"ธน"ปิดโทรศัพท์มือถือหลังคุยกับพ่อจบรู้ว่าพ่อรู้สึกอย่างไร พ่อก็รับฟังด้วยความเข้าใจไม่ได้บ่นอะไรให้เขาได้ยิน
แต่แม่สิ นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้คุยกับแม่ 2 หรือ 3 ปี น่าจะเป็นครั้งเจอกันครั้งสุดท้ายตอนงานแต่งงานเขาเมื่อ 2 ปีก่อนกระมัง แม้อ้อนวอนผ่านพ่อไปไม่กี่ครั้ง แต่แม่ก็ไม่ค่อยยอม"พูด"กับเขาผ่านโทรศัพท์มือถือเลยแม้แต่ครั้งเดียว บ้านเกิดเขาอยู่ในตัวหมู่บ้านห่างไปจากตัวอำเภอจนป่านนี้โทรศัพท์พื้นฐานยังเข้าไม่ถึง เขาอุตสาห์ซื้อโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดีที่สุดเครื่องเล็กกว่าฝ่ามือ ฝากไปให้เมื่อปีก่อน หวังจะได้ยินเสียงแม่บ้าง แต่เขาก็ไม่เคยสมหวังเลยสักครั้ง
พ่อเล่าว่าแม่ยังทำตัวเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน เหมือนตอนเขายังเด็กเดินเท้าเปล่าลัดทุ่งไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนประถมติดกับวัด ทุกวันแม่ตื่นแต่เช้ามืดเอาผักพวก พริก มะเขือ ฟักแฟงแตงกวา จิปาถะ ติดรถลุงแสงไปขายที่ตัวตลาดในอำเภอ พ่อว่ายามว่างแม่ยังฟังหมอลำจากวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเก่า ที่พ่อซื้อให้ตั้งแต่จีบแม่ใหม่ๆ ไม่สนใจใยดีกับโทรทัศน์จอแบน 29 นิ้วที่ฝากเงินให้น้องชายซื้อจาก discount store ในจังหวัดใหญ่ที่อยู่ติดกัน แถมยังบ่นฝากพ่อมาอีกว่า ซื้อมาทำไมกันเปลืองเงินเสียเปล่าๆแล้วก็หันไปหมุนหาคลื่น ฟังเสียงซ่า ๆ จากสถานีวิทยุเอเอ็มต่อ เขาได้แต่ฝากไปบอกว่า มันไม่แพงอย่างที่แม่คิดหรอก ทีวีเครื่องนี้เขาทำงานแค่วันสองวันก็ซื้อได้แล้ว
ทุนชนบทแบบนักเรียนดีแต่ยากจนพาเขาเดินทางไกล จากโรงเรียนมัธยมในอำเภอห่างไกลของภาคที่ว่ากันว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวต่ำที่สุด สู่คณะทันตแพทย์ในมหาวิทยาลัยเก่าแก่ ตอนเขาจบเขาเทียวไปสำรวจโรงพยาบาลแถวบ้านอยู่ 2-3แห่งตามประสงค์ของพ่อ แต่สุดท้ายผลกลับกลายเป็นว่า เขาอาศัยเงินทุนส่วนหนึ่งจากพี่ชายในการปลดเปลื้องตัวเองจากพันธะสัญญาและไปเป็นมือปืนรับจ้างในคลินิกรุ่นพี่แถวจังหวัดหัวเมืองเศรษฐกิจ ไม่ไกลจากนิคมอุตสาหกรรมใหญ่ เขาหาเงินสี่แสนคืนพี่ชายได้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ หลายๆเหตุผลทำให้เขาทำงานหนักขึ้นๆ จนไม่มีวันหยุดแต่ก็คุ้มค่า อย่างน้อยเขาบอกตัวเองว่าเพื่อ "เธอ" คนนั้น
"เธอ"เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของเขา 6 ปีที่เรียนด้วยกันแทบไม่ได้พูดกันเลย เพิ่งได้ทำ ความรู้จักและสนิทกันก็ตอนที่เขาพลัดหลงไปฝึกงานชุมชนกับกลุ่มของเธอ ก่อนจบแค่ไม่กี่เดือน
เธอเป็นลูกนายตำรวจใหญ่ในตระกูลเก่าแก่ที่สืบย้อนไปจนถึงต้นรัตนโกสินทร์โน่น ตระกูลสูงส่งนั้น เทียบไม่ได้กับกำพืดชาวนาต่ำต้อยอย่างเขา สิ่งเดียวที่เขาทำได้และต้องทำเห็นจะมีก็แต่การพิสูจน์ตนเองเท่านั้น
เขาซื้อบ้านในราคาที่พ่อเขาบอกว่าซื้อนาแถวบ้านได้หลายร้อยไร่ ช่วยกันผ่อนเดือนละ 6-7 หมื่น รถของเธอ คุณพ่อก็บอกว่าควรจะเปลี่ยนเสียที รถญี่ปุ่นบอบบางและคาดหวังเรื่องความปลอดภัยได้น้อย สั่นเป็นเจ้าเข้าทุกทีตอนทำความเร็วกว่า 150 บนมอเตอร์เวย์ คุณพ่อบอกว่าน่าจะหารถยุโรป เครื่องขนาดกลางสัก 2000 ซีซีสักคัน เห็นทีเขาจะต้องทำงานหนักขึ้นอีก
น้องชายโทรมาส่งข่าวพ่อกับแม่เป็นระยะ พ่อกับแม่แข็งแรงดี แม้พ่อฟันโยกหลุดไป 3-4 ซี่เขาบอกให้ไปใส่ฟันที่โรงพยาบาลอำเภอ แกก็ไม่ยอมแกว่ายังปั้นข้าวเหนียวจิ้มแจ่วได้
แซ่บดีอยู่ น้องชายเข้าเป็นครูสอนประถมอยู่โรงเรียนกลางทุ่งที่เขาและพี่น้องทั้ง 3 คน เรียนกันมาตอนเด็กๆ โชคดีที่หลังน้องจบราชภัฎจากจังหวัดใหญ่ติดกับจังหวัดบ้านเกิดของเขา สอบบรรจุได้กลับไปทำงานที่บ้านและได้ดูแลพ่อแม่แทนพี่ทั้งสอง ชีวิตน้องชายเรียบง่ายแต่ก็มีความสุขดี ไม่เหมือนกับชีวิตที่ต้องดิ้นรนอย่างเขาที่มีคนว่าไว้ว่าเป็นกรรมกรชั้นสูง ถ้าหยุดเมื่อไหร่ก็ไม่มีรายได้ แต่จะว่าไป ชีวิตเขาก็ยังยุ่งยากน้อยกว่าพี่ชายอยู่มาก รายนั้นเป็นที่ปรึกษาบริษัทโบรกเกอร์ในตลาดหุ้น ต้องติดตามข้อมูลจากสื่อตั้งแต่แหกตาตื่นจนถึงเข้านอนไม่เว้นแม้แต่ตอนขับรถหรือเข้าห้องน้ำ แต่ดูๆพี่แกก็มีความสุขกับรายได้ของงานที่ทำให้ชีวิตยุ่งๆ แบบนั้น คิดดูดีๆ แล้วพี่เข้ายังมีโอกาสได้พักมากกว่าเขาเสียอีก ได้พาครอบครัวกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ในช่วงวันหยุดที่ตลาดหุ้นไม่ได้เปิดทำการ ส่วนเขาได้หยุดปีนึงอย่างมากก็ 2-3 ครั้งเท่านั้น
อาทิตย์ก่อนเขาโทรบอกพ่อว่าช่วงนี้วันหยุดตรุษจีนนี้ คลินิก 2 แห่งที่เขาเป็นหุ้นส่วนอยู่ด้วยจะปิด แผนถูกล้มเลิกเอาเมื่อวานนี้ ตอนคุณประยุทธ์โทรมาบอกขอเลื่อนนัดมาทำฟันช่วงนี้ได้ไหม เขารับคำด้วยไม่กล้าปฏิเสธ คุณประยุทธทำธุรกิจ import-export กับฮ่องกงปีๆ หนึ่งอยู่เมืองไทยไม่กี่วัน case full mouth rehab case นี้รวมทั้งปากแล้วสามแสนกว่าบาท ได้แต่โทรบอกพ่อว่าจะหาโอกาสกลับบ้านเร็วๆ นี้ พ่อไม่ได้ว่าอะไร แม่ฝากมาบอกให้หาเวลากลับมาดูที่นาที่บ้านบ้าง แม่ตายแล้วไม่อยากให้ขาย นาผืนนี้ขายข้าวได้เลี้ยงลูกและส่งเสียจนได้ดีทั้งสามคน แว่วเสียงแม่ลอยมาผ่านโทรศัพท์พอให้ได้ยิน
"กูตาย ไม่รู้มันจะว่างได้มาเผาผีกูหรือเปล่า.."
ทพ.วัฒนา ทองปัสโณว์
สวัสดีค่ะ
ขาประจำมาแล้วค่ะ
เขียนได้ดีมากๆ ดำเนินเรื่องได้น่าสนใจมาก ลีลาการเขียนสุดยอด ลุ่มลึกในการใช้คำและผูกเรื่อง น่าชื่นชม เป็นเรื่องเล่าที่ทำให้ลูกหลายคนต้องกลับมาคิด
เรื่องเล่าเปลี่ยนแปลงโลกได้ครับ
สวัสดีคะ
เห้นไหมคะ
ระดับท่านอาจารย์ โกมาตร ทนไม่ได้ต้องมาชมเชยเองละก้อ
ไม่เรียกว่าระดับเทพ จะเรียกอะไรดี?
เชียนอีกนะคะ
อ.โกมาตร มาจากไหนคะ อิอิ