ค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปดูละครเวที แม่นาคพระโขนง เดอะมิวสิคัล ที่เมืองไทยรัชดาลัย เพราะปกติเป็นคนชอบ ความสด ของละครเวที แต่ไม่เคยดูในเมืองไทยเลยสักครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ดูละครเวทีนอกมหาวิทยาลัยในเมืองไทย เพราะอยากดู แถมเพื่อนเลี้ยงอีกต่างหาก... ข้อหลังถ้าจะสำคัญกว่า
ถ้าไม่นับฉากโปรโมตทั้งหลายที่หาอ่านได้ตามบทความโฆษณาของละครเรื่องนี้แล้ว ผม รู้สึก และ ได้แง่คิด อะไรหลายอย่าง

ภาพจาก website หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ http://www.thairath.co.th/
- เรามักจะชื่นชมกับผลงานของ นักแสดงที่อยู่แถวหน้า แต่ลืมไปว่า คนที่เก่งและทำงานหนักไม่แพ้กัน คือ ตัวประกอบ และโดยเฉพาะ คนที่อยู่เบื้องหลัง ผมชอบ ดนตรีและคำร้อง ในละครเรื่องนี้มาก การใช้ถ้อยคำสั้นกระชับ เสียงประสาน อารมณ์ของเพลง จนต้องไปดูชื่อของคนประพันธ์ดนตรีและคำร้อง..สราวุธ เลิศปัญญาวุธ และ วิเชียร ตันติพิมลพันธ์ ส่วนฉากและแสงก็ทำได้ในระดับมาตรฐาน
- ในละครเรื่องนี้ มีหลักธรรมแทรกอยู่ตลอดเรื่อง ฉากที่สะกดและสะกิดใจผมได้จนจำออกมาจากโรง เป็นฉากเล็กๆกลางๆเรื่องที่ดูไม่ค่อยสำคัญเท่าไร เป็นตอนที่ พระสอนให้ชาวบ้านรู้จักการให้อภัย ด้วยคำพูดคุ้นหูแต่มีพลัง .. อย่าได้จองเวรจองกรรมแก่กันเลย ไม่รู้เป็นไง ประโยคนี้ มันทำให้ผม..หลุด..ออกนอกเรื่องราวที่อยู่บนเวทีไประยะหนึ่งนานทีเดียว ผมคิดถึงตัวเอง คิดถึงคนไข้ เพื่อน และเหตุการณ์ในบ้านเมืองของเรา เรียกได้ว่า หลุด..ไปไกลเลยทีเดียว
- ความไม่เที่ยง เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึก ทั้งๆที่เรื่องนี้ เรียกได้ว่าสว.แทบทุกคนจะรู้เนื้อเรื่องหมดว่าช่วงไหนแม่นาคจะทำอะไร ช่วงไหนแม่นาคจะยื่นมือยาวๆ แล้วหนังผีก็ย่อมมีอะไรที่หักมุมให้เรารู้สึกเกินคาดเป็นมุกประจำ แต่ละครเรื่องนี้ทำให้ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเรื่อง และฉาก สนุกอยู่ดีๆกลายเป็นเศร้า ตลกกลายเป็นสยอง อารมณ์ความรู้สึกที่แปรเปลี่ยนฉับพลันตลอดเวลาทั้ง เศร้า โกรธ เกลียด สุข ทั้งของคนแสดงและผู้ดู แต่ก็แปลก เพื่อนผมที่ไปดูละครด้วยกันคนหนึ่งกลับเก่งขึ้นไปอีกระดับ สามารถตามดูใจของตนเองได้ขนาดบอกว่า ไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไร เพื่อนผมคนนี้กำลังจะบรรลุธรรมแล้วครับ..ฮา
- ความรัก เป็นพื้นฐานของความสุขความทุกข์ของคนเรา รวมทั้ง ผี ด้วย
สวัสดีค่ะ
มาฟังเรื่องเล่าละครเวทีค่ะ
ขอบคุณค่ะ
อยากดูเหมือนกัน แต่เวลาไม่เอื้อ
เสียดาย เสียดาย เสียดาย
สวัสดีค่ะ
.ละครเวทีเรื่องนี้ให้แง่คิดในเรื่องการยึดมั่นถือมั่น ไม่ปล่อยวาง จึงเกิดเป็นความทุกข์นะคะ
.เข้ามาอ่านเรื่องราวดีๆจากละครค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
อากดูค่ะ แต่ไม่มีคนเลี้ยง อิอิ
แหมๆ น่าอิจฉาจัง อยู่กทม.กลับไม่ได้ดู จริงๆ อยากดูโขน แต่ชวนเพื่อนรุ่นเดียวกันไม่มีใครอยากดู เซ็งอารมณ์
คุณหมอ เขียนว่า....พระสอนให้ชาวบ้านรู้จักการให้อภัย.....คำนี้ พี่ก็ชอบมากค่ะ....แต่จริงๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย...ส่วนใหญ่ ต้องใช้เวลาสักระยะ พอให้ลืมๆ หรือ อารมณ์เย็นๆ เหมือนไฟที่มอดลงแล้ว...แต่พอให้อภัยได้แล้ว ก็โล่งนะคะ เหมือนเรา ได้ชัยชนะอะไร บางอย่าง คือ ชนะตัวเองค่ะ
มาขอเรียนรู้ด้วยคนครับคุณหมอ
2. ธนพันธ์ ชูบุญ
อาจารย์แป๊ะน่าจะพาน้องแป้งไปดู ละครผีอะไรไม่รู้ขำกลิ้ง
3. อุดมพันธ์
5. ♥paula ♥ที่ปรึกษาตัวน้อย✿
น้องพอลล่าคงต้องมาทำงานอยู่ต่างจังหวัด แล้วนานๆเข้ากรุงเทพฯสักทีอย่างผม เพื่อนๆจะได้เห็นใจพาไปเลี้ยง นะครับ
6. Little Jazz
น้องซูซาน คงต้องชวนคนรุ่นแม่ไป หรือไม่ก็..อ้างเด็ก..พาน้องทีมไปดู โอ็ยเด็กเต็มโรงเลยครับ และที่ดีคือ ไม่มีเสียงกวนเลยด้วย
ดู โขนจอเล็ก ไปพลางนะครับ
7. Sasinand
8. ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
ขอบคุณครับอาจารย์
ไปดูทั้งครอบครัวเลยตั้งแต่รอบแรกๆ เลย ชอบมากๆ เด็กๆ เขาติดใจบอกว่า อยากดูอีก!!!
15. รศ.พญ. ปารมี ทองสุกใส
คิดถึงอาจารย์หมอเต็มค่ะไม่เห็นเเวะไปทักทายกุ้งที่เเท้เเอบไปดูเเม่นาคนี่เอง อยากดูเหมือนกันค่ะเเต่คงต้องรอดู VCD