คิดสบายๆ

เรื่องเล่าเร้าพลัง KM โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ นครศรีธรรมราช

ชื่อเรื่อง ล้างไม่ออก

ชื่อผู้เล่า นางนพคุณ พูลสวัสดิ์

 

ดิฉันเป็นครูที่ปรึกษานักเรียนห้อง ม 203 โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ นครศรีธรรมราช ทุกครั้งในตอนเช้าหลักเลิกแถว ครูที่ปรึกษาทุกคนจะต้องพบปะนักเรียนทุกคนที่ตนเองดูแลในฐานะครูที่ปรึกษา เป็นกิจกรรมโฮมรูมนักเรียนก่อนเข้าห้องเรียน เพื่อพูดคุยให้คำปรึกษา แนะนำนักเรียนในเรื่องต่างๆ วันหนึ่งดิฉันได้พูดคุยกับนักเรียนเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดของร่างกาย เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย โดยเฉพาะนักเรียนผู้หญิงที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และบังเอิญหันไปเห็นนักเรียนหญิงคนหนึ่งปากของนักเรียนจะแดงผิดธรรมชาติ จึงถามนักเรียนว่าใช้อะไรทาปาก นักเรียนตอบว่าไม่ได้ใช้ เป็นอย่างนี้หลายครั้งนักเรียนก็ปฏิเสธทุกครั้ง วันหนึ่งช่วงวันหยุดดิฉันได้ไปเยี่ยมบ้านของนักเรียนหญิงคนนี้ ขณะพูดคุยกับผู้ปกครองของนักเรียนดิฉันเหลือบไปเห็นขวดน้ำยาอุทัยทิพย์ตั้งอยู่ข้างฝาบ้าน จึงถามผู้ปกครองว่าใช้ทำอะไร ผู้ปกครองตอบว่าเป็นของนักเรียนหญิงคนนั้น เห็นนักเรียนชอบนำมาทาที่ปากเป็นประจำในตอนเช้า ดิฉันจึงบอกถึงโทษของการใช้น้ำยาอุทัยทิพย์ทาปากว่าจะทำให้ปากนักเรียนมีสีคล้ำและดำลง หลังจากวันนั้นก็ไม่เห็นปากนักเรียนเป็นสีแดงอีก แต่นักเรียนหันมาใช้แป้งตลับทาหน้าแทน และคงใช้ครีมรองพื้นมาด้วยเพื่อให้ติดทนนาน ในขณะที่เรียนวิชาคณิตศาสตร์ของดิฉัน สังเกตเห็นว่านักเรียนคนนี้หน้าขาวนวลผิดปกติจึงเรียกซักถาม นักเรียนตอบว่าใช้แป้งตลับทาหน้า ดิฉันจึงบอกให้ไปล้างหน้าเสียโดยให้เพื่อนนักเรียนไปเป็นเพื่อนด้วย แต่ด้วยนักเรียนทาแป้งตลับโดยใช้ครีมรองพื้นจึงล้างน้ำเปล่าไม่ออก บังเอิญในห้องน้ำมีน้ำยาล้างจานวางอยู่ นักเรียนได้ใช้น้ำยาล้างจานล้างหน้า เพื่อนนักเรียนเห็นจึงมาบอกครู ดิฉันจึงเรียกนักเรียนคนนั้นมาอธิบายถึงการใช้น้ำยาล้างจานล้างหน้าว่าจะเกิดโทษอย่างไร และมอบหมายให้นักเรียนไปค้นคว้าเกร็ดความรู้ที่เป็นการรักษาผิวพรรณและผิวหน้าของนักเรียนให้เหมาะสมกับวัยของตนเอง แล้วให้มาเล่าให้เพื่อนฟังในคาบกิจกรรมโฮมรูม หลังจากนั้นนักเรียนหญิงคนนี้ก็ไม่ใช้เครื่องสำอางอีกเลย

 

 

 

 

 

 

</span>

 

 

 

เรื่องเล่าเร้าพลัง KM โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ นครศรีธรรมราช

ชื่อเรื่อง ผังมโนทัศน์

ชื่อผู้เล่า นางอรชร สมประดิษฐ์

ปีการศึกษา 2547 ข้าพเจ้าไปศึกษาดูงานโรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ จังหวัดกระบี่ ข้าพเจ้าเดินเข้าไปชมกิจกรรมนักเรียนห้องวิทยาศาสตร์ และนักเรียนกำลังเขียนผังมโนทัศน์ จึงเข้าไปคุยและสอบถามนักเรียนว่าเรียนวิชาอะไร นักเรียนตอบว่ากำลังเรียนวิทยาศาสตร์ และข้าพเจ้ามีความสงสัยจึงถามว่า นักเรียนเขียนผังมโนทัศน์ ทำไม นักเรียนตอบข้าพเจ้าว่า เพื่อคลายเครียด

เมื่อกลับมาถึงโรงเรียน ข้าพเจ้าได้นำความคิดเรื่องการเขียนผังมโนทัศน์มาใช้ประกอบการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย โดยให้นักเรียนเขียนผังมโนทัศน์เกี่ยวกับหัวข้อเรียงความ ผลปรากฏว่าเมื่อนักเรียนสามารถเขียนผังมโนทัศน์ประกอบการเรียนได้ และนักเรียนมีความสุข สนุกสนาน เพลิดเพลิน นักเรียนสามารถเขียนเรียงความได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดทักษะมีความรู้ความเข้าใจ และผลงานมีประสิทธิภาพ

 

เรื่องเล่าเร้าพลัง KM โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ นครศรีธรรมราช

ชื่อเรื่อง หนูชอบร้องเพลง

ชื่อผู้เล่า นางสาวสุทิพา รักษามั่น

ในช่วงปีพ.ศ. 2545 ข้าพเจ้าสอนอยู่ที่โรงเรียนเทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช วิชาที่ข้าพเจ้าสอนคือ วิชาภาษาไทย การจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนเทศบาลเข้มงวดมาก นักเรียนต้องเรียนวิชาการอย่างคร่ำเคร่ง ขณะที่ทำการสอนอยู่นั้น มีนักเรียนผู้หญิงคนหนึ่ง ร้องเพลงลูกทุ่งคลอเบา ๆ ครูได้ยินก็ประหลาดใจว่าทำไม และวันต่อมาขณะที่ข้าพเจ้ากำลังสอนอยู่นั้น เด็กคนเดิมก็ร้องเพลงขึ้นมาอีกและพฤติกรรมนี้จะเกิดขึ้นบ่อย ๆ แทบทุกวัน นักเรียนคนนี้จะร้องเพลงทุกครั้งที่แกอยากจะร้อง ทำให้เป็นปัญหากับนักเรียนคนอื่น ๆ ข้าพเจ้าหาวิธีแก้ปัญหาอยู่นานว่าจะทำอย่างไรดี ในที่สุดตัดสินใจเรียกมาคุย ถามหาสาเหตุ พร้อมแนะนำว่า ถ้าอยากร้องเพลงก็ให้ร้องเวลาว่างที่ไม่ใช่เป็นเวลาเรียน ควรร้องตอนพักเที่ยง หรือตอนเลิกเรียนก็ได้ และถ้าชอบร้องเพลงจริง ๆ ครูจะช่วยและซ้อมร้องเพลงให้ ปรากฏว่าหลังจากวันนั้น นักเรียนคนนั้นก็มาซ้อมร้องเพลงกับข้าพเจ้าทุกวัน จนเป็นที่ยอมรับจากคุณครูทุกคนว่าเป็นนักเรียนที่เสียงดี ร้องเพลงเพราะ

ต่อมามหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช ได้จัดประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ข้าพเจ้าได้ส่งนักเรียนคนนี้เข้าร่วมประกวดและเธอก็ได้รับรางวัลที่ 3 นักเรียนคนนั้นภูมิใจเป็นอย่างมาก และโรงเรียนได้ส่งเสริมนักเรียนคนนั้นจนถึงปัจจุบัน เธอกลายเป็น ดาวรุ่งลูกทุ่งไทยแลนด์ และเธอ คือ เด็กหญิงเพลินศิลป์ เกตุแก้ว

</span>

เรื่องเล่าเร้าพลัง KM โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ นครศรีธรรมราช

ชื่อเรื่อง สุดท้ายก็ผ่าน

ชื่อผู้เล่า นางกิ่งขวัญ กาญจนพงศ์

ต้นปี 2549 โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ นครศรีธรรมราช กำหนดการให้ประเมินโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนในฝัน การเตรียมงานทุกอย่างดูเหมือนจะไม่มีอุปสรรค อันใด ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบและประสานงานโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งโรงเรียนในฝัน การเตรียมงานผ่านไปที่ละขั้นตอนและค่อยๆ เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งข้าพเจ้ามีอาการป่วย ไปตรวจที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา หมอตัดชิ้นเนื้อมาพิสูจน์ และบอกว่าเป็นเนื้องอกในมดลูกต้องทำการผ่าตัดด่วน หมอนัดผ่าตัดวันที่ 15 มกราคม ข้าพเจ้าไปตามวันเวลาที่หมอนัด หมอตรวจอาการแล้วปรากฏ ว่าหมอไม่อนุญาตให้ทำการผ่าตัด เพราะข้าพเจ้ามีอาการอ่อนเพลียมาก อนุญาตให้กลับไปพักผ่อนและหมอนัดใหม่อีก 1 เดือน ซึ่งตรงกับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ วันนั้นเป็นวันประเมินโรงเรียนในฝัน ข้าพเจ้าพยายามต่อรอง แต่หมอไม่อนุญาต ก่อนหน้าประเมิน 4-5 วันมีการเตรียมงานอย่างรีบเร่ง ข้าพเจ้าและครูทุกคนร่วมมือร่วมใจทำงานด้วยความมุ่งมั่นเพื่อความหวังของโรงเรียน

คืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ข้าพเจ้าและทีมงานเตรียมงานอย่างหนัก ทุกคนค้างคืนที่โรงเรียน ข้าพเจ้าเตรียมประเมินโรงเรียนจนกระทั่งถึงเวลา 04.30 น.งานทุกอย่างสำเร็จเรียบร้อย งีบไปประมาณ 20 นาที ตกใจตื่น นึกได้ว่าวันนี้ หมอนัดผ่าตัด รีบลุกขึ้น ขับรถไปรับญาติซึ่งนัดหมายไว้ที่หัวถนน แต่ไม่เห็นวี่แวว ข้าพเจ้าคิดว่าจะทำอย่างไรดี วันนี้ต้องผ่าตัดและเลื่อนไม่ได้อีกแล้ว เลยตัดสินใจขับรถไปโรงพยาบาลเอง

ถึงโรงพยาบาล เตรียมผ่าตัด เวลาประมาณ 09.00 พยาบาลมาสำรวจความพร้อมและ ให้ข้าพเจ้ากินยา ข้าพเจ้ามีอาการง่วงนอนมากอยากจะหลับอย่างเดียว และคำพูดสุดท้ายที่ข้าพเจ้าได้ยิน ในขณะนั้น คือ ถอดเสื้อผ้า หลังจากนั้นข้าพเจ้าไม่รู้สึกตัวอีกเลย ขณะหมอกำลังผ่าตัดข้าพเจ้าฝันว่ากำลังร่วมประเมินโรงเรียนในฝัน (ญาติเล่าว่าการผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ญาตินั่งรออยู่หน้าห้อง และไม่เห็นเจ้าหน้าที่นำตัวข้าพเจ้าออกจากห้องผ่าตัดเลย ญาตินั่งรอ และรออยู่นาน ก็ไม่เห็นออกมาซักที เดินไปถามหา ญาติคิดว่าข้าพเจ้าคงตายแล้ว เลยกลับมาหาที่ห้องพักฟื้น) จนกระทั่งเวลา 17.00 น.ได้ยินเสียงกระซิบที่หูว่า พี่โรงเรียนเราประเมินผ่านแล้ว ข้าพเจ้าตกใจตื่น และคำแรกที่ข้าพเจ้าถาม คือโรงเรียนผ่านประเมินหรือเปล่า ญาติดุว่าไม่คิดถึงตัวเองบ้างหรือไร สักครู่หนึ่งได้ยินเสียงข้อความจากโทรศัพท์มือถือ เปิดออกดู เห็นข้อความจากครูที่โรงเรียนว่า พี่โรงเรียนเราประเมินผ่านแล้ว จากนั้นข้าพเจ้าก็หลับไปอีกจนกระทั่งเช้า

เช้าวันใหม่พยาบาลมาเฝ้าดูอาการด้วยความเป็นห่วงใย ข้าพเจ้าสงสัยถามพยาบาลว่าทำไมพยาบาลบอกว่าพี่ไม่ฟื้น แพ้ยาสลบ และข้าพเจ้าถามต่อไปว่าทำไมถึงเจ็บบริเวณคางมาก พยาบาลบอกว่าเมื่อคืน เขาช่วยชีวิตผู้ป่วยโดยการตบ

 

เรื่องเล่าเร้าพลัง KM โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ นครศรีธรรมราช

ชื่อเรื่อง สติสร้างอนาคต

ชื่อผู้เล่า นางดวงพร แซ่แต้

 

นักเรียนคนหนึ่งซึ่งอยู่ในความดูแลของข้าพเจ้า ได้เกิดความคับข้องใจเนื่องจากโดนเพื่อนรังแก ถูกกดดันทางอารมณ์ ได้ปฏิบัติในสิ่งที่ไม่เหมาะสม คือ ได้นำอาวุธร้ายแรงมาโรงเรียน ครูได้รับทราบจากฝ่ายกิจการนักเรียนถึงพฤติกรรมของนักเรียนคนนี้จึงรีบไปพบนักเรียนในห้องเรียนซึ่งนักเรียนกำลังเรียนอยู่ ได้ขออนุญาตครูผู้สอนเรียกนักเรียนคนนี้มาพูดคุยและตักเตือนนักเรียน โดยครูพูดถึงอนาคตที่สดใส นึกถึงคุณพ่อคุณแม่ พี่น้อง และครอบครัวของตนเอง รวมถึงญาติทุกคนจะจะเสียใจมากแค่ไหน นักเรียนก้มหน้านิ่ง ไม่ตอบ ครูบอกว่า ครูรักเธอไม่อยากให้อนาคตหนูจบกับเรื่องแค่นี้ ครูขอได้ไหม? นักเรียนไม่พูดแต่พยักหน้าไม่สบตา หลังจากนั้นนักเรียนนำอาวุธนั้นมามอบให้กับครู ครูจับมือนักเรียนและขอบใจนักเรียน และแสดงความยินดีที่หนูจะได้มีอนาคตที่ดีขึ้น

 

เรื่องเล่าเร้าพลัง KM โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ นครศรีธรรมราช

ชื่อเรื่อง เกมสู่อนาคต

ชื่อผู้เล่า นายพรณรงค์ ลักษณะกุล

 

เมื่อต้นปี 2549 ขณะทำการสอนวิชาการเขียนโปรแกรมอยู่ มีนักเรียนคนหนึ่งกำลังเล่นเกมอยู่ในเวลาเรียน ได้เรียกนักเรียนคนนั้นมาว่ากล่าวตักเตือน แต่ไม่ว่าจะตักเตือนสักกี่ครั้ง นักเรียนคนนั้นก็ยังเล่นเกมในเวลาเรียนเหมือนเดิม ทำให้ครูผู้สอนเกิดความคิดว่าจะทำอย่างไรให้นักเรียนคนนี้ตั้งใจเรียน เลยเกิดความคิดว่าในเมื่อนักเรียนคนนี้มีความถนัดเรื่องเกม น่าจะส่งเสริมให้นักเรียนคนนี้เขียนโปรแกรมเกมขึ้นใช้เอง โดยได้ซื้อ CD เกม, หนังสือเกม เพื่อเป็นแนวทางให้นักเรียนคนนี้ได้ศึกษาค้นคว้า และสอนเสริมทักษะเมื่อมีโอกาสจนนักเรียนคนนี้สามารถเขียนโปรแกรมขึ้นใช้เองได้ จากเกมที่ง่ายสู่เกมที่ยากขึ้น

ต่อมาในปลายปี 2549 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ได้จัดการแข่งขันเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรมจาวา จึงได้ส่งนักเรียนคนนี้เข้าแข่งขัน ผลปรากฏว่านักเรียนคนนี้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมได้โควตาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เพราะนักเรียนคนนี้ได้คะแนนจากการแข่งขันเขียนโปรแกรม ติดอันดับ 1 ใน 3 ตามข้อตกลงของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

เรื่องเล่าเร้าพลัง KM โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ นครศรีธรรมราช

ชื่อเรื่อง พรสวรรค์ในการวาดภาพ

ชื่อผู้เล่า นางเนตรทิพย์ รอดเหลื่อม

 

เมื่อ พ.ศ.2538 ดิฉันเพิ่งบรรจุใหม่ๆ มีนักเรียนในภาคอีสานคนหนึ่งในโรงเรียนที่ข้าพเจ้าสอนอยู่ ชอบวาดรูปในเวลาเรียน ดิฉันได้ตักเตือนไม่ให้วาดรูปในเวลาเรียน นักเรียนคนนั้นตอบว่า ผมชอบวาดรูปที่เป็นธรรมชาติ เช่น วาดรูปครูกำลังสอน ดิฉันเลยบอกว่าให้เธอวาดรูปสิ่งที่เธอพบเห็นยามว่าง ต่อมาดิฉันให้นักเรียนวาดรูปตัวดิฉันเอง ปรากฏว่านักเรียนคนนั้นได้วาดรูปดิฉันออกมาได้เหมือนจริงมากเลยไปบอกเพื่อนครูด้วยกัน นักเรียนคนนั้นก็ได้รับปากวาดรูปเหมือนให้กับครูหลายๆ คน ครูที่ได้วาดภาพต่างก็ให้รางวัลเป็นกระดาษและดินสอ ต่อมานักเรียนคนนี้ได้รับจ้างวาดรูปให้เพื่อนๆ ในห้อง รูปละ 10 บาท เป็นรายได้เสริม ทำให้นักเรียนคนนี้มีความสุขในสิ่งที่เขาได้ทำตามถนัดและมีเจตคติที่ดีต่อครูผู้สอน และไม่วาดภาพในเวลาเรียน แต่ใช้เวลาว่างวาดแทนและมีความสุขกับการมาเรียนทุกวัน

 

เรื่องเล่าเร้าพลัง KM โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ นครศรีธรรมราช

ชื่อเรื่อง กว่าจะรู้เดียงสา

ชื่อผู้เล่า นางสาวนาฏยา ส่งแสง

ต้นปี 2543 บนรถประจำทางสายหนึ่ง คุณครูได้พบกับนักเรียนหญิงระดับชั้น ม.6 ซึ่งสอบปลายภาคเรียบร้อยแล้ว นักเรียนบอกครูว่ามีเรื่องอยากคุยกับครู ครูจึงบอกให้นักเรียนไปคุยกับครูที่บ้านพักครู เมื่อนักเรียนไปหาครูนักเรียนบอกว่า หนูท้อง 5 เดือนตั้งใจจะเอาออกโดยไปติดต่อที่ศูนย์วางแผนครอบครัวรังสิตแล้ว หมอคิดเดือนละ 2,000 บาท (รวม 10,000 บาท) ไม่มีสตางค์จะจ่าย ติดต่อกับแฟนแต่แฟนไม่รับผิดชอบ อยากบอกพ่อแม่แต่ก็ไม่กล้าเนื่องจากคุณแม่ดุ ครูกับนักเรียนก็ปรึกษากันว่าจะทำอย่างไร ได้ข้อสรุปตกลงกันว่า นักเรียนจะไปพักที่บ้านพักฉุกเฉินซึ่งจะเป็นแหล่งรวมของผู้หญิงที่มีปัญหาชีวิตและครอบครัว ในขณะเดียวกันครูก็ประสานไปยังคุณพ่อ เพื่อจะบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น คุณพ่อรับรู้อย่างเข้าใจและพยายามไปเยี่ยมและดูแลลูก รวมทั้งพยายามบอกเล่าเรื่องราวนี้กับแม่ ขณะเดียวกันครูจะติดต่อให้กำลังใจนักเรียนตลอดโดยผ่านทางจดหมาย จนกระทั่งนักเรียนไปคลอดที่โรงพยาบาล เมื่อร่างกายแข็งแรงดีแล้วนักเรียนติดสินใจทิ้งลูกไว้ที่โรงพยาบาล ในขณะที่นั่งรถเมล์นึกถึงคำพูดของครูที่ว่า “กระทำการใดต้องรับผิดชอบผลของการกระทำนั้น” จึงย้อนกลับไปที่โรงพยาบาลและนำลูกมาดูแลที่บ้านพักฉุกเฉิน ในขณะเดียวกันพ่อก็บอกเล่าเรื่องราวกับแม่จนเข้าใจ และมารับลูกและหลานที่บ้านพักฉุกเฉินไปใช้ชีวิตที่บ้าน โดยนักเรียนทำงานเลี้ยงดูลูกตามลำพังอย่างตั้งใจโดยไม่ไปขอรับความช่วยเหลือจากพ่อของเด็กเลย

</span>