เที่ยงวันที่ ๑๒ มิ.ย. ๕๒ ศ. ดร. ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์ และ รศ. ดร. ลือชัย ศรีเงินยวง มาคุยเรื่องกลไกการจัดการวิชาการแนวราบ หรือแนวบูรณาการระหว่างศาสตร์    ทำให้คิดขึ้นได้ว่า ศาลายาเสวนา ที่เป็นเวทีนโยบายสาธารณะ สามารถใช้เป็นกลไกบูรณาการระหว่างศาสตร์ได้   
          ศาลายาเสวนา เป็นเวทีนโยบายสาธารณะ ที่จัดขึ้นเพื่อใช้เป็นกลไกเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยมหิดลเข้ากับสังคม   และในขณะเดียวกัน สามารถใช้เป็นกลไกบูรณาการระหว่างศาสตร์ได้   ผ่านการหยิบประเด็นจากการเสวนาไปทำวิจัยเอกสารเพื่อหาคำตอบสำคัญๆ ที่รวบรวมจากเวทีเสวนา    เอามาตอบคำถามให้แก่สังคม   คำถามใดที่ค้นหาความรู้ไม่พบ ก็จะเป็นประเด็นวิจัย สำหรับวิจัยสภาพความเป็นจริงในสังคม โดยการวิจัยภาคสนาม
          ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยกระดาษหรือการวิจัยภาคสนาม เพื่อตอบโจทย์ของสังคมในชีวิตจริง ต่างก็ต้องการทีมสหสาขาวิชา   
          ดังนั้น มหาวิทยาลัยมหิดลจึงควรจัดระบบการจัดการ “จากศาลายาเสวนา สู่การวิจัยสหวิทยาการ”    เพื่อเชื่อมโยงต่างศาสตร์เข้าหากัน   อันจะเป็นวิธีการสร้างฐานความเข้มแข็งทางวิชาการของมหาวิทยาลัยมหิดลขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง   โดยมีเป้าหมายคือ การมีตำแหน่งมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของเอเซีย    และ ๑ ใน ๑๐๐ ของโลก  

 
          ระบบการจัดการดังกล่าวควรประกอบด้วย

๑.   อธิการบดี นำหัวข้อศาลายาเสวนา ที่ทำเป็นปฏิทินตลอดปี   เข้าหารือในการประชุมกับทีมรองอธิการบดี  และที่ประชุมบริหาร   เพื่อหารือว่าแต่ละหัวข้อน่าจะนำไปสู่การวิจัยกระดาษและการวิจัยสนามในประเด็นใดบ้าง   และประเด็นนั้นๆ น่าจะเกี่ยวข้องกับนักวิชาการสาขาใดบ้าง   น่าจะเชิญอาจารย์ผู้ใดในสาขานั้นๆ มาร่วมเสวนาเพื่อจับประเด็นนำไปทำวิจัยตอบโจทย์ของสังคม   ในลักษณะของทีมวิจัยสหสาขา    คือใช้ศาลายาเสวนาเป็นเครื่องมือสร้างโจทย์วิจัยที่เชื่อมโยงกับความต้องการของสังคม 


.   ทีมท่านรองฯ ชื่นฤทัย เชิญอาจารย์เหล่านั้นมาทำการบ้าน หรือทำ BAR ล่วงหน้า    ว่าจะเตรียมการจับประเด็นวิจัยเรื่องใดบ้าง แบ่งงานกันอย่างไร      รวมทั้งอาจปรึกษาว่ามีแหล่งทุนใดที่อาจสนใจสนับสนุนหัวข้อวิจัยนั้นๆ    รวมทั้งเสนอแนะให้ทีมท่านรองฯ ชื่นฤทัยเชิญผู้แทนแหล่งทุนมาร่วมเสวนาด้วย    การประชุมนี้น่าจะมีรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยหรือ ผอ. กองวิจัยเข้าร่วมหารือด้วย   ถือว่าเป็นการเตรียมงานด้านการจัดการงานวิจัย จัดการแหล่งทุน


๓.   ทีมงานอาจารย์หรือนักวิจัย ต้องเป็นทีมสหวิทยาการที่มีความสามารถสูง   และอาจมีคนนอกมหาวิทยาลัยมหิดลก็ได้ หากจำเป็น หรือไม่มีคนในมหาวิทยาลัยมหิดลที่เก่งจริงๆ ในสาขานั้นๆ  


๔.   หลังการเสวนา ทีมดังกล่าวร่วมกันจัดทำข้อเสนอโครงการวิจัยเป็นชุดโครงการ    สำหรับให้รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและทีมงานเอาไปเจรจากับแหล่งทุน   โดยอาจต้องตักแบ่งบางส่วนเป็น pilot project ใช้เงินของมหาวิทยาลัยมหิดลทำวิจัยไปก่อน   ให้มีผลงานเอาไปยืนยันกับแหล่งทุนว่าทีมวิจัยจะมีความสามารถ deliver ผลงานตามในโครงการได้จริง และอย่างมีคุณภาพสูง 

 
๕.   ระหว่างการทำงานวิจัย มีการประชุม steering และเอาผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เป็นระยะๆ    โดยอาจจัดเป็นศาลายาเสวนาหรือไม่ก็ได้  


๖.   มีการนำข้อสรุปของศาลายาเสวนา และของผลงานวิจัยที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ขึ้น เว็บไซต์ ของมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้สาธารณชนได้นำไปใช้ประโยชน์ 

 


          สิ่งที่ผมต้องการสื่อสารก็คือ   มหาวิทยาลัยมหิดลต้องการ concerted effort ด้านการจัดการวิชาการ/วิจัย หลายฝ่าย เพื่อใช้ศาลายาเสวนาให้เกิดประโยชน์หลายด้าน

 

วิจารณ์ พานิช
๑๘ มิ.ย. ๕๒