อ่านแล้วก็เห็นด้วยในบางส่วน และยอมรับว่ามีส่วนที่เป็นจริงพอสมควร จึงนำมาเผยแพร่เพื่อที่ชาว gotoknow จะมีขอคิดข้อเสนอแนะ
ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์การเรียนของเด็กไทย หลังพบว่า เรียนแย่ลง และขาดความรู้ที่เข้มแข็ง
ศ.คลินิก พญ.วินัดดา ปิยะศิลป์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าววันนี้ (17 มิ.ย.) ว่า ปัจจุบัน ปัญหาผลการเรียนของเด็กไทย ยังน่าเป็นห่วง โดยจากการสำรวจของสถาบันระดับโลก จะพบว่า ประเทศไทยอยู่อันดับท้ายๆ สอดคล้องกับรายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET) ของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในปี 2551 พบว่า ผลสอบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้คะแนนเฉลี่ยทุกวิชา ไม่ถึงร้อยละ 50 ซึ่งลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับการทดสอบ ในปี 2544-2546 ที่เด็กได้คะแนนเฉลี่ย ในวิชาต่างๆ อยู่ในระดับร้อยละ 70-79 รวมทั้งยังขาดความเข้มแข็ง ในด้านความรู้ และทักษะพื้นฐาน ในการทำงานด้านความคิด วิเคราะห์ และสร้างสรรค์ ทักษะการอ่านของนักเรียนไทย ส่วนใหญ่ไม่เกินระดับ 2 จากทั้งหมด 5 ระดับ
"ในฐานะที่เป็นแพทย์ ซึ่งดูแลปัญหาสุขภาพกาย และสุขภาพจิตของเด็กมาตลอด พบว่า ความจริงแล้ว เด็กฉลาดพบได้มาก จะพบเด็กไม่ฉลาด เพียง 1-3% เท่านั้น แสดงว่ายังมีเด็กฉลาด แต่เรียนไม่เก่งอีกมาก เพียงแต่ระบบการเรียน การสอน และการให้ความช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาการเรียนของเรา ยังไม่ดีพอ นอกจากนี้ ปัญหาสุขภาพของเด็ก ที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการเรียนได้แก่ ปัญหาการได้ยิน การมองเห็นบกพร่อง ปัญหาความบกพร่องในการเรียนรู้ โรคสมาธิสั้น ภาวะปัญญาอ่อน ซึ่งหากไม่มีทีมสหวิชาชีพในโรงเรียน ทำงานอย่างเป็นระบบ เด็กกลุ่มนี้อาจขาดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา เนื่องจากครูเองยังขาดทักษะในการวิคราะห์ และการช่วยเหลืออย่างถูกวิธี"
ศ.คลินิก พญ.วินัดดา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ระบบการเรียนการสอน ในปัจจุบันไม่สร้างความมั่นใจ ให้กับเด็กเท่าที่ควร ดูได้จากสถิติการเข้าสู่โรงเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีละ 8-9 แสนคนต่อปี เมื่อจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 เด็กที่กล้าสอบเข้ามหาวิทยาลัย มีเพียง 100,000 คนเท่านั้น แสดงว่ามีเด็กเพียงร้อยละ 15 เท่านั้น ที่พร้อมแข่ง แต่อีกกว่า 7 แสนคน มีความรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่มั่นใจว่าจะสู้คนอื่นได้ และหากระบบการศึกษา ยังมุ่งเน้นแต่เฉพาะเด็กเก่ง ก็จะลากสังคมไปทั้งหมด เพื่อเด็กกลุ่มเดียว แต่เด็กที่เหลือยังไม่มีระบบรองรับ ในการช่วยเหลือ พร้อมกันนี้ หากดูรากฐานลึกๆ ของเด็กที่มีปัญหาเรื่องอารมณ์ พฤติกรรม มักเป็นปัญหามาจากการล้มเหลวทางด้านการเรียน เนื่องจากระบบไม่สามารถพัฒนาความสามารถด้านอื่น ที่จะทำให้เด็กรู้สึกภูมิใจในตัวเอง
ปัจจุบัน ระบบการศึกษาของไทยเรา..หลายเรื่องมีผลสะท้อนที่แสดงว่า..กำลัง ถอยหลังเข้าคลอง..เช่น
--- พื้นฐานการเรียนรู้ด้านภาษาไทย ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม..จริยธรรม ศาสนา สังคม ..รู้กว้างแต่ไม่รู้ลึก...
---ไม่สร้างจิตสำนึก..ไม่สร้างการคิดวิเคราะห์ ..
---ไม่สร้างแบบอย่างที่เรียนรู้ได้..ไม่สร้างคุณลักษณะที่ดีงาม (character building) ที่สามารถดำรงความเป็น "คนไทยที่น่านับถือ น่านิยม " ..
---ไม่สร้างการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์ที่มีทางข้อเด่นและข้อด้อย...ฯลฯ
ดังนั้น เครือข่ายการขับเคลื่อนหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา ที่กำลังดำเนินการอย่างเข้มแข็ง ..
---ด้วยการสนับสนุนให้เกิดศูนย์การเรียนรู้เรื่องนี้ทั่วทุกภูมิภาค..
---เริ่มจากกระบวนการบูรณาการหลักสูตรการเรียนการสอนกับหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลงสู่โรงเรียนตัวอย่าง
---สร้าง ผอ...ครู..นักเรียน..ที่มีความเข้าใจ ประยุกต์ใช้ ขยายผล สู่ทักษะชีวิต บนความยั่งยืนและพัฒนาสู่ตนเอง ครอบครัว และชุมชน
หากสนใจรายละเอียด โปรดอ่านตัวอย่างจาก weblink นี้ค่ะ
http://www.scbfoundation.com/main_th.php
ขอบคุณครับที่แนะนำเวปไซด์ดีๆ ผมได้พบคลังปัญญาที่มีคุณค่าอีกแห่ง และเห็นด้วยกับกระบวนการบูรณาการหลักสูตรการเรียนการสอนกับหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงลงสู่โรงเรียนครับ ขอขอบคุณอีกครั้ง
นักเรียนๆแย่เพราะอาจานไม่สอน
แล้วพอจับได้ก็ไร่นักเรียนออก
หาว่านักเรียนไม่ยอมเรียน
นักเรียนเลยหมดอนคต
โรงเรียนแย่
ใครไปเรียนจะหมดอนคตเหมือนกับเรา