ข้อควรระวังของผู้ค้ำประกัน

ด้วย สำนักงานอัยการเขต ๓ กำหนดจะเปิดศูนย์บริการร่วม ในวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ จึงได้จัดทำแผนพับเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน ที่มาขอรับบริการ แผ่นพับดังกล่าวมีความรู้เกี่ยวกับการค้ำประกันด้วย คิดว่าน่าจะเกิดประโยชน์อยู่บ้าง จึงนำมาเผยแพร่ ดังนี้

ค้ำประกัน  คืออะไร

                        ค้ำประกัน  คือ  สัญญาที่บุคคลหนึ่งเรียกว่า 

ผู้ค้ำประกัน    สัญญาว่าจะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ถ้า

หากลูกหนี้ไม่ยอมรับชำระหนี้  (ป.พ.พ.  มาตรา  680)

หลักเกณฑ์ในการทำสัญญาค้ำประกัน

                        สัญญาค้ำประกันต้องทำตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวต่อไปนี้

                        1. ต้องทำหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง

                       2. ต้องลงลายมือชื่อของผู้ค้ำประกัน  จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีให้ผู้ค้ำประกันรับผิดชอบตามสัญญาค้ำประกันได้

                        หากไม่ได้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันแล้วก็จะไม่ได้ผลประโยชน์เพราะไม่สามารถฟ้องบังคับผู้ค้ำประกันได้

 

ชนิดของสัญญาค้ำประกัน

                        สัญญาค้ำประกันแบ่งออกได้เป็น  2  ชนิด  คือ

                        1. สัญญาค้ำประกันอย่างไม่จำกัดจำนวน

                        กล่าวคือ  ลูกหนี้ต้องรับผิดชดใช้หนี้ให้แก่เจ้าหนี้เป็นจำนวนเท่าใด  ผู้ค้ำประกันต้องชดใช้ให้แก่เจ้าหนี้ในจำนวนเท่ากันกับลูกหนี้ด้วย  คือรับผิดชอบในต้นเงิน  ดอกเบี้ย   ค่าเสียหายในการผิดนัด  ชำระหนี้  ค่าภาระติดพัน  ตลอดจนค่าธรรมเนียมในการฟ้องร้องบังคับคดีด้วย

                        2. สัญญาค้ำประกันจำกัดความรับผิดชอบ

                        กล่าวคือ  ผู้ค้ำประกันได้ระบุจำนวนไว้ว่าจะรับผิดชอบไม่เกินจำนวนตามที่ระบุไว้เท่านั้น  ดังนั้นหากผู้ลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้แล้ว  ผู้ค้ำประกันจะใช้หนี้ดังกล่าวแทนลูกหนี้เฉพาะเท่าจำนวนที่ตนระบุไว้เท่านั้น  เจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้เมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้เมื่อใด  เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้เมื่อนั้น

 

ผู้ใดจะเข้ามาเป็นผู้ค้ำประกันในการชำระหนี้บุคคลอื่นนั้น  ควรปฏิบัติดังนี้ 

1.               อ่านสัญญาค้ำประกันให้ครบถ้วนทุกข้อก่อนลงชื่อในสัญญาค้ำประกัน

             2.    หากประสงค์ที่จะค้ำประกันหนี้เพียงบางส่วนก็ให้เขียนระบุไว้โดยแจ้งชัดในสัญญาค้ำประกันว่าประสงค์ที่จะค้ำประกันเป็นจำนวนเท่าใด

3.   หากไม่ประสงค์ที่จะไม่รับผิดร่วมกันกับลูกหนี้ในฐานะลูกหนี้ร่วมกันแล้ว  ก็ต้องดูสัญญาว่ามีข้อความที่ระบุไว้ว่า ให้ตนรับผิดร่วมกันกับลูกหนี้หรือไม่จึงค่อยลงสัญญาค้ำประกัน  ถ้าผู้ค้ำประกันชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ไปแล้ว  ผู้ค้ำประกันมีสิทธิอย่างไร ถ้าผู้ค้ำประกันชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ไปแล้ว  ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาคืนจากลูกหนี้เท่าจำนวนที่ตนได้ชดใช้แทนลูกหนี้ไปแล้ว

 

 ในกรณีดังกล่าวต่อไปนี้ผู้ค้ำประกันย่อมพ้นความรับผิดชอบ  ไม่ต้องชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้

1. ถ้าผู้ลูกหนี้ที่ตนค้ำประกันนั้นได้กำหนดวันชำระหนี้ไว้แน่นอนแล้วต่อมาเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่เจ้าหนี้แล้ว  ผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นจากความรับผิด  (ป.พ.พ.  มาตรา  700) 

2. เมื่อหนี้กำหนดชำระแล้วผู้ค้ำประกันขอชำระแทนลูกหนี้  ถ้าเจ้าหนี้ไม่ยอมรับชำระ  หนี้ผู้ค้ำประกันก็เป็นอันหลุดพ้นจากความผิด 

(ป.พ.พ.  มาตรา  701) 

 

                ---------------------------------------------------------------------------------------------