

15-6-52
วันศุกร์ที่12-เสาร์อาทิตย์ 13-14 นี้ดิฉันและสามีไปปฏิบัติธรรมที่สวนสันติธรรมค่ะ มาครั้งนี้โยมพ่อนำของใช้ที่ยังขาดเช่นหลอดไฟ น้ำหวานและDict เล่มใหม่มาถวายโดยดิฉันต้องไปหาหนังสือ Academic Wrighting ที่พระป๋องเคยเรียนมาถวายเพื่อช่วยในการแปลธรรมะให้กับผู้ทำหน้าที่แปล
เสาร์อาทิตย์นี้คนมาวัดมากในวันอาทิตย์ มีคนที่พอรู้จักเช่นคุณสุเมธและทีมจากกฟผ.ซึ่งตั้งเป็นชมรมในการไฟฟ้า มีลูกศิษย์ท่านที่เป็นวิทยากรนั่งด้านข้าง
สองวันนี้หลวงพ่อสอนเรื่องการรู้ทุกข์ของกายและจิต และท่านเอ่ยถึงวิปัสสนูกิเลสที่มี10อย่าง
ท่านบอกว่าลูกศิษย์ช่วงนี้เริ่มนั่งวิปัสสนาเป็นแล้ว ถ้าทำสมถะก็อาจติด นิมิตซึ่งอาจเกิดจิตไม่ถึงฐาน ทำวิปัสสนา อาจไปติดวิปัสสนูกิเลส
ท่านเอ่ยถึงโอภาสซึ่งเป็นวิปัสสนูกิเลสอย่างหนึ่งที่เราเห็นความว่างและไปยึดที่ความว่าง ส่วนข้ออื่นๆของวิปัสสนูกิเลสท่านไม่ได้กล่าวถึง
ท่านบอกว่าคนเราชอบตั้งชื่อแปลกๆเช่น มานะ โอภาส ซึ่งความหมายไม่ดี ทำไมไม่มีใครตั้งชื่อ ขันติบ้างนะ พวกเราก็หัวเราะกัน
ดิฉันตั้งใจมาส่งการบ้านเพราะรู้สึกอายหลวงพ่อโดยให้สามีนั่งคนแรก แต่คุณสามีก็ไม่ยอมส่งและให้ดิฉันส่งแทนค่ะ
ในวันอาทิตย์ เราตกลงกันว่าให้สามีส่งการบ้านส่วนดิฉันจะไม่ส่ง แต่หลวงพ่อก็พยักหน้าให้ดิฉันพูดอีกทำให้ต้องส่งท่านทั้งสองวันค่ะ
การบ้านวันแรก
ปฏิบัติธรรมมานานทำไมความโกรธยังไม่หายไป ท่านตอบว่าต้องเป็นพระอนาคามีก่อนจึงจะหายโกรธ
เวลาเราไม่พอใจใคร เราไม่แสดงอารมณ์แต่ภายในใจจะคอยพูดและเถียงในใจ ขณะนั้นเป็นจิตของเราหรือไม่ ท่านให้รู้ว่าเรากำลังเถียงในใจ
เดินออกกำลังตอนเช้า จิตดิฉันชอบร้องเพลง ท่านว่าเขาแสดงไตรลักษณ์ให้ดู ก็ให้รู้ไป
คำถามวันอาทิตย์
นั่งสมาธิไม่ค่อยได้ มักจะมีสติช่วงผัสสะแรงๆเช่นตรวจผู้ป่วยมากๆผู้ป่วยพูดไม่ค่อยรู้เรื่องหรือบางคนถามดิฉันไม่จบจนไม่มีเวลาตรวจคนต่อไป
ดิฉันพยายามอดทนและเห็นความขัดใจของตัวเอง ท่านบอกจิตของโยมมันกระจายๆ ให้คอยรู้ไปและมีสติในชีวิตประจำวัน
( ดิฉันไม่กล้าถามต่อว่าจิตกระจายแปลว่าเราไม่รู้ตัวหรือเปล่า แต่ไม่กล้าถามต่อเพราะคนคอยยกมือมากค่ะ ครั้งหน้าจะให้ท่านดูว่าหายกระจายหรือยัง คุณชันณรงค์เดาว่าดิฉันคงมีเรื่องคิดมากเกินไป คงไม่กล้าบอกว่าดิฉันชอบฟุ้งซ่าน )
สามีถามเรื่องการลงทุนในหุ้นจะเป็นอุปสรรคของการปฏิบัติธรรมหรือไม่เพราะอยู่กับความโลภและความกลัว หลวงพ่อท่านว่าถ้ามีสติก็ไม่เป็นไรแต่เลิกได้ก็ดี ( ดิฉันแอบนินทาที่สามีอยากได้โสดาบันเพราะคิดว่าคงไม่มีโสดาบันเล่นหุ้น )
เย็นวันเสาร์ ดิฉันและคุณชัยณรงค์มานั่งดูท้องฟ้า ภูเขา และดวงดาวที่อยู่กรุงเทพเราแทบไม่มีเวลาดูเลยค่ะ

ท้องฟ้าก่อนที่เราจะเดินจงกรมบริเวณลานจอดรถและรอบๆรูปปั้นหลวงปู่
คืนวันศุกร์ไม่มีใครมาเดินจงกรมกับเรา
คุณชัยณรงค์เดินไป นึกถึงเรื่องหุ้นก็มาคุยกับดิฉัน ดิฉันต้องเตือนระวังหลวงปู่หนวกหู สามีบอกในชีวิตอยากได้โสดาบัน ดิฉันเลยเล่าเรื่อง Though Willing Action และResult ถ้าอยากได้ต้องลงมือทำก่อนไม่ใช่คิดและชอบ
วันเสาร์มีน้องๆจากกรุงเทพ2คนที่มากับคุณแม่1คนมาเดินจงกรมรอบๆรูปปั้นหลวงปู่ทำให้เราไม่กล้าคุยกัน
มาครั้งนี้เราตั้งใจเดินเพราะไม่อยากอยู่ในห้องนานเกินไปทำให้ดิฉันปวดเมื่อยมากๆ


ก่อนกลับบ้านเห็นประกาศของวัดเกี่ยวกับการที่มีคนอ้างหลวงพ่อในการสอนการดูจิต ดิฉันเห็นว่ามีประโยชน์ดีเลยถ่ายมาให้อ่านค่ะ
อยู่วัดครั้งนี้รู้สึกตัวเองอดทนมากขึ้น และมีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้นและรู้สึกตัวบ่อยขึ้นค่ะ
หลวงพ่อบอกว่าสามีดิฉันดีขึ้น จิตตื่นแล้ว พระป๋องก็ชมโยมพ่อว่าดูดีขึ้นค่ะ
สวัสดึครับ อาจารย์หมออัจฉรา
ขอบคุณมากครับที่นำบรรยากาศมาเล่าสู่กันฟัง
เอาไว้ต้องหาโอกาสไปรับฟังธรรมจากหลวงพ่อบ้างแล้วล่ะครับ
ผมพึ่งได้ถามปัญหาจาก อ.สุรวัฒน์ ตามคำแนะนำของอาจารย์หมอแล้วครับ
เดี๋ยวมีโอกาสจะนำมาลงบันทึกเพื่อแบ่งปันกันบ้างครับ
สาธุครับ
แค่เห็นรูปสวนสันติธรรมก็เกิดปีติแล้วครับ
สวัสดีคุณซวง
หมอกำลังนัดคุณชัยณรงค์ไปที่บ้านอารีย์ค่ะ วันที่หมอไปไม่มีกิจกรรม แต่อยากไปทานกาแฟเย็นหน้าร้านเพราะรู้สึกอร่อยดีค่ะ
ว่างๆคงเจอกันที่บ้านอารีย์นะคะ
อยากอ่านประสบการณ์ที่ไปคุยกับอาจารย์ค่ะ
สวัสดีคุณสามารถ
คงมีโอกาสเจอกันที่วัดนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาทักทายค่ะ
สวัสดี ครับ คุณหมอ
ผมตามสิ่ง ดี ดี ที่มีอยู่ในตัวคุณหมอมาครับ
ด้วยความระลึกถึง ครับ
สวัสดีค่ะ คุณแสงศรี
ขอบคุณที่นำดอกไม้มาฝากค่ะ ตามอ่านที่บล็อกบ่อยๆแต่ไม่ค่อยได้ลงชื่อไว้ค่ะ
อนุโมทนาครับ
ผมก็เพิ่งไปกราบหลวงพ่อมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มิ.ย.ครับ
คนเยอะมาก
ไม่มีโอกาสได้สนทนากับหลวงพ่อ กะจะถามว่าเข้า quater 2 แล้ว ยังอยู่ในร่องรอยหรือเปล่า แต่ไม่มีโอกาส หลวงพ่อเปิดโอกาสให้กับผู้มาใหม่
กลัวจะตก track น่ะครับ
คราวหน้าจะลองไปใหม่ครับ
แวะมาเยี่ยมคุณหมอครับ
ว่าแต่เพลงโปรดของคุณหมอเป็นเพลงอะไรครับ :)
สวัสดีคุณ phornphon
ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ
เจอกันที่วัดก็ทักทายกันบ้างนะคะ
ขอให้ได้ธรรมะตามที่คาดหวังค่ะ
สวัสดี คุณข้ามสีทันดร
ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ
ชอบเพลงช้าๆ หวานๆ เศร้าๆ เช่นเพลงของทนงศักดิ์ ภักดีเทวา น้ำตาแสงใต้ สนต้องลม
ร้องเพลงไม่เก่งเลยร้องเพลงบัวกลางบึงเมื่อเป็นผู้บริหารและถูกเชิญให้ร้องเพราะหัดร้องส่งคุณครูตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมทำให้กลายเป็นเพลงประจำตัวค่ะ
สงสัยจังว่าจะทำอะไรกับเพลงคะ