ล้วงทุนสำรองแก้บาทแข็ง |
![]() |
| ณรงค์ชัย อัครเศรณี |
เนื่องจากขณะนี้ทุนสำรองมีจำนวนมากและยังเพิ่มขึ้นทุกเดือน รวมแล้วสูงประมาณ 1.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่หนี้ระยะสั้น มีอยู่เพียง 25% ของทุนสำรอง แถมยังมีเงินจากตลาดหุ้นที่เพิ่มขึ้นอีก ทั้งที่ความจริงแล้วควรรักษาระดับเงินทุนสำรองที่เหมาะสมไว้ที่ระดับ 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น
นอกจากนี้ รัฐบาลต้องเร่งรัดการลงทุนเพื่อดูดซับสภาพคล่อง โดยเฉพาะการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ที่จะต้องกู้เงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ หากไม่รีบลงทุนค่าบาท จะแข็งมากในสิ้นปีนี้ เพราะว่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อน เนื่องจากสหรัฐพิมพ์ธนบัตรเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจออกมามาก
“เงินล้นแต่จะไปบอกให้เอกชนใช้ก็ไม่ได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องทำเอง ใช้เอง คือต้องกู้ ต้องเอาตังค์มาเปลี่ยนเป็นทุน” นายณรงค์ชัย กล่าว
นายณรงค์ชัย กล่าวว่า จาก แนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจะติดลบ 1.9-2% ในปีนี้ และยังรอการฟื้นตัวอีกอย่างน้อย 3 ปีหลังจากนี้ ส่งผลให้จีดีพีปี 2552 ของไทยคาดว่า จะขยายตัวติดลบ 4%
สำหรับภาคการส่งออกของไทยในปี 2552 นี้ ต้องติดลบอย่างน้อย 20% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว
