หวังว่าบนเส้นทางพเนจรต่อจากนี้ไป จะได้พบแต่มิตรที่ดี และเรื่องราวดี ๆ ที่จะขอบันทึกเรื่องราวนั้นไว้ในหัวใจสืบไป...

หลายปีมาแล้วที่ชีวิตผมไม่ได้อยู่เป็นที่เป็นทาง นับตั้งแต่ออกจากบ้านไปเป็นครูครั้งแรกที่ จ.สกลนคร เพียงไม่นานนักก็ย้ายมา จ.สุรินทร์ หกเดือนให้หลังก็ย้ายกลับบ้านที่ อ.ละหานทราย  จ.บุรีรัมย์  ซึ่งก็ควรจะลงหลักปักฐานเสียที่นี่  แต่จนแล้วจนรอดผมก็ต้องเดินทางอีกครั้งเมื่อติดสินใจลาออกจากราชการเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ ม.สงขลานครินทร์  วิทยาเขตปัตตานี

ผมอยู่ที่ปัตตานีได้ปีกว่า ก็ต้องหอบหิ้วข้าวของสัมภาระขึ้นเหนือ  เพื่อเรียนต่อที่ ม.แม่โจ้  จ.เชียงใหม่ ผ่านไปเพียงหนึ่งปี  ผมก็หอบหิ้วข้าวของชุดเดิมกลับบ้านที่บุรีรัมย์อีกครั้ง...ด้วยเหตุผลบางอย่าง ตั้งใจไว้ว่าจะใช้บ้านเป็นที่พิงพักเสริมสร้างพลังกายพลังใจให้กล้าแกร่งก่อนที่จะเผชิญโลกกว้างอีกครั้ง

จนถึงวันนี้ (๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒) ซึ่งผมควรจะแสวงหาความสุขอยู่ที่บ้าน กับครอบครัวและมวลมิตร แต่วันนี้กลับต้องเดินทางอีกครั้ง จุดหมายปลายทางต่อคิวกันไว้ยาวเหยียด...ทั้งงานราษฏร์งานหลวง บางงานอาจต้องไปด้วยภาระหน้าที่แต่บางงานต้องไปเพราะหัวใจร่ำร้อง...

หลายปีที่ผ่านมาพอถึงวันนี้ทีไรมีเรื่องให้ปลื้มหัวใจอยู่บ่อย ๆ   หรือบางปีเอาซะหัวใจแทบวาย (ผู้ก่อการร้าย) แต่เมื่อถึงปีนี้แม้จะดูเงียบสงัดจากมิตรสหาย แต่ก็อิ่มเอมกับพลังบุญที่บรรจงสร้างตลอดทั้งวัน...

ผลบุญครั้งนี้ นอกจากหวังเพื่อประโยชน์สูงสุดแล้ว ก็ได้แต่หวังว่าบนเส้นทางพเนจรต่อจากนี้ไป  จะได้พบแต่มิตรที่ดี และเรื่องราวดี ๆ ที่จะขอบันทึกเรื่องราวนั้นไว้ในหัวใจสืบไป...