เรื่องราวของนักสู้ชีวิตอย่างคุณทะนง เป็นสื่อการสอนชั้นดี

บทความชิ้นหนึ่งชื่อ ชีวิตเริ่มต้นที่ก้าวสุดท้าย ของ ชุติมา นุ่นมัน ในมติชนฉบับ อาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ทำให้ฉันได้รู้จักผู้ชายคนหนึ่งที่สมควรได้รับการคารวะในจิตใจที่เป็นนักสู้  สมควรที่เป็นแบบอย่างสำหรับคนทุกคนที่ไม่สู้ชีวิต

     

  คุณทนง โคตรชมภู  พิการทั้งมือและเท้า ต้องนั่งอยู่บนรถเข็นตลอดเวลา  ทุกวันนี้เขาเป็นคนทำงานศิลปะที่ใครๆ เรียกว่า “อาจารย์” ที่น่าประทับใจยิ่งคือ  เขาวาดภาพโดยใช้ปากคาบดินสอและพู่กัน แทนการใช้มือ

กว่าที่ชีวิตจะมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย หากเขาไม่มีความเพียร และ พลังใจที่เข้มแข็ง 

 

คุณทนงเริ่มป่วยตอนอายุ 12 ขวบ กำลังจะขึ้นชั้น ป.๖ เริ่มจากขาไม่มีแรง  “จะก้าวไปไหนแต่ละย่างรู้สึกทรมานมาก” ครั้งหนึ่งไม่มีใครอยู่บ้าน เขาพยายามเดิน...แล้วล้ม ...เดินแล้วก็ล้ม  "รู้เลยว่าก้าวย่างที่หลังบ้านในตอนนั้นเป็นการก้าวย่างสุดท้ายของผมเอง"

 

เขาไม่ได้ไปโรงเรียนอีก  แต่ด้วยใจรักการวาดภาพ และความเพียร เขาฝึกวาดภาพ และเรียนหนังสือเองที่บ้าน มีพ่อแม่ น้องชาย น้องสาว เป็นกำลังใจและสนับสนุนการเรียน การวาดรูป 

 เขาเล่าว่า 

 "ผมชอบและผูกพันกับศิลปะมาตั้งแต่ร่างกายแขนขายังเป็นปกติ ตั้งแต่เรียน ป.1 ครั้งที่เริ่มเรียนวิชาวาดรูป ได้รับคำชมจากครูว่าวาดรูปดี แม้เป็นเพียงคำชมเล็กๆ แต่คำคำนั้นมันยิ่งใหญ่สำหรับเด็กบ้านนอกอย่างผมมาก"

แต่กำลังใจที่ยิ่งใหญ่มาจากแม่   ผู้หญิงคนเดียวที่สนับสนุนเขาไม่เคยขาดในเรื่องการเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะ

“วันหนึ่งแม่ผมออกไปหาเห็ดในป่าเขาเห็นเห็ดดอกหนึ่งขึ้นบนโคนไม้ แทนที่จะเก็บมาเฉพาะเห็ด กลับแบกไม้นั้นมา

ทั้งท่อนซึ่งหนักมาก กลับมาถึงบ้านเอามาให้ผมแล้วบอกว่า มันสวยอยากให้ผมวาดรูปดอกเห็ดที่ขึ้นบนโคนไม้โคนนี้ ผมฟังแล้วอึ้งมาก ตั้งใจวาดภาพนั้นมากที่สุดในชีวิต ขณะที่วาดคิดอยู่เสมอว่ามีสายตาของแม่มองอยู่ด้วยความชื่นชมและให้กำลังใจ"

          ไม่นานหลังจากนั้น แขนเริ่มไม่มีแรง  เขากลายเป็นคนพิการทั้งแขนและขาใช้การไม่ได้ ช่วยเหลืออะไรตัวเองไม่ได้เลย

"ผมก็ซึมอยู่หลายวัน รู้สึกว่าประตูชีวิตถูกปิดตาย ทั้งๆ ที่ผมยังมีชีวิตอยู่"
"แต่เหมือนชะตาลิขิต เพราะค่ำวันหนึ่งผมเผอิญนึกได้ว่าเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เป็น

หนังสือที่รวบรวมเอาความมหัศจรรย์ของโลกเอาไว้ มีเรื่องสั้นๆ เกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งที่พิการเหมือนผม แต่เขาพยายามวาดรูปโดยใช้ปาก"

เขาลองทำดู  แต่ไม่สำเร็จ
"รู้สึกท้ออย่างมาก แต่ก็นึกถึงแววตาของแม่แล้วทำให้ผมมีแรงอึดขึ้นมาทุกครั้ง คืนนั้น

ทั้งคืนพยายามหาวิธีอยู่ว่าทำอย่างไรให้เอาปากคาบพู่กันวาดรูปให้ได้...

           สุดท้ายเขาทำได้  และเมื่อเขาบอกกับทุกคนในบ้าน  และลองทำให้ดู  ทุกคนอึ้ง
           "แม่ร้องไห้ เพราะดีใจที่ผมตัดสินใจที่จะสู้ หลังจากนั้นเขาหายไปพักหนึ่งแล้วกลับมาพร้อมกับไม้ไผ่
เหลามาเกลี้ยงเกลา แล้วเอาพู่กันผูก เป็นไม้ด้ามยาวๆ ให้ผมคาบเพื่อให้วาดรูปได้สะดวกขึ้น ผมลองเอาพู่กันที่แม่ประดิษฐ์ให้มาคาบไว้ในปาก แล้ววาด วาด วาด รสหวานจากไม้ไผ่สดๆ กำซาบสู่สิ้น เหมือนรสความเป็นห่วงความรักที่แม่มีต่อผม วินาทีนั้นผมคิดว่า ต่อให้อุปสรรคมากแค่ไหน เพื่อแม่ผมจะผ่านมันไปให้ได้"

 

คุณทนงบอกว่า คนพิการหลายคนช่วยเหลือตัวเองได้มากกว่าเขา แต่คนเหล่านั้นขาดแรงใจ การพูดคุยของเขากับคนเหล่านั้นอาจจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่เรื่องการดูแลกันเองของคนในครอบครัวสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

 เขาเจอประสบการณ์นี้มากับตัวเอง เข้าใจมันดี

 

-------------------------------

 

หลังจากอ่านแล้ว......

          น้ำตาซึม จับใจ ซึ้งใจ ในความรักของแม่  และความเพียรพยายามของคุณทนง  โคตรชมพู

อยากให้เด็กๆ รุ่นใหม่ ที่เปราะบาง ท้อง่าย ใจไม่สู้ ไม่รักการเรียน ได้อ่าน  ได้ศึกษา ชีวิตของคนที่ร่างกายพิการ ขาดโอกาส แต่ต่อสู้ ไม่ท้อ ไม่สิ้นหวัง  เพื่อที่จะได้เกิดแรงบันดาลใจ

คิดว่า  น่าจะเอาเรื่องนี้ไปสอนเด็กๆ

 ความเพียรเป็นคุณสมบัติที่จำเป็น  เป็นนามธรรม  สอนยาก แต่สามารถใช้กระบวนการสอนทักษะชีวิตมาใช้ได้

เรื่องของคุณทนงเป็นสื่อสร้างความรู้สึกที่ดี  เด็กเล็กๆ ใช้สื่อที่เป็นนิทานได้  แต่เด็กโตการใช้สื่อที่เป็นคนจริงๆ มีตัวตนจริง  และยิ่งอยู่ใกล้ตัวมากเท่าไหร่  ยิ่งสร้างความรู้สึกได้มาก  ตามด้วยการพูดคุย แสดงความคิดเห็น  แล้วสรุปความคิดรวบยอดว่า  เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง  อะไรที่เราควรเอาเป็นแบบอย่าง  อะไรที่เราไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง  เพราะอะไร  เพื่ออะไร

การสอนสิ่งที่เป็นความเชื่อ  ที่ต้องสอนอ้อมๆ   เพราะเราไม่สามารถสอนตรงๆ ได้ว่า นักเรียนต้องเชื่ออย่างนั้น  คิดอย่างนี้  เพราะเขาไม่เชื่อ  ถ้าให้เขาคิดเอง สรุปเองก็จะเชื่อ

 เรื่องราวของนักสู้ชีวิตอย่างคุณทะนง  เป็นสื่อการสอนชั้นดี 

 

อ่านเต็มๆ ได้ที่นี่ค่ะ

http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01way01140652&sectionid=0137&day=2009-06-14

 

จันทร์ ๑๕ มิย.๒๕๕๒