มีโรคไหนที่ทีม SRRT โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ไม่ได้สอบสวนโรค จะมีบ้างไหม เวลารายงานการระบาดทีไร จะมองหน้ากันกับนักวิชาการสาธารณสุข ที่รับผิดชอบเป็นผู้ช่วยรายงานและสอบสวนโรค
เหตุเกิดครั้งนี้กับน้องนักศึกษาแพทย์ปีที่ 1 และปี 2 เป็นไปได้ว่าโรคนี้ยังมี เพราะเด็ก ๆได้รับวัคซีนป้องกันโรคคางทูมกันแล้ว ซึ่งในปัจจุบันจะเป็นวัคซีนชนิดรวม เรียกว่า MMR ประกอบด้วยวัคซีน ป้องกันโรคหัด Measles คางทูมMump หัดเยอรมัน Rublla
จะเริ่มให้วัคซีนครั้งแรกเมื่ออายุ 9-15 เดือน หลังจากนั้นจะกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 4-7 ปี แต่ถ้าใครยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน MMR เข็มที่สองกระตุ้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่รับผิดชอบอนามัยโรงเรียนจะฉีดวัคซีนให้อีกครั้งเป็นนโยบายและข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข เด็กไทยจะต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคอย่างครบถ้วนและตามกำหนดเวลา
เริ่มสงสัยเกิดได้อย่างไร ใครเป็นผู้ป่วยรายแรก แล้วแพร่เชื้อต่อให้เพื่อนอย่างไร ขบวนการค้นหา สอบสวนโรคเริ่มต้นขึ้น Index case ได้แต่ชื่อเล่นอยู่ชั้นปี 2 เป็นคางทูม กำลังมีอาการคางบวมตุ๋ย แล้วน้องไม่ทราบ มาร่วมรับน้องใหม่ เข้าห้องเชียร์ ดูแลน้องนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ระบบการรับน้อง พี่จะดูแลน้องเป็นสายรหัส เข้าห้องเชียร์ แจกข้าว น้ำ มีกิจกรรมร่วมกัน น้องจึงติดเชื้อป่วยตามมาอีกหลายราย ขบวนการให้คำแนะนำ การแจกผ้าปิดปากปิดจมูก การสอนวิธีใส่ จึงเริ่มตามมา รวมทั้งรณรงค์ฉีดวัคซีนกระตุ้นMMR ครั้งที่สอง ในรายที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน

คางทูม (Mumps/ Epidemic parotitis)
คางทูม เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของต่อมน้ำลาย โดยมากมักจะเป็นที่ต่อมน้ำลายข้างหู (parotid glands) พบมากในเด็กอายุ 6-10 ปี มักไม่พบในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี และผู้ใหญ่อายุมากกว่า 40 ปี อาจพบระบาดได้เป็นครั้งคราว
สาเหตุ
เกิดจากเชื้อคางทูม ซึ่งเป็นไวรัสในกลุ่ม paramyxovirus) เชื้อจะอยู่ในน้ำลายและเสมหะของผู้ป่วย ติดต่อโดยการไอ จาม หรือหายใจรดกัน หรือโดยการสัมผัสถูกมือ หรือสิ่งของเครื่องใช้ (เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ จาน ชาม ฯลฯ) ที่แปดเปื้อนเชื้อแบบเดียวกับไข้หวัด (1) ระยะฟักตัว 14-20 วัน
อาการ
มักมีไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว เจ็บคอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียและปวดในรูหูหรือหลังหู ขณะเคี้ยวหรือกลืนนำมาก่อน 1-3 วัน ต่อมาพบบริเวณข้างหูหรือขากรรไกร มีอาการปวด บวม และกดเจ็บ ผิวหนังบริเวณนั้นอาจมีลักษณะแดง ร้อน และตึง ผู้ป่วยมักรู้สึกปวดร้าวที่หูขณะกลืน เคี้ยว หรืออ้าปาก บางรายอาจมีอาการบวมที่ใต้คางร่วมด้วย 2 ใน 3 ของผู้ป่วยจะมีอาการอักเสบของต่อมน้ำลาย 2 ข้าง โดยห่างกันประมาณ 4-5 วัน บางรายอาจมีอาการขากรรไกรบวม โดยไม่มีอาการอื่นนำมาก่อน หรือมีเพียงไข้ โดยขากรรไกรไม่บวมก็ได้
สิ่งตรวจพบ
ไข้ 38-40o ซ. บางรายอาจไม่มีไข้ บริเวณขากรรไกรบวม ข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง
รูเปิดของท่อน้ำลายในกระพุ้งแก้ม (บริเวณตรงกับฟันกรามซี่ที่ 2) อาจมีอาการบวมเล็กน้อย
อาการแทรกซ้อน
ส่วนมากจะหายได้เอง โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนตามมา ที่พบบ่อย ได้แก่ อัณฑะอักเสบ (orchiitis) ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาจากแอนติบอดี (ที่ถุกกระตุ้นด้วยเชื้อคางทูม )จะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น อัณฑะปวดและบวม (จะปวดมากใน 1-2 วันแรก ) มักพบหลังเป็นคางทูม 7-10 วัน แต่อาจพบก่อนหรือพร้อม ๆ กับคางทูมก็ได้ ส่วนใหญ่เป็นเพียงข้างเดียวและน้อยรายที่จะกลายเป็นหมันมักพบหลังวัยแตกเนื้อหนุ่ม ( อาจพบได้ประมาณร้อยละ 25 )ในเด็กอาจพบได้บ้าง แต่น้อยกว่าในผู้ใหญ่มาก อาจพบรังไข่อักเสบ ( oophoritis ) ซึ่งจะมีอาการไข้และปวดท้องน้อย มักพบในวันแตกเนื้อสาวอาจพบเนื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของเยื้อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยที่สุดมักจะมีอาการเพียงเล็กน้อยและหายได้เอง ส่วนสมองอักเสบ อาจพบได้บ้าง แต่น้อยมาก ถ้าพบอาจมีอาการรุนแรงถึงตายได้นอกจากนี้ ยังอาจพบตับอ่อนอักเสบ หูชั้นในอักเสบ ประสาทหูอักเสบ ( อาจทำให้หูตึงหูหนวกได้ ) ไตอักเสบ ต่อมไทรอยด์อักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แต่ล้วนเป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก
การรักษา
1. ให้การักษาตามอาการเช่น ให้นอนพัก ดื่มน้ำมาก ๆ เช็ดตัวเวลามีไข้สูง ให้ยาลดไข้แก้ปวด ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบบริเวณที่เป็นคางทูม ไม่ต้องให้ยาปฏิชีวนะ
2. ถ้ามีอัณฑะอักเสบแทรก ให้ประคบด้วยน้ำแข็ง , ให้ยาลดไข้แก้ปวด และให้เพร็ดนิโซโลน ผู้ใหญ่ให้กินครั้งแรก 12 เม็ด (เด็กให้ขนาด 1 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ) ต่อไปให้วันละครั้งโดยค่อย ๆ ลดขนาดลงทีละน้อยจนเหลื่อวันละ 5-10 มิลลิกรัมภายในประมาณ 5-7 วัน ควรให้ยาลดกรดกินควบด้วยเพื่อป้องกันโรคกระเพาะ
3. ถ้ามีอาการปวดท้องรุนแรง หรือซึมไม่ค่อยรู้สึกตัวให้ส่งโรงพยาบาล อาจต้องทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม และให้การรักษาตามสาเหตุที่ตรวจพบ
ข้อแนะนำ
1. โรคนี้เกิดจากไวรัส ถือเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงซึ่งมักจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยไม่ต้องฉีดยาหรือให้ยาจำเพาะแต่อย่างใด การที่ชาวบ้านนิยมเขียน "เสือ" ด้วยตัวหนังสือจีนที่แก้มทั้ง 2 ข้าง หรือใช้ปูนป้ายแล้วหายได้นั้นก็เพราะเหตุนี้
2. ควรแยกผู้ป่วยออกต่างหากจนกว่าคางจะยุบบวม
3. ควรเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อน โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ หากสงสัยควรส่งไปตรวจที่โรงพยาบาล
4. เมื่อเป็นแล้วจะไม่เป็นซ้ำอีก
5. อาการคางบวม อาจมีสาเหตุจากโรคอื่น ๆ ได้ควรซักถามอาการและตรวจร่างกายให้ถี่ถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจดูภายในปากและลำคอ
การป้องกัน
โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน มักทำรวมในเข็มเดียวกันกับวัคซีนป้องกันหัดและหัดเยอรมันที่มีชื่อว่าเอ็มเอ็มอาร์ (MMR) มักจะฉีดเมื่อเด็กอายุได้ 9-15 เดือน

อ้าวจองไม่ทันซะแล้วค่ะ
เปลี่ยนรูปแทนตัวแล้วเหรอค่ะ พี่ประกาย
แวะมาทักทาย..แถมไม่ได้กลับมือเปล่า ได้ความรู้ประดับสมองด้วยค่ะ..
ขอบคุณนะคะ.พี่ประกาย ^^
สวัสดีค่ะ
* ตอนเด็กๆ ครุพรรณา เคยเป็นคางทูม
* เตี่ยเขียนเสือที่แก้มให้ ๑ ตัว ๒ วันก็หาย
* เดี๋ยวนี้ยังนิยมเขียนกันอยู่หรือเปล่านะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีค่ะ พี่ประกาย
พอลล่าเคยเป็นแล้วค่ะ ตอนเด็กๆ ปวดมากๆ เลยค่ะ
มาชม
ทักทาย
แบบสบาย ๆ
สวัสดีคะน้องเอ๊ะ
พี่ประกายยังงงอยู่เลยคะ เห็นแต่เด็กเป็นนี่นักศึกษาปี 1 ปี 2
สอนเด้กให้ใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกและล้างมือด้วยนะคะ
สวัสดีคะคุณน้อง
2. berger0123
เปลี่ยนรูปแล้วคะ คุณเอกถ่ายภาพให้คะ พี่ว่าสวยดี
แต่ชอบรูปเดิมมากกว่าคะสีสดกว่า
สวัสดีคะครูแอ๊ว
ตอนเขียนบันทึกพี่ประกายยังอยู่ที่ทำงาน คุยกับน้องนักศึกษาแพทย์แล้วรีบบันทึก รายละเอียดยังไม่ได้มาก
กลับมาถึงบ้าน หลังจากไปรับน้องแตม สองทุ่มกว่า อาบน้ำแล้วนอนเล่นดูข่าว หลับไปเลยแบบไม่ได้แก้ไขบันทึก ตื่นมาแก้ไขบันทึกอีกที
มาที่บันทึกพี่ประกายต้องนำความรู้ไปบอกเด็กนักเรียนต่อนะคะ
สวัสดีคะครูพรรณา
เดี่ยวนี้ไม่เห็นเขียนเสือคะ คนเขียนเป็นและมีคาถาคงจะเริ่มหมดไปนะคะ ที่หมู่บ้านจะมีอยู่หนึ่งคนคะ ยังเขียนเป็นอยู่คะ สงสัยนะคะว่าเขียนแล้ว 2 วันยุบไป น้องนักศึกษาหลายวันแล้วยังไม่ยุบเลยคะ
สวัสดีคะน้องพอลล่า
พี่ประกายไม่เคยเป็นคะ น้องพอลล่าเป็นคางทูมกี่วันหายคะ ตรงกับทฤษฏีไหม พี่ก็อยากทราบนะคะ เจอกันนะคะ ได้หนังสือเชิญเข้าร่วมSHA แล้วคะ จะวางแผนไปทั้งตอนเช้าและช่วงบ่ายให้ได้คะ
สวัสดีคะอาจารย์ยูมิ
อาจารย์สบายดีนะคะหลานได้ฉีดวัคซีน MMRกระตุ้นครั้งที่สองหรือยังคะ
สวัสดีค่ะ มีความสุขนะคะ
สวัสดีค่ะพี่ประกาย
สวัสดีคะครูป้อม
ขอบคุณนะคะ ดูแลสุขภาพนะคะ ระวังไข้หวัดคะ
ฝนตกที่ขอนแก่นคะ ตอนนี้
สวัสดีคะครูแอน
ครูแอนอ่านแล้วเข้าใจเรื่องโรคคางทูม เด็ก ๆจะไม่เป็นคางทูมกันแล้วคะ ฉีดวัคซีนครบแล้ว แต่จะมีวัยรุ่นนะคะที่บางคนจะยังไม่ได้ฉีดวัคซีนกระตุ้น MMR ครั้งที่ 2
สวัสดีค่ะ กรุงเทพท้องฟ้าแจ่มใส แต่โรงเรียนไม่ปิด ไม่มีนักเรียนเสียสละซักครเลย จะได้ปิดโรงเรียน
มีความสุขนะคะ
สวัสดีคะครูป้อม
น้องสาวพี่อยากปิดโรงเรียน ให้นักเรียนเสียสละ คุณน้องน่าจะเสียสละเองเน๊าะ ข่าวดังเลยคะ คุณครูติดไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่
พี่ไม่เห็นด้วยกับการปิดโรงเรียนคะ คนป่วยน่าจะหยุดพักอยู่บ้าน ป้องกันไม่ให้คนอื่นติด ถ้าปิดเรียนจะมีนักเรียนบางส่วนจะไม่อยู่เฉพาะที่บ้าน แต่จะไปเที่ยวห้าง ร้านเกมส์ โดอกาสเสี่ยง ควบคุมยาก นักเรียนมาเรียนยังได้ตรวจสอบ อาการไข้ สังเกตอาการได้ง่ายกว่าอยู๋ที่บ้าน ถ้ามีนักเรียนป่วย จะได้ตรวจรักษา ให้คำแนะนำได้ง่ายกว่าคะ
สวัสดีค่ะ
*แวะมาเยี่ยมค่ะ
* น้องเป็นหลายวันคางยังไม่ยุบ..ซั่งซี้มันต้องทุบ...อิอิล้อเล่นค่ะ
* สงสัยว่าน้องไม่ค่อยพักผ่อน อาจเป็นเพราะอาการปวด และวิตกังวลหลายเรื่อง
* สมัยเราเด็กๆ พอหมอเขียนเสือให้แล้วก็เป่าพ้วง เป่าพ้วง นี่แหละสร้างความมั่นใจได้ชะงัดนักล่ะ มันแปลว่าหายแน่นอน เราก็สบายใจไร้กังวล นอนหลับพักผ่อนเต็มที่ โรคก็หายเร็ววัน
* สุขกายสุขใจนะคะ