากจะเป็น

การอยู่ในต่างประเทศ บางครั้งก็ทำให้มีโอกาสพบกับนักการเมืองของไทยโดยไม่คาดคิด ....ไม่มากครั้งนักแต่ก็ได้พบบ้าง

ในการพบแต่ละครั้ง หากเป็นนักการเมืองจริงๆ ก็คงไม่ได้มีโอกาสสนทนาอะไรกันมากเพราะต่างปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละคนก็คงได้เห็นแต่ภาพพจน์ตามที่ได้อ่านจากสื่อ

จึงหายากที่จะได้สนทนาและได้ข้อคิดที่ลึกซึ้งจากนักการเมือง

แต่ ก็มีเหมือนกันที่สนทนากันแล้ว ได้พบว่านักการเมือง ถ้ามีความเป็นมนุษย์ มีคุณธรรม มีความรู้ มีประสบการณ์ ก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรได้มากมาย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการเมืองของนักการเมืองคนนั้นที่เราสามารถติดตามข้อมูลเองได้จากสื่อที่ทรงพลัง

ในที่สุดผมก็พบนักการเมืองคนหนึ่ง ที่ไม่เคยได้ยินชื่อและไม่ค่อยคุ้นชื่อมาก่อนเลย อาจเพราะผมไม่ได้ติดตามอย่างสม่ำเสมอก็ได้

แต่ชื่อไม่คุ้นเลย แต่บอกว่าเป็นนักการเมืองมา 30 กว่าปีแล้ว

ได้สนทนากันและได้พบว่ามีข้อคิดและความรู้เกิดขึ้นมากทีเดียว น่าสนใจดี

จึงขอนำความในใจมาเล่าสู่กันฟัง ว่าเป็นอย่างไร มีลักษณะและคุณสมบัติประจำตัวอะไร โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่านักการเมืองนั้นคือใคร

 

ข้อแรก เป็นคนที่สนใจในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบตัว

ทราบว่าท่านเพิ่งมาจับงานด้านนี้ แต่ก็สนใจไปหมดทุกเรื่องและหาคำตอบจนได้ทุกครั้งไป แสดงว่าเป้นผู้ที่สนใจจะศึกษาตลอดเวลา

ข้อสองเป็นคนที่รับฟังคนอื่น

เห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่ไม่ได้ต้องการพูดให้คนอื่นรับฟังข้างเดียวแต่รับฟังที่คนอื่นพูดด้วยและไม่ใช่รับฟังเท่านั้นแต่กลั่นกรองเพื่อนำไปใช้ตามความเหมะสมด้วย

ข้อสามเป็นคนที่เปิดเผย

ต้องยอมรับว่าเท่าที่ได้สัมผัสมา นักการเมืองท่านนี้เป็นคนที่เปิดเผยดี ทั้งในเรื่องงาน เรื่องชีวิตและส่วนตัว และทราบว่าที่เปิดเผยนี้ก็เพราะไม่ได้คิดจะปิดบังอะไร นอกจากนั้นยังบอกด้วยว่ายินดีให้ตรวจสอบเสมอ

ข้อสี่ เป็นคนหัวไว

สิ่งที่ผมชอบก็คือเป็นคนที่เข้าใจเรียรู้เรื่องได้ไว เมื่อหาข้อมูลได้ ก็จะพิจารณาและเข้าใจเรื่องได้ดีซึ่งแสดงว่ามีพื้นฐานความรู้ที่ดีและเป็นคนที่ติดตามเรื่องต่างๆ  จึงนำมาประมวลเป็นความเห็นได้

ข้อห้าเป็นคนที่กล้าทำ กล้าตัดสินใจ

ข้อนี้อาจจะเป็นนิสัยปรกติของนักการเมืองโดยทั่วไป แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นคนหนึ่งที่กล้าตัดสินใจ โดยยึดความถูกต้องเป็นหลักการเสมอ ผิดคือผิด ถูกคือถูกและที่สำคัญกล้าทำเรื่องที่ผิดให้เป็นถูก ทวนกระแสได้

ข้อหก เป็นคนที่ ณ ตอนนี้ ต้องบอกว่าโปร่งใส

ที่บอกว่าโปร่งใสเพราะทราบว่ายินดีให้ตรวจสอบเสมอและเท่าที่ฟังคำอธิบายในเรื่องต่างๆ มีเหตุผลโดยละเอียดทุกเรื่องที่คนสงสัย เรื่องโปร่งใสนี้ ผมไม่ค่อยเป็นห่วงว่าจะตรงและถูกต้องไหมเพราะปัจจุบันสื่อมวลชนมีพลังในการติดตามและตรวจสอบมากทีเดียว นักการเมืองจะเป้นอย่างไร เดี๋ยวสื่อก็สามารถนำมาเสนอได้ครบทุกด้าน

ข้อที่เจ็ดเป็นคนมีความรู้และประสบการณ์

ได้รับทราบว่ามีประสบการณ์ทางการเมืองยาวนานถึง 30 ปี ก็ต้องยอมรับว่ายาวนานทีเดียวและเท่าที่ได้เห็นการทำงานถือว่าเป็นคนที่มีประสบการณ์สูง ทั้งในเรื่องของการบริหาร และวิชาการที่เกี่ยวข้องของตน

ข้อที่แปด เป็นคนที่ไม่ถือตัว

เป็นนักการเมืองที่ไม่ถือตัวเลย สบายๆ ติดดิน ทราบว่ามาเป็นคนจังหวัดมหาสารคามและต่อสู้ชีวิตมามากมายก่อนที่จะมาถึงทุกวันนี้ เป็นลูกอีสานอีกท่านหนึ่งที่ชาวอีสานภูมิใจได้

ข้อที่เก้าเป็นคนที่มีหัวใจ

ข้อสุดท้ายนี้ น่าประทับใจดี เพราะเป็นคนที่มีความรักในหัวใจเสมอ ตั้งแต่รักเพื่อนมนุษย์ รักประเทศชาติ รักแผ่นดิน รักคนไทยและรักหญิงไทยอันสุดท้ายนี้ เป็นเรื่องที่ดีความรักไม่รั่วไหลไปต่างประเทศ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นพื้นฐานที่ดีของการสร้างครอบครัวและสังคมไทย ถ้าไม่มีความรักแล้วครอบครัวเกิดไม่ได้

 

ฟังดูเหมือนเป็นคนที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม ซึ่งนักการเมืองคนอื่นๆ ก็คงมีอยู่เหมือนกันและไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าใครจะมีมากหรือมีน้อยเท่านั้น แต่ประเด็นเหล่านี้ ก็เป็นเรื่องจริงที่ผมได้สังเกตุและสัมผัสมาในช่วงเวลาเพียง 2-3 วันที่ได้พบกันจึงต้องดูกันต่อไปว่าคุณสมบัติเหล่านี้ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งใครที่รู้จักหรือทราบดีอยู่แล้ว ก็คงเห็นตามนี้

แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จักนักการเมืองอย่างผมนี้ ก็คงได้แต่ติดตามอ่านข่าวจากสื่อต่างๆ ว่านักการเมืองท่านนี้จะทำงานเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองได้มากเพียงใดและเป็นนักการเมืองที่ดีหรือไม่

ต้องยอมรับว่าการได้พบกับนักการเมืองท่านนี้ ทำให้ผมมีความรู้สึกที่ดีและเห็นว่าเป็นภาพพจน์ที่ดีขึ้นของนักการเมืองไทย

หากมีนักการเมืองที่ดีๆ มาก บ้านเมืองไปรอดแน่ครับ

สำหรับข้อคิดดีๆ จากการสนทนากับนักการเมืองผู้นี้

จะได้นำมาเสนอกันในโอกาสหน้าครับ