คนอายุมาก ยิ่งไม่มีใครให้ความสำคัญยิ่ง "อายุมาก"

อารมณ์ของท่านจะหงุดหงิด เนื่องจากเซลล์สมองไม่ได้รับการกระตุ้น
เมื่อเซลล์สมองหยุดนิ่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ พอจะใช้ทีก็ช้า "ไม่ทันใจ" คิดไม่ได้ ทำไม่เร็วเหมือนเมื่อก่อน

จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไม "ยิ่งอายุมาก ยิ่งหงุดหงิดมาก"

แต่ก่อนที่เคยคิดได้ ทำได้ เดี๋ยวนี้บางทีคิดได้ ทำไม่ได้ หรือมากกว่านั้น คิดไม่ได้ ทำไม่ได้

หงุดหงิดตัวเอง จึงพาลไปหงุดหงิดคนรอบข้าง

ถ้าคนรอบข้างหงุดหงิดด้วย ก็พาลหงุดหงิดกันไปใหญ่

วิธีป้องกันนั้นต้อง "จัดกระบวนการคิด"
จัดโจทย์ จัดตัวแปร จัดกิจกรรมให้ผู้ใหญ่ได้คิด "คิดแล้ว คิดอีก" "ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก"
เมื่อสมองได้รับการกระตุ้น มีกิจกรรมให้ทำบ่อย ๆ สมองที่กำลังเฉื่อยชา ก็ลดอัตราการเฉื่อยช้าลงได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากเราสร้างโจทย์ "กิจกรรมแห่งความดี" เป็นกิจกรรมที่ไม่สร้างความโลภ โม โทสันต์ ด้วยแล้ว สมองของผู้ใหญ่นั้นก็จะ "ใสปิ๊ง" แวววับเหมือนวัยรุ่นได้ทีเดียว

วัยรุ่นที่เฉียบแหลมด้วยประสบการณ์...
ประสบการณ์ของผู้ใหญ่มีค่า เพราะท่าน "อาบน้ำร้อนมาก่อน" จักเฉียบขาดและแหลมคม

หากใช้ความรู้เรื่องกระบวนการ "จัดการความรู้ (Knowledge Managment)" เข้าไปจัดการความรู้กับท่านผู้ใหญ่ทั้งหลายแล้ว ความรู้ ประสบการณ์ของแต่ละท่านจะพรั่งพรูออกไป ดั่งตาน้ำที่อยู่บนยอดเขา

กิจกรรมดี ๆ กิจกรรมความดี กิจกรรมแห่งความเสียสละ
การให้โอกาส ให้เห็นคุณค่าของผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ จะทำให้ผู้ใหญ่ในวันนี้ เป็นผู้ใหญ่ที่สรรค์สร้างความดีอย่างอนันต์ในวันหน้า

จัดกระบวนการเรียนรู้สู่ใหญ่ จักสร้างสรรค์ประเทศไทยและโลกนี้ให้สวยงาม...