Day 10 22 October 2008 Kawaguchiko (2)

นั่งรถบัสขึ้นเขาโค้งไป โค้งมา เห็นต้นสน และต้นไม้ต่างๆสีสันสดสวย เหลือง แดง เขียวในเฉดสีต่างๆ เห็นแค่นี้ก็เพลินแล้ว เพราะมองอย่างอื่นไม่เห็น มีฝนโปรยบางๆ มีหมอกหนาไม่เห็นภูเขาอะไรเลย ทันใดผู้คนทำเสียงตื่นเต้นเดาว่าเห็นภูเขาไฟฟูจิ เราก็เล็งกล้องไว้ ทันถ่ายได้สามภาพ ซึ่งหากไม่บอกคงไม่ทราบว่าเป็นภูเขาไฟฟูจิ ไม่นานถึงสถานีที่ห้า เขาให้ลงเดินเที่ยวเอง แล้วมาขึ้นรถขาลงเป็นเที่ยวสุดท้าย มีเวลาราวๆหนึ่งชั่วโมง


ออกมาจากรถหนาวมาก เลยงัดเครื่องกันหนาวทั้งหมดที่เตรียมมาพอกตัวเข้าไป เดินเที่ยวเข้าไปในป่าสนนิดหน่อย ไปชะโงกตรงแท่นที่เขาทำยื่นออกไปเป็น Lookout ไม่เห็นอะไรหรอกค่ะ มีแต่หมอก
เดินเข้าไปชมร้านค้า ร้านอาหาร แวะเข้าห้องน้ำ ซื้อขนมญี่ปุ่นร้อนๆชิมกันพอสนุก ไปเจอที่ทำการไปรษณีย์พิเศษของ 5th Station หากส่งที่นี่เขาจะประทับตราให้ เลยเลือกซื้อโปสการ์ดภาพภูเขาไฟฟูจิมุมต่างๆสี่ห้าใบ ส่งให้คุณแม่ใบหนึ่ง ส่งให้ตัวเองใบหนึ่ง ที่เหลือก็เก็บไว้ดูเล่นเพราะถ่ายเองไม่ได้สวยอย่างนั้นแน่นอน

(ภาพในช่องเล็กคือลิบๆของภูเขาไฟฟูจิที่เก็บภาพได้)
วิ่งมาขึ้นรถเที่ยวสุดท้ายทันเวลา ไม่เห็นภูเขาไฟฟูจิอย่างที่ตั้งความหวัง แต่ก็ไม่ได้ผิดหวังอะไร ได้สูดลมหายใจฟูจิก็พอแล้ว หนาวมาก คิดถึงที่พักว่าจะเป็นอย่างไรนะ เป็นที่พักแบบมีอาหารเช้า อยู่ใกล้ทะเลสาบที่ถูกที่สุดที่หาได้จากอินเตอร์เน็ต แถมเขาบอกว่ามีออนเซ็นของโรงแรมด้วย คงไม่เลว นั่งดูวิวแล้วคิดยิ้มๆกับตัวเองว่าจะลองอาบออนเซ็นดูสักครั้งเป็นประสบการณ์
รถบัสพามาส่งที่หน้าสถานีรถไฟคาวากูชิโกะ ที่เดิม เราไปเอาของที่ล็อคเกอร์แล้วไปหาสาวญี่ปุ่นใจดีที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เขาโทรศัพท์บอกโรงแรมที่เราจะพักให้ รอไม่ถึงสิบนาที รถก็มา คนขับเขาลงมากุลีกุจอยกของพวกเราใส่รถให้ ยิ้มแย้มแก่กันแม้ว่าจะพูดกันไม่รู้เรื่อง โรงแรมอยู่ไม่ไกลเลย รถผ่านทะเลสาบ เห็นโรงแรมหรูๆ ร้านรวงที่อีกฟากของทะเลสาบ แต่อากาศครึ้มและเริ่มมืดเลยไม่แน่ใจว่าจะได้ไปเดินชมไหม โรงแรม Kawaguchiko Park Hotelอยู่เลยทะเลสาบไปนิด เป็นโรงแรมเล็กๆ แต่ยังมองเห็นทะเลสาบอยู่และเงียบสงบดีทีเดียว

ถึงโรงแรมเราให้ทิปคุณน้าคนขับแกโบกไม้โบกมือไม่รับ และ ให้เราลงทะเบียน เราแค่ทำการจองมาจากเมืองไทย เขาไม่ได้เรียกเก็บเงินล่วงหน้า เราจะจ่ายเงินค่าที่พักเลยแกโบกมือเดาว่ายังไม่ต้องพรุ่งนี้ก็ได้ แกอธิบายผังของโรงแรม โชว์ว่าห้องอาบน้ำออนเซ็นอยู่ที่ไหน แล้วแกก็หิ้วข้าวของเราพาขึ้นลิฟท์ พวกเราทึ่งมากนี่เป็นโรงแรมแรกเลยที่บริการเราดีขนาดนี้ทั้งไปรับและช่วยยกของ พอเปิดเข้าไปในห้องพักเป็นแบบญี่ปุ่น เราติ่นเต้นกันมากเพราะห้องสวย วิวดีมองเห็นทะเลสาบไกลๆ

ห้องแบบญี่ปุ่นนั้นเขาจะต้องถอดรองเท้าก่อนจะเดินเข้าไปในบริเวณที่ปูลาดเสื่อตาตามิไว้ ด้วยความตื่นเต้นและพอทราบธรรมเนียม เรารีบถอดรองเท้าแล้วเดินชมห้องกันใหญ่ คุณน้าชายแกหยิบรองเท้าเราเรียงขึ้นชั้นอย่างเรียบร้อย อายเลยค่ะ ก่อนทิ้งเราให้พักผ่อนได้แกถามว่าจะให้จัดที่นอนกี่โมง เราบอกว่าสักทุ่มหนึ่ง สบายใจ พอใจจริงๆ ว่าแล้วก็ชงชา ดื่มชาเขียวร้อนๆที่เขามีให้แล้วเล็มขนมไดฟุคุแสนนุ่มที่ซื้อมา พอใกล้เวลาเราก็ออกไปหาอาหารเย็นเติมพลังกัน
ทะเลสาบฟากนี้ไม่ค่อยมีร้านอาหารเล็กๆอย่างที่เรามักเจอในเมือง เราพากันเดินเลาะจากถนนเล็กหน้าโรงแรมไปหาถนนใหญ่ ชมโน่นชมนี่เพลินๆ เห็นลูกพลับออกลูกเต็มต้น อยากกินจริงๆแต่ไม่อยากผิดศีลค่ะ เห็นไฟร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อหลายร้านติดๆกันตามแนวถนนใหญ๋ ดีใจว่ามื้อนี้รอดแล้วเรา ยิ่งดีใจที่เจอร้าน Skylarkเป็นร้านอาหารแบบมีสาขาตามเมืองต่างๆเราเคยใช้บริการสักสองครั้งที่เมืองอื่น เข้าใจว่าเป็นของญี่ปุ่นเอง มีเมนูอาหารญี่ปุ่นเยอะ และ อาหารฝรั่งก็มี เป็นร้านสมัยใหม่มาก บรรยากาศคล้ายเข้าไปนั่งในร้านพิซซ่า อาหารอร่อย ราคาพอสมควร

อิ่มแล้วยังไปแวะร้านสะดวกซื้อที่อยู่ติดกัน สำรวจสินค้า ซื้อขนมอะไรแปลกๆไว้เป็นเสบียง แถมด้วยไอศกรีมเดินแทะเล่นขากลับ
กลับมาถึงห้องพักเขาทำที่นอนไว้ให้เรียบร้อย น่านอนมาก เราเปิดทีวีดู นั่งเล่นสักพักแล้วชวนเพื่อนที่พักและคู่สามี-ภรรยาที่อยู่อีกห้องว่าเราจะไปลองแช่น้ำร้อนออนเซ็นของเขากันไหม ไหนๆก็มาญี่ปุ่นทั้งที แล้วที่นี่เขาก็มีออนเซ็นของโรงแรมเอง สะอาด แยกหญิงชาย พูดแล้วก็หัวเราะกันคิกคักว่าเราจะทำอย่างไรดี ก็ธรรมเนียมคนญี่ปุ่นพอลงไปในบ่อน้ำร้อนเขาไม่นุ่งผ้ากันนี่คะ
ตอนหน้าค่อยไปดู เอ๊ย ไม่ใช่ค่ะ ไปเฉลยว่าเราได้ไปออนเซ็นกันหรือเปล่า
อยากไปบ้างจังขอเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตก็ยังดีเนอะ
สวยค่ะ.....น่าอิจฉา..อิอิ
อยากไปมั่ง...
ขอบคุณสาวๆทั้งสองท่านนะคะ
ที่มาตามอ่านประทับใจการเที่ยวญี่ปุ่น เก็บข้อมูลไว้ค่ะ เมื่อถึงวันที่โอกาสเหมาะๆไปลุยเองให้เห็นกับตา หากชอบเที่ยวแบบอิสระ ไปเองได้ ไม่ต้องง้อทัวร์ค่ะ
มาชม
เห็นความหนาวเย็นเลยนะนี่
สุขใจไปกับภาพอันสวยงามนะครับ...
ขอบคุณค่ะอาจารย์
ยูมิที่มาเยี่ยมชม ขอโทษที่มาตอบช้า รู้สึกชีพจรลงเท้าด้วยเหตุมากมายค่ะ^__^
พึ่งจะได้มีโอกาสมาติดตามอ่านเรื่องราวดีๆ ย้อนหลัง ชอบมากๆเลยค่ะพี่นุช ใบไม้หลากสีท่ามกลางบรรยาศชุ่มเย็น...แม้ไม่ได้ไปก็เหมือนได้ไป...ขอบคุณนะค้า...า...
มาอ่านและกำลังวางแผนว่าจะไปสุดสัปดาห์นี้ค่ะ
ได้เพื่อนแล้วค่ะ
คิโกะและยูมิ
เธอทั้งสองเรียกน้องว่า เรโกะ
เซนเซ(ครู)เรียกน้องว่า เล็กจัง ดีจังที่ครูยังไม่รู้จักคำว่า ใหญ่..อิ อิ
ออนเซ็น ต้องลองให้ได้ค่ะ อิ อิอีกครั้ง
ตามมาดูทริปญี่ปุ่นของสาวๆๆ ค่ะ ^^ ที่นอนก็น่านอนนะคะ น่าจะอุ่นมากเลยทีเดียว ใบไม้ก็หลากหลายสีน่าชม
ร้าน Skylarkนี่จะเป็นประมาณเดียวกับที่เห็นๆ ตามฟู๊ดเซ็นเตอร์บนห้างของไทยเราไหมคะ?
ค่อยมาตามอ่านก็ดีใจแล้วค่ะที่น้องแหวว
มาแวะเยี่ยม หมู่นี้พี่ก็ไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมเยียนมวลมิตรนักค่ะ
ความรู้สึกดีๆพร้อมภาพงามๆเป็นความตั้งใจที่จะแบ่งปันความสุขค่ะ
เรโกะจัง
คงกำลังเบิกบานกับสถานที่ใหม่และเพื่อนใหม่ๆนะคะ คงได้เรียนรู้อะไรมากมายอย่างมีความสุข อยากตามไปเที่ยวด้วยอีก
อากาศช่วงนี้คงได้เห็นฟูจิชัด ชมเผื่อนะคะ เล็กจัง...^___^
ที่นอนแบบญี่ปุ่นนี้นอนนุ่มอุ่นสบายจริงๆค่ะคุณต้อม
ร้านSkylark ในเมืองไทยนั้นพี่ไม่เคยเห็นโลโก้ของเขาว่าเหมือนกันกับของญี่ปุ่นหรือเปล่า ยังไม่เคยเข้าร้านชื่อนี้ที่เมืองไทยเลยค่ะ
โลโก หรือตัวหนังสือนั้นคล้ายๆ กันนะคะ ต้อมไม่แน่ใจเลยเรียกเพื่อนมาดูใกล้ๆ เพื่อนยังบอกว่าคล้ายๆ กันเลย ปกติเพื่อนชอบสั่งข้าวหน้าหมูตุ๋น ต้อมก็สั่งข้าวหน้าไก่เทอริยากิ เป็นประจำค่ะ รสชาติก็..พอทานได้ค่ะ ก็ดีหน่อยตรงที่ว่าทานบ่อยจนรู้ว่ารสชาติเป็นยังไง ดีกว่าไปสั่งอาหารตามสั่งอย่างอื่น อิอิ
คิดว่านะ..คิดว่า..
อาจจะเป็นสาขากันก็ได้นะคะคุณต้อม
โลกเราปัจจุบันเรื่องร้านอาหารต่างพากันคิดเรื่องมีสาขาทั่วโลก ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ที่แน่ๆสะดวกและเหมาะกับคนที่ไม่ชอบเสี่ยงเข้าร้านอาหารที่ตัวเองไม่ชิน แต่เขาก็พยายามสร้างเมนูตามประเทศที่ไปเปิดสาขานะคะ พี่ไปจีนได้เข้าKFC เขามีเมนูแผ่นแป้งห่อเป็ดปักกิ่ง แผ่นแป้งห่อหมูปรุงรสแบบเสฉวน สุดยอด อร่อยติดใจเลยค่ะ
ไปญี่ปุ่น..ไม่เห็นมีเมนูชาบูๆ มาอวดกันมั่ง อุ๊บ! สำหรับต้อม เรื่องกินเรื่องหญ่าย..ย..ย ใหญ่ค่ะ
เอาไว้ทริปต่อไปจะตั้งใจไปชิมและถ่ายรูปมาเอาใจน้องสาวค่ะ
แวะมาเที่ยวภูเขาไฟฟูจิกับพี่นุชแล้วค่ะ
มากันคนละฤดูกาลเลยได้เห็นความแตกต่าง
กว่าจะนั่งรถขึ้นมาถึงสถานีนี้ได้ใช้เวลานานเหมือนกันนะคะ
ที่สำคัญขึ้นมาถึงข้างบนนี้หนาวและลมแรงมากๆ
ได้เที่ยวในมุมที่ต่างกับของพี่นุช เพราะเที่ยวนั้นไปกับทัวร์
ไปในที่ที่คนไทยชอบไปนั่นละค่ะ ไว้จะต้องไปปัดฝุ่นดูรูปเก่าๆว่ามีมุมไหนที่ยังไม่มีใครเล่าบ้างนะ
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สวยงามมากๆ ไป แล้วอยากไปอีก เสียแต่แพงไปหน่อยค่ะ
หลายคนที่ตั้งใจชมภูเขาฟฟูจิแต่ไม่ได้เห็นนะคะน้องอ๊อด
naree suwan อุตส่าห์ถ่อสังขารไปทั้งทีไม่ใช่ง่ายๆ แถมแพงด้วยซี น้องอ๊อดโชคดีมากนะคะได้เห็นเต็มตาแถมยังได้ภาพเมฆหมวกมหัศจรรย์
พี่กะจะไปเที่ยวญี่ปุ่นให้ครบทุกฤดูเลยค่ะ พี่ว่าเดินทางไม่ยาวนานนัก คนน่ารัก และชักรู้ว่าจะประหยัดอะไรได้บ้างโดยไม่ลำบากและสนุกได้