เอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทของไทย จะแข็งค่าขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ระดับกว่า 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ล้วงทุนสำรองแก้บาทแข็ง

“ณรงค์ชัย” แนะ แก้กฎเหล็กธปท. ดึงทุนสำรองมาใช้

ณรงค์ชัย อัครเศรณี
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการธนาคารเพื่อการส่งออกและการนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทของไทย จะแข็งค่าขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ระดับกว่า 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เนื่องจากสภาพคล่องที่มีอยู่ล้นระบบ ดังนั้นควรมีการแก้ไขระเบียบให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สามารถนำทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อเอามาใช้ลงทุนในพันธบัตรสกุลเงินตราต่างประเทศ ที่รัฐบาลเป็นผู้ออก และให้ธปท. เป็นผู้ซื้อ ซึ่งจะช่วยลดทุนสำรองระหว่างประเทศได้ ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าลดลง

เนื่องจากขณะนี้ทุนสำรองมีจำนวนมากและยังเพิ่มขึ้นทุกเดือน รวมแล้วสูงประมาณ 1.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่หนี้ระยะสั้น มีอยู่เพียง 25% ของทุนสำรอง แถมยังมีเงินจากตลาดหุ้นที่เพิ่มขึ้นอีก ทั้งที่ความจริงแล้วควรรักษาระดับเงินทุนสำรองที่เหมาะสมไว้ที่ระดับ 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

นอกจากนี้ รัฐบาลต้องเร่งรัดการลงทุนเพื่อดูดซับสภาพคล่อง โดยเฉพาะการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ที่จะต้องกู้เงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ หากไม่รีบลงทุนค่าบาท จะแข็งมากในสิ้นปีนี้ เพราะว่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อน เนื่องจากสหรัฐพิมพ์ธนบัตรเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจออกมามาก

“เงินล้นแต่จะไปบอกให้เอกชนใช้ก็ไม่ได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องทำเอง ใช้เอง คือต้องกู้ ต้องเอาตังค์มาเปลี่ยนเป็นทุน” นายณรงค์ชัย กล่าว

นายณรงค์ชัย กล่าวว่า จาก แนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจะติดลบ 1.9-2% ในปีนี้ และยังรอการฟื้นตัวอีกอย่างน้อย 3 ปีหลังจากนี้ ส่งผลให้จีดีพีปี 2552 ของไทยคาดว่า จะขยายตัวติดลบ 4%

สำหรับภาคการส่งออกของไทยในปี 2552 นี้ ต้องติดลบอย่างน้อย 20% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว

โพสต์ ทูเดย์  วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552