บ่ายวันอาทิตย์  แดดกำลังจ้าร้อนจัด 

ฉันเอนกายพักอยู่บนแพขนาดใหญ่อย่างมีความสุข

กับครอบครัวของตัวเองและครอบครัวของเพื่อนที่มาเยี่ยมเยือน 

ลมเย็นโชยพัดผ่านผิวน้ำ  อาหารที่สั่งยังไม่มา...ทุกคนเริ่มหิว

                         

บรื๋นๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เอ๊ะ  นั่น...ใครกันนะกำลังขับเรือ  เข้ามาใกล้เราจัง

อ๋อ...จะมาลากแพลำข้างๆ  ออกไปกลางน้ำ  เขื่อนลำปาวน่ะเอง

โครม !!!  เสียงแพอีกลำมาชนข้างแพลำใหญ่  ไม่สะเทือนแต่

หนวกหูเสียงเรือเล็กลำนี้จัง  ลูกเรืออีกคนวิ่งเข้ามาช่วยดันแพ

ออกห่าง  อ้าวเครื่องดับแล้ว  เห็นเด็กหนุ่มจากด้านหลังยกมือ

ปาดเหงื่อ  พอสตาร์ทเครื่องใหม่ก็หันสมอเรือปรับทิศทางจนดัน

แพลำนั้นออกไปได้ ...เฮ้อโล่งอก  เรือดับ 3 ครั้ง  นี่แอบลุ้นตาม

เมื่อไรก็ไม่รู้  แต่พอเด็กหนุ่มคนนั้นหันหน้ามาจึงรู้ว่า  ลูกศิษย์

ของฉันน่ะเอง 

                         

"คำรณ...ไปประกาศเรียกให้ครูหน่อย  เขายังไม่ส่งสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านมาให้ครูเลย  จะติดต่อขอ Username และ password ของ GAT-PAT ครั้งที่ 2 ให้"  จนแล้วจนรอด  คำรณก็ไม่มาพบเลย

มาเห็นคำรณทำงาน  ใช้แรงงานและหยาดเหงื่อแลกเงินค่าใช้จ่ายช่วยทางบ้านแล้ว  ก็ให้สะท้อนใจ

อาหารมาแล้ว...เด็กสาวตัวดำปี๋  เพราะผิวคล้ำอยู่แล้ว ผสมกับการตากแดดเปรี้ยงอย่างนี้  เดินขึ้นเดินลงเสริฟอาหารแพนั้นแพนี้แล้ว  ช่วยให้ผิวเข้มได้ใจ  แต่ใบหน้าแย้มยิ้มเมื่อเห็นฉันแล้วทักทาย  สวัสดีค่ะคุณครู  ทำให้ฉันนึกได้ หทัยชนกน่ะเอง  เธอมาทำงานทุกวันหยุด  และเรียนเก่งมาก

                         

ตกลงอาหารบ่ายมื้อนั้น  ฉันทานค่อนข้างฝืดคอ  มองไปในน้ำ  แล้วมองขึ้นบนบก  ก็เห็นแต่ภาพลูกศิษย์รัก  ทำงานกลางแดดกันอย่างขวักไขว่ 

วันนั้น  ฉันกลับบ้านด้วยความอิ่มใจ...อย่างน้อยก็ได้ให้รางวัลความดีแก่ลูกศิษย์คนหนึ่ง  และให้รอยยิ้มและกำลังใจแก่ลูกศิษย์อีกคนหนึ่ง  ฉันเฝ้ารอคอยว่า...อาทิตย์หน้าจะมอบทุนการศึกษาอีกแล้วสินะ