เมื่อคืนวันที่ ๒๘ พ.ค. ๕๒   ผมไปเรียนรู้จาก   ศ. หิรัญ รดีศรี   ประธาน IOD   ว่าระบบธรรมาภิบาลภาคธุรกิจไทย ดีขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ ๑ ในปี ๒๕๕๑


          เช้าวันรุ่งขึ้น คุณชาวน่านเข้ามาเตือนความจำเรื่อง ก.ธ.จ. ที่เป็นกลไกธรรมาภิบาลภาครัฐที่นี่   ทำให้ผมได้มีโอกาสเปรียบเทียบธรรมาภิบาลของสองระบบนี้ เอาไว้เป็นข้อเรียนรู้ของตนเอง  


          ผมลองใช้ ก.ธ.จ. เป็นคำหลัก ค้นโดย Google จึงได้ความรู้ว่าหน่วยงานที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนธรรมาภิบาลภาครัฐก็คือ กพร.   โดยที่ ก.พ.ร. ทำงานแบบกำหนดกฎกติกา


          ผมฟันธงว่า ธรรมาภิบาลภาครัฐส่วนที่มีผลลบสูงสุดคือ ส่วนของผู้ถืออำนาจรัฐ   ที่ยังมีการฉ้อราษฎร์บังหลวงให้เห็นตำตา    โกงขนาดใหญ่จับไม่ได้   จับได้แต่ตัวเล็กตัวน้อย   นักการเมืองเข้ามาเพราะต้องการรักษาผลประโยชน์ของตนหรือกลุ่มตน   ไม่ใช่เข้ามารับใช้บ้านเมือง   ตำแหน่งต่างๆ ที่มีส่วนกำหนดนโยบาย มีการวิ่งเต้นเข้ามาเป็นเพื่อผลประโยชน์ตน และต่างตอบแทน 

  
          นี่คือสิ่งที่ระบบธรรมาภิบาลภาครัฐต้องมุ่งแก้ไข   ต้องจัดระบบธรรมาภิบาลภาครัฐให้ตรวจสอบ และขจัด ปัญหาเหล่านั้นให้ได้

วิจารณ์ พานิช
๖ มิ.ย. ๕๒