นอกจากใบพลูแล้วพวกเขาก็จะได้ผักสวนครัวของแม่อุ๊ยติดมือกลับบ้านด้วยเสมอ...จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมชาวบ้านจึงรักและเคารพแม่อุ๊ยเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ของพวกเขาทุกคน บวกกับความใจดี มีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของแม่อุ๊ยนี่เอง ฉันเลยเป็นที่เอ็นดูของชาวบ้านไปด้วย

   วันนี้พอมีเวลาเล็กน้อย ที่จะบันทึกเรื่องราว..ของวันวาน...

 

       

         เพราะบ้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำ บ้านของฉันจึงเป็นทางผ่านที่ชาวบ้านมาลงเรือข้ามฟาก  เป็นทางลงสู่แม่น้ำที่คนในหมู่บ้านมาใช้ประโยชน์จากแม่น้ำ ทั้งดื่มกิน ทั้งตักไปไว้ใช้  ทั้งอาบ ทั้งซักล้าง นำวัว ควายมาอาบน้ำ มันทำให้ฉันจดจำภาพวิถีชีวิตของผู้คนได้อย่างชัดเจน  (*สมัยนั้นน้ำใสสะอาด ไม่มีมลพิษ จึงใช้ดื่มกินได้ ไม่เหมือนปัจจุบัน...ขนาดจะลงเล่นยังไม่ค่อยกล้าเท่าไหร่...*)

        ตอนเย็นแดดร่มลมตก ชาวบ้านจะทยอยมาอาบน้ำที่ท่าน้ำกัน บางคนก็จะหิ้วกะละมังมาซักผ้า บางคนก็หาบคุน้ำ(ถังน้ำที่ทำด้วยสังกะสี) เพื่อตักน้ำกลับไปใช้ที่บ้าน พวกผู้หญิงนุ่งผ้าถุงกระโจมอก สาวๆ ก็จะมีผ้าเช็ดตัวคลุมไหล่ไว้ขณะเดินมากจากบ้าน ต่างก็กล่องสบู่ ยาสีฟัน ยาสระผมและผ้าแห้งสำหรับผลัดเปลี่ยนเวลาขึ้นจากน้ำ...ผู้ชายก็นุ่งผ้าขาวม้า บางคนนุ่งกางเกงขาก๊วย ส่วนเด็กๆ (ผู้ชาย) ก็แก้ผ้าเล่นน้ำกันตามประสา  ส่วนฉันเป็นผู้หญิง...ก็ต้องนุ่งกระโจมอกซิคะ...แม่อุ๊ยสอนวิธีเหน็บผ้าถุงไม้ให้หลุดง่าย  ฉันก็เลยสามารถเล่นน้ำ ตีโป่งลอยคอได้อย่างสนุกสนาน ไม่ต้องกังวลว่าผ้าถุงจะหลุด....

        แม่อุ๊ยชอบกินหมาก  จึงปลูกใบพลูไว้ข้างบ้าง ทำค้างให้มันเลื้อยเป็นซุ้มบังแดดได้สบายเลยทีเดียว มีทั้งพลูธรรมดาและพลูทอง พลูธรรมดาใบสีเขียวเข้ม พลูทองใบสีเขียวอ่อนออกเหลือง  อีกซุ้มนึงปลูกอยู่ข้างบันไดขึ้นบ้าน ซึ่งแม่อุ๊ยต่อเป็นเรือนเล็กๆสำหรับนั่งเล่น ใบพลูจะเลื้อยขึ้นมาตามเสาและหลังคาไม้ระแนงจนแน่น  ช่วยบดบังแสงแดดไม่ให้ส่องเข้ามาในเรือนเล็ก เมื่อแสงแดดส่องกระทบและเห็นใบพลูชูช่อเป็นสีทองเหลืองอร่าม ยามเช้ามีน้ำค้างเกาะใบพลูเมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ดูงดงามจับใจเหลือเกิน  ฉันจำภาพเหล่านั้นได้ติดตาไม่เคยลืม... เรือนเล็กที่ปลายนอกชานนี้เป็นที่นั่งเล่น นอนเล่น ที่นั่งกินหมาก ฟังวิทยุ ที่รับแขก ฉันก็ชอบนั่ง นอนเล่นตรงนี้ เพราะเย็นสบายดี รวมทั้งทำหน้าที่บีบนวด และถอนผมหงอกให้แม่อุ๊ย  บางที่ฉันก็แอบกินหมาก แต่แม่อุ๊ยไม่ค่อยให้ฉันกินหมาก คงกลัวว่าฟันของฉันจะดำ...

        ใครๆ เดินผ่านบ้านฉัน มักหยุดทักทายและขอพลูไปฝากคนที่บ้าน  นอกจากใบพลูแล้ว อุ้ยยังปลูกพืชผักสวนครัวไว้หลายชนิด เช่น ชะอม บวบ ฟักเขียว ถั่วฝักยาว พริก มะเขือ กระเพรา โหระพา สระแหน่  ข่า ตะไคร้  บ้านมีบริเวณกว้าง และอยู่ใกล้แม่น้ำ ผักของแม่อุ๊ยจึงงามและออกดอกผลให้กินได้ตลอดปี ดังนั้น  นอกจากใบพลูแล้วพวกเขาก็จะได้ผักสวนครัวของแม่อุ๊ยติดมือกลับบ้านด้วยเสมอ...จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมชาวบ้านจึงรักและเคารพแม่อุ๊ยเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ของพวกเขาทุกคน  บวกกับความใจดี มีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของแม่อุ๊ยนี่เอง  ฉันเลยเป็นที่เอ็นดูของชาวบ้านไปด้วย ... อ้อ! คนใจครอบครัว เรียกฉันว่าน้อง...นำหน้าชื่อทุกครั้ง  คนในหมู่บ้าน จึงเรียกฉันว่า น้องบุต กันติดปาก จนเดี๋ยวนี้ ฉันโต...ฉันเป็นครู..และก็อายุตั้งมาก (เท่าไหร่? อย่ารู้เลย...) เขาก็ยังเรียกฉันว่า น้องบุต อยู่เลย...ฟังแล้วก็รู้สึกอบอุ่นนะ รู้สึกได้ถึงความรักความเอ็นดูที่เขามีให้เหมือนเรายังเป็นเด็ก เป็นลูกหลานของเขาตลอดเวลา  ซึ่งหายากในสมัยนี้