“ปัญหาของมนุษย์อยู่ที่ส่วนเกิน”เพราะมนุษย์ต้องการเพียงปัจจัยสี่ให้มีชีวิตอยู่รอด แต่เมื่อมีความเจริญมากขึ้น มนุษย์ก็ใช้ชีวิตสบายขึ้นด้วยการบริโภคส่วนเกิน อันนำมาซึ่งการเสียผลประโยชน์ การข่มเหงรังแก การต่อสู้ และความวุ่นวายต่าง ๆ นานา”
ทางแก้ที่พอจะบรรเทาปัญหานี้ได้นั้น คือ “...ไม่กอบโกยส่วนเกิน ถ้าเผอิญผลิตอะไรขึ้นมาได้มากเป็นส่วนเกิน ก็จงสงเคราะห์ผู้อื่น...ที่สำคัญที่สุดคือ สามารถเจียดเอาส่วนที่ใคร ๆ ไม่เห็นว่าเป็นส่วนเกินนั่นแหละออกเป็นส่วนเกินมาให้ได้ แม้ว่าเราจะมีรายได้วันหนึ่งสิบสตางค์ เราก็ต้องเจียดออกมาหนึ่งสตางค์ให้เป็นส่วนเกินที่จะช่วยผู้อื่นให้จงได้…”
พุทธทาสภิกขุ.

อ่านแล้ว....ให้ถอนใจกับ...ส่วนเกินในชีวิต ข้าวของที่ไม่ได้หยิบใช้มากมายเสียจนเกิดภาระที่จะต้องคอยเก็บคอยจัด ...
นี่ล่ะ...อยากสะสมนักนี่นา…
วันนี้ลองดูว่าอะไรเป็นส่วนที่เกินจากความจำเป็น...จัดแจก กระจายออกไปบ้าง...แล้วชีวิตจะได้ “เบาสบาย” กันดีกว่านะคะ
(^___^)
พาม่อนมารับสิ่งที่ดีงาม เพื่อจะได้เป็นภูมิคุ้มกัน ขอบพระคุณ
สวัสดีค่ะอ. ขจิต ฝอยทอง
ดีใจจังที่อาจารย์มาเยี่ยมเป็นคนแรก กำลังเหนื่อยกับ "ส่วนเกิน" เลยมาเขียนบันทึกค่ะ...
ว่าแล้ว...ก็ไปจัดการต่อค่ะ...
คนไม่มีรากสบายดี อาจารย์คงสบายดีนะคะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะท่านอ. นายประจักษ์~natadee
น้องม่อนน่ารักน่าเอ็นดูจังค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
(^___^)
ตามมา "ถอนใจหลายเฮือก" กับส่วนเกินในเส้นทางเดินชีวิตด้วยค่ะ ก็ยังเสียดายบางส่วนที่เกินออกมา โดยเฉพาะ "หนังสือ" ค่ะ กลัวว่าในวันหนึ่ง เอ๊ะ เรื่องนี้เรามี เราเคยอ่าน อยู่ที่ไหนนะ ว้า...ปลวกกำลังแทะอร่อยเชียว ^^
สบายดีนะคะ ฝากสาวน้อยเสื้อสีฟ้าในรั้วสีชมพูด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ
ดีใจนะคะที่ได้อ่านบันทึกดีๆ
ส่วนเกินมากมายที่ทำให้เราเป็นภาระ...จะลองทิ้งๆนะคะ...
สวัสดีค่ะ ส่วนเกินที่เป็นสิ่งของบริจาคและแจกจ่ายได้ค่ะ ส่วนเกินของร่างกายและหัวใจ กำจัดยากจัง อิอิ
ขอบคุณค่ะ สำหรับเรื่องราวดีๆ
สวัสดีค่ะ คุณคนไม่มีราก....
ที่ว่ามา...เป็นส่วนเกินอย่างที่น้อง "พอลลา" บอกว่า เป็นส่วนเกินที่บริหารจัดการได้แต่อีกส่วนหนึ่ง....ส่วนเกินทางจิตใจ กำจัดยากมาก.....
สรุปส่วนหลังจัดการยากสุดต้องใช้เวลา...หาทางสายกลาง
สวัสดีค่ะ
* วันนี้นำควาสุขส่วนเกินมาฝากค่ะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีครับ
แวะมาดูส่วนเกินที่ควรแบ่งให้คนอื่นได้ใช้บ้าง
ผมเห็นด้วยกับคำนี้ครับ
"ปัญหาของมนุษย์อยู่ที่ส่วนเกิน"
ทุกอย่างหากพอดีพอประมาณ ก็จะอยู่อย่างสบายๆ แต่บางครั้งชีวิตคนเราไม่เพียงพอและไม่พอเพียง มีอยู่แล้วอยากได้อีก สิ่งที่ได้อีกก็เลยกลายเป็นส่วนเกินไป
ลักษณะแบบนี้ เป็นคน ใจง่ายหรือเปล่า มีอยู่แล้วยังอยากได้อีก อยากได้อยู่อีกร่ำไป ก่อนจะซื้ออะไร ต้องวิเคราะห์ให้ได้ประโยชน์ ซัก 3 ข้อ เช่นว่า
1.มีอยู่แล้วจะเอาอีกทำไม ใช้ของที่มีอยู่ก่อน ให้มันชำรุด หรือขาดไปเลย ค่อยเอาใหม่ ซื้อใหม่
2. หาของที่มีอยู่มาทดแทน ชดเชยกันได้ไหม หรือซ่อมใหม่ แปลงใหม่ แก้ใหม่
3.ราคาที่จะซื้อ สมราคาหรือเปล่า คุ้มกับการลงทุนไหมตนเองจะต้องใช้หนี้ไปกี่ปี นานไหม
เดี๋ยวนี้ 3 ข้อนี้ปฏิบัติ จนคิดว่าตนเองขี้เหนียวเกินไปหรือเปล่า ก็ต้องขี้เหนียวแหละคะ เพราะแต่ก่อน ตามใจตนเอง อยากได้อะไร ซื้อๆ ไม่อยากจะพูดเลย บางอย่างสิ่งที่สะดวกสบายในบ้าน มีมากมาย เช่นชุดรับแขก ก็มี จนบ้านแน่น จัดไม่ถูก เก็บกองไว้ ห้องโน่นห้องนี้ รกรุงรังไปหมด
ตู้เย็นก็มี 3เครื่อง ในครัวหนึ่ง ห้องรับแขกหนึ่ง ห้องนอนหนึ่ง
ทีวี มีห้องนอน 4 ห้อง มี 20นิ้วอยู่ 3 ห้อง ห้องรับแขกมี 43 นิ้วสามียังอยากได้จอแบน มาอีกซักเครื่อง ที่เขากำลังฮิตๆกัน ดิฉันเลยบอกให้มันพังซักเครื่องก่อน
รถก็มี 3คัน เก๋ง จิ๊บ กระบะ(อยากจะได้กระบะคันใหม่ ทั้งที่มีอยู่ มีคนขับได้ แค่ดิฉันกับสามีแค่นั้น 2คน 3 คัน) มันมากเกินไปอยู่แล้ว
ไม่ได้อวดร่ำอวดรวยนะคะ(เพราะใช้ชีวิตพออยู่พอกินแล้ว ตามอัตภาพ) เพราะบางบ้านมีมากกว่าดิฉันอีก แต่ดิฉันอยากจะบอกว่า การตามใจตนเอง บางครั้ง มีมากเกินไป มันจึงเป็นส่วนเกิน แล้วยังอยากจะได้อีก ถ้าไปเจอของถูกใจ จึงต้องท่อง 3 ข้อนี้ไว้ เพราะแค่นี้ก็หาเงินตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต อยู่แล้ว ก็ด้วยเพราะต้องการส่วนเกิน เพื่อมาสนองความต้องการตนเอง แม้รู้ว่าไปเป็นหนี้เขามา ก็ยังยอมเป็น แต่ตอนนี้เพลาๆลงแล้ว เพราะตนเองก็หมดกำลังหาพอดี
แต่ยังดี สำหรับหนังสือยังไม่ได้เป็นส่วนเกิน เพราะยังใช้อ่าน ใช้อ่านค้นคว้าอยู่ มีตู้เก็บ ยังมีไม่มากมาย เท่ากับ คุณคนไม่มีราก แสดงว่าเป็นคนอ่านหนังสือเก่ง พอมีคอมพิวเตอร์แสวงหาความรู้ได้ หนังสือเลยกลายเป็นส่วนเกินไปเสียนี่ ใช่ไหมคะ
(ปล.ไม่ได้มีจิตจำนงอวดรวย แต่อยากสื่อให้เห็นว่า อย่าตามใจตนมากนัก ส่วนเกินจะมากไป จะซื้อ จะอยากได้อะไร ขอให้คำนึง 3 ข้อก่อน เพื่อป้องกัน ส่วนเกินคะ ด้วยความปรารถนาดีจริงๆ จากประสบการณ์ที่พานพบมาก่อน จึงขอติงไว้)
สวัสดีครับอาจารย์ ขออนุญาต ลปรร เคยได้ยินคำที่ว่า ให้รู้จักคำว่า " พอ " ...พอปุ๊บ..ก็น่าจะมี..ส่วนเกิน..ที่แบ่งปัน ได้ ขอบพระคุณครับ
น้องที่รัก
เริ่มทะยอยกำจัดส่วนเกินไปบ้างแล้วค่ะ
ตอนนี้เริ่มจากเสื้อผ้า
สองอาทิตย์ที่ผ่านมาชุดทำงานมากกว่า 30 ชุด เสื้อผ้าอื่น ๆ อีกมากมาย ได้นำไปที่ทำงานและให้เพื่อน ๆ มาเลือกไปค่ะ ใส่ได้ใส่ ใส่ไม่ได้ให้ญาติ ๆ
เหลือใส่เท่าที่ใส่ค่ะ เพราะปกติจะใส่เสื้อหม้อห้อมกระโปรงดำไปทำงานค่ะ ก็มีแบบอื่นบ้างประปราย จึงคิดว่าสิ่งที่มีอยู่ถ้าเราไม่ใช้ก็ควรแบ่งปันค่ะ
ของอื่น ๆ ที่มีอยู่เกินจำเป็นก็จะนำไปแบ่งปันเช่นเดียวกัน
ยังคงเหลือแต่หนังสือที่มีมากมาย(บางเล่มเก็บไว้เผื่อจะเปิดร้านเช่าหนังสืออีกรอบค่ะ) แต่ก็จะคัดหนังสือที่อ่านแล้วแบ่งปันให้คนอื่นเช่นกัน ไปห้องสมุดบ้าง แล้วแต่ว่าใครจะขอค่ะ หนังสือบางเล่มซื้อแล้วก็นำไปแบ่งปันที่ทำงานอ่าน จะได้เกิดประโยชน์มากขึ้น
สุขใจจริง ๆ ค่ะ
แต่ก็มีช้อแม้ว่า ต้องลดการซื้อเพิ่มเติมด้วย (อิอิอิ) พยายามอยู่ค่ะ
.....
เริ่มจัดสรรชีวิต และส่วนเกินอื่น ๆ
เพื่อให้เกิดความสมดุล
และเตรียมตัวคืนสู่ธรรมชาติค่ะ
.....
ขอบคุณสำหรับความดีงามที่เราทุกคนมีร่วมกันค่ะ
......
งานทำบุญเรียบร้อยดี ญาติ ๆ กลับกันหมดแล้วค่ะ
.........
สวัสดีค่ะคุณ Sila Phu-Chaya
อ่านแล้วยิ้มเอ็นดูเลย...จินตนาการถึงภาพ...ที่ว่า
ก้มลงมองส่วนเกินทันทีค่ะ...เฮ้อ ทานเยอะไป ...ฮา...
ต้องขอบคุณวิธีการและข้อคิดที่ทรงคุณค่าค่ะ...ยึดถึอการเสพบริโภคด้วยปัญญาค่ะ หากขณะซื้อหาสิ่งของ ไตร่ตรองอย่างแยบคาย...ก็จะกำจัดส่วนเกินตั้งแต่ต้นเหตุได้
แค่รำพึงถึงความรกของตัวเองให้เพื่อนฟัง ก็ได้ปัญญามหาศาลเลยค่ะ
ขอบคุณนะคะ
(^___^)
สวัสดีค่ะพี่ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี
เรามีส่วนเกินที่คล้ายกันนะคะ ... แต่ก็อดจะเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่า หนังสือหนังหาที่เก็บไว้ล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้น...จะทิ้งได้ไงเล่า
ส่วนสาวน้อยเสื้อฟ้าในรั้วชมพูนั้น น้าคนไม่มีรากยังไม่มีโอกาสไปแอบดูและแนะนำตัวเลยค่ะ ... เพราะระยะนี้ไม่ได้เข้าจุฬา ฯ เพราะติดภารกิจไปหาข้อมูลแถวสุขาภิบาลค่ะ กลับบ้านทุกวันหมดเรี่ยวหมดแรง
(^___^)
สวัสดีค่ะ..นั่งอ่านหนังสือเงียบๆๆม่ายช่ายส่วนเกินนะคะ..อิอิ
สวัสดีค่ะพี่ แดง
ส่วนเกินที่ว่าเราคงต้องพิจารณาไปเป็นกรณีไปนะคะ...
อาจไม่ต้องทิ้งก็ได้ค่ะ ลองจำหน่ายจ่ายแจกคนที่จำเป็นต้องใช้และไม่รังเกียจที่จะรับของจากเรา...
คงช่วยได้มากแล้วค่ะ
(^___^)