ได้ยินวิทยุรายงานข่าวเรื่อง “หวัดมรณะ” ทีไรผมสะดุ้งทุกที ว่าผู้เสพข่าวถูกกระทำจากผู้เขียนข่าว ผู้อ่านข่าว และสถานีข่าว ที่ไม่รับผิดชอบอีกแล้ว เพราะจริงๆ แล้ว ไข้หวัดสายพันธุ์ ๒๐๐๙ H1N1 มันมีอาการไม่รุนแรง มันต่างจากหวัดนกสายพันธุ์ H5N1 โดยสิ้นเชิง
ไข้หวัด ๒๐๐๙ มันติดจากคนสู่คนง่าย และติดได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ นี่คือข้อพิเศษของหวัด ๒๐๐๙ แต่มันมีอาการไม่รุนแรง และมีคนตายน้อยมาก อย่างที่เม็กซิโกมีรายงานอัตราตาย ๒% นั้น ก็มีหลักฐานให้เชื่อได้ว่าเพราะสถิติด้านประมาณการคนติดเชื้อไม่ดี ตัวหารจึงต่ำกว่าความเป็นจริงอาจจะเป็นสิบเท่า ซึ่งถ้าตัวหารแม่นยำอย่างในสหรัฐอเมริกา อัตราตายต่ำกว่า ๑% แน่นอน
ในขณะที่หวัดนก H5N1 อัตราตาย ๖๓% นี่สิหวัดมรณะตัวจริง แต่มันก็ไม่ติดจากคนสู่คน คนที่ติดโรคติดจากสัตว์ปีก
เรียกว่ามีข้อน่ากลัว และน่าคลายใจ คนละแบบ ที่น่ากลัวมากคือ สักวันหนึ่งจะมีไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่รวมโทษสมบัติ ๒ ด้านนี้ คือติดจากคนสู่คนง่าย และอาการรุนแรง อัตราตายสูง
จะเห็นว่า ในสังคมมีการเมืองเรื่องข่าวสารมากมาย เป็นการสื่อแบบไม่แม่นยำเพราะรู้ไม่จริงบ้าง สื่อแบบไม่รับิดชอบ ไม่ระมัดระวังบ้าง สื่อแบบตีไข่ใส่สีเพราะหวังผลประโยชน์แอบแฝงบ้าง สื่อแบบกุข่าวบ้าง ฯลฯ เราจึงต้องรู้จักเสพข่าวอย่างรู้เท่าทัน นี่คือรูปแบบหนึ่งของการมีภูมิคุ้มกันภายในตัว
การสื่อสารมีอำนาจ เมื่ออำนาจไปอยู่ในมือคนไม่รับผิดชอบ สังคมก็เดือดร้อน ไม่ว่าจะอำนาจด้านใด
ดังนั้น ทุกคนต้องเล่นการเมืองเพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวม โดยการช่วยกันตรวจสอบ ติติง ผู้มีอำนาจ ที่ผมเขียนบันทึกนี้ ก็เพื่อทำหน้าที่ การเมืองภาคพลเมือง
วิจารณ์ พานิช
๕ มิ.ย. ๕๒
กราบเรียนอาจารย์ครับ
ที่โรงพยาบาลได้ปรึกษากันเช่นกันว่าในจังหวัดจะดำเนินการอย่างไรดี ผมได้เสนอว่าเราจะกำหนดมาตรการใด น่าจะมีหลักฐานทางวิชาการพอสมควร หากกำหนดโดยไม่ระวัง อาจจะทำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ในโทรทัศน์เห็นบางที่ล้างถนน ซึ่งถนนแห้งๆ ก็ไม่น่าจะเป็นที่อยู่สำหรับเชื้อไข้หวัดใหญ่อยู่แล้ว หรือการให้ทุกคนใส่หน้ากากก็ดูจะเกินเลยไปจากที่ควรจะเป็น
แต่ผู้ืั้สื่อกับสาธารณะอาจจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อแสดงว่าได้พยายามทำอะไรบางสิ่งบางอย่างกระมัง