(ครูอิงได้รับอนุญาตให้นำรูปถ่ายลงบันทึกได้ค่ะ)

วันนี้   พี่ครูคิมได้กรุณาอธิบายครูอิง เกี่ยวกับเรื่องของ จิตอาสา  จิตสาธารณะ และจิตตปัญญา  ทำให้ครูอิงได้พิจารณาว่าตัวเองมีจิตอยู่ในระดับใด พร้อมกับพิจารณากับคนรอบข้างในหมู่บ้าน ครูอิงคิดว่าตัวเองยังอยู่แค่จิตอาสาเองค่ะ ยังไม่ถึงขั้นจิตสาธารณะ หรืออาจจะมีแต่ไม่มากพอ

         เมื่อถึงฤดูฝน ที่หน้ากระท่อมอิงจันทร์จะมีหญ้ารกปกคลุมรวมอยู่กับต้นไม้ที่ครูอิงปลูกไว้ ครูอิงมีเพื่อนบ้านที่เป็นคู่หนุ่มสาวที่แต่งงานใหม่  เขาไม่สนใจเรื่องหญ้ารกหน้าบ้าน  ครูอิงก็ทำเฉพาะหน้าบ้านครูอิง หลายครั้งที่หงุดหงิดเมื่อเห็นหญ้ารกจากบ้านติดกันเลื้อยข้ามมาเจริญเติบโตที่หน้าบ้านครูอิง กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดีหนอเราอยากผูกไมตรีกับเพื่อนบ้านแต่เขาก็ไม่เปิดใจ  เพราะฉะนั้นต่างคนต่างอยู่

            (หน้ากระท่อมอิงจันทร์ ขวามือจะเห็นหญ้ารกของบ้านข้างเคียง)

ในขณะเดียวกัน บ้านครูอิงอีกหลัง บ้านอาบตะวัน มีชาวอินเดียอาศัยอยู่  ใกล้กับบ้านอาบตะวันเป็นบ้านเช่าของฝรั่งสองสามี-ภรรยา

        เย็นวันหนึ่งหลังเลิกงาน ครูอิงขับรถผ่านหน้าบ้านอาบตะวัน ก็ต้องแปลกใจอย่างมากเมื่อเห็นหน้าบ้านสะอาด เรียบร้อย ไม่มีหญ้ารกเลย  ต้นไม้ที่ปลูกไว้ก็ถูกตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ สวยงาม

                (ผลงานของฝรั่งสาว ผู้มีจิตใจงดงามยิ่งนัก จนครูอิงรู้สึกอายจัง)

           เช้าวันรุ่งขึ้นครูอิงเดินออกกำลังกาย จึงได้รู้ได้เห็นว่า  บุคคลที่ทำหน้าบ้านครูอิงสะอาดเรียบร้อยนั้น คือฝรั่งที่บ้านติดกันนั่นเอง ไม่ใช่ชาวอินเดียตามที่ครูอิงเข้าใจ

        ฝรั่งคนนั้นไม่ได้ทำเฉพาะหน้าบ้านอาบตะวันเท่านั้น แต่ยังทำให้หน้าบ้านคนอื่น ๆ ที่แวดล้อมอยู่ด้วย

        เหตุการณ์นี้ทำให้ครูอิงได้คิด ครูอิงเข้าไปสนทนากับฝรั่งท่านนั้น เราคุยกันถูกคอมาก  สุดท้ายตกเย็นหลังเลิกงาน ครูอิงจึงจับจอบ  จับมีด  จัดการหญ้ารก ๆ และเห็นว่าเพื่อเป็นการออกกำลังกาย สามคนแม่ลูกจึงช่วยกัน ไม่สนใจว่าจะเป็นหน้าบ้านของใคร ฝรั่งออกมาเห็นเข้า  ก็เข้ามาช่วยอีกแรงหนึ่ง จนสะอาดไปทั้วซอย

        สิ่งที่ได้รับคือมิตรภาพระหว่างครูอิงกับชาวต่างชาติฝรั่ง  และได้รับความสุขใจ  ไม่หงุดหงิดกับหญ้ารก ๆ อีกต่อไป  ครูอิงขอบคุณฝรั่งท่านนั้นด้วยการซื้อต้นไม้ที่เขาชอบให้ 2 กระถาง จากวันนั้นเราก็เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน