จับกล้องถ่ายรูปตัวนี้มาเกือบ 2 อาทิตย์ พึ่งได้ภาพถูกใจ

         เมื่อวานเย็นอยู่เวรที่ห้องสมุด เดินออกมาจากห้องสมุด มองฟ้า โห ยังกับภาพวาด โทนสีโศกแต่มีเงาสีทองตามด้านล่างของก้อนเมฆแต่ละก้อน สวยสุดบรรยายจริงๆ ที่เจ็บใจมากคือ ลืมหยิบกล้องถ่ายรูปไปทำงานด้วย ทั้งที่ปกติหยิบติดมือมาทุกที เคืองมากมาย

         วันนี้ก็เลยเตรียมตัวเต็มที่ ทั้งๆ ที่รู้ว่า อาจจะไม่ได้ดังหวัง แต่ขอทำตามหวังก่อนจะเสียใจว่าไม่ได้ทำเหมือนเมื่อวาน จึงออกจากหอพัก ม.น. นิเวศน์ 2 เดินไปตามทางเพื่อขึ้นเนินไปยังลานสมเด็จพระนเรศวรจุดที่คาดว่าจะสูงที่สุดในละแวกนี้แล้ว ระหว่างทางก็หาเรื่องทดสอบกล้องดิจิตอลที่ได้มายังไม่ถึง 2 อาทิตย์ให้คุ้นมือด้วย เพราะยังไม่คุ้นกับการใช้กล้องดิจิตอล ยังไม่ได้รูปที่ใช่เลยแม้แต่รูปเดียว เฮ้อ ฝีมือฉันมันหายไปไหนเนี่ยะ

         เดินผ่านต้นไม้แห้ง ที่มีฟ้าสีสดพร้อมปุยเมฆด้านหลัง ว้าว ขอหน่อยนะ เพี้ยงสักรูปเถอะ แล้วผลที่ออกก็เป็นแบบนี้

 

ต้นไม้แห้งทาบกับฟ้าและก้อนเมฆ

 

แต่ยังไม่เดินผ่านไป ก็ปุยเมฆกับกิ่งไม้ยังดูไม่เข้ากัน ก็เลยขออีกรูปนึง ได้แบบนี้

กิ่งไม้แห้งที่มีใบเป็นปุยเมฆ

ได้กิ่งไม้แห้ง ที่มีใบเป็นปุยเมฆ ภาพทั้ง 2 ถ่ายด้วยกล้อง Nikon D60 เวลาเย็นๆ

         หลังจากผละจากภาพนี้ก็เดินขึ้นไปสักการะพระรูปสมเด็จพระนเรศวรซึ่งปกติลูกนเรศวร พะเยา จะมาสักการะในวันแรกๆ ของการย้ายเข้ามาอาศัยที่นี่ ขามาจึงมีเพื่อนร่วมทางเยอะ มีนิสิตใหม่คนนึงทักว่า พี่เรียนนิเทศเหรอคะ 555+ น้องช่างเป็นน้ำเย็นสำหรับคนกลัวแก่ พอขึ้นมาถึงก็รอถ่ายรูปฟ้าสวยดังวาดเหมือนเมื่อวานเย็นด้วยความหวังเต็มเปี่ยม รอตั้งแต่  5 โมงเย็นกว่าๆ ถึงทุ่มครึ่ง ก็ไม่ได้รูปดังที่เห็นเมื่อวาน โอ้ เศร้า แต่ก็ยังได้ภาพหลายๆ ภาพกลับมาแม้ว่าฟ้าจะไม่เป็นใจ ขากลับไม่มีเพื่อนเดินกลับเลย ต้องรีบจ้ำอ้าวเพราะว่าถนนค่อนข้างมืดและเปลี่ยวพอสมควร

         กลับถึงหอพักด้วยดีได้ภาพ 2 ภาพนี้มาฝากค่ะ