ผมเดินกลับบ้านอย่างมีความสุข และตั้งใจว่าจะพาพวกเขาไปอีก แต่..ผมได้เพียงแค่คิด เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ผมก็ย้ายออกจากโรงเรียนบ้านคำบาก

         เหตุการณ์ในโรงเรียนบ้านคำบากดำเนินไปเหมือนทุกวัน ตั้งแต่เช้าผมทำหน้าที่ครูคนเดียวที่ต้องสอนทั้งสี่ชั้น นั่นคือ เช้าสอนเลข บ่ายสอนภาษาไทย จนได้เวลาบ่ายสามโมงครึ่งก็เลิกเรียน

         แต่ก่อนเลิกเรียนวันนี้  มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น

        "ครู....ครู"  เสียงป้าคนหนึ่งตะโกนเรียกผมที่หน้าห้อง แข่งกับเสียงอ่านหนังสือบนกระดานดำของเด็กชั้น ป.3  ขณะที่ผมก้มหน้าก้มตาตรวจสมุดคัดไทยของนักเรียนชั้น ป.4 หูก็เงี่ยฟังเด็ก ป. 3

        ผมเงยหน้ามองไปทางเสียงเรียก ก็เห็นป้าบ้านอยู่หน้าโรงเรียนยืนอยู่หน้าห้อง บนไหล่ขวาของแกสะพายตะกร้าใบหนึ่งท่าทางจะหนักเพราะสายตะกร้ากดลึกลงไปในเสื้อเห็นชัดเจน

        ผมวางมือจากปากกา ลุกเดินไปหาแก

        "มีอะไรเหรอครับ ป้า" ผมถามด้วยความสงสัย

        ป้าล้วงมือหยิบห่อใบตองตึงห่อใหญ่ออกมาจากตะกร้า แล้วพูดว่า

        "ป้ามีเห็ดระโงกมาฝาก กำลังเป็นไข่ น่ากินดีเทียว" แกยื่นห่อเห็ดระโงกให้ผม ผมยื่นมือไปรับพร้อมกับกล่าวคำขอบคุณ ป้ายิ้มแล้วหันหลังเดินลงจากโรงเรียนกลับบ้านของแก

         ผมเปิดดูห่อใบตอง ข้างในเป็นเห็ดระโงกไข่สีเหลืองและขาว กำลังน่ากินจริงอย่างที่ป้าบอก แล้วผมก็นึกได้ว่า ไม่ได้ถามแกเลยว่า หามาจากไหน ไกลรึเปล่า ผมจึงต้องถามนักเรียน

          "ใครรู้บ้างว่า เห็ดระโงกมันขึ้นอยู่ไกลไหม"

          สิ้นเสียงผม เสียงเซ็งแซ่ของเด็กก็ดังขึ้น แทบจะทุกคนในโรงเรียน จนผมฟังไม่รู้เรื่อง

         "เอาอย่างนี้แล้วกัน พรุ่งนี้วันศุกร์ พวกเราทุกคนไปเที่ยวป่า หาเห็ดระโงก ดีไหม"

         "ดีครับ" คราวนี้เสียงตะโกนชัดเจนดีมาก

         วันรุ่งขึ้น ผมและนักเรียนทุกคน ออกจากโรงเรียนประมาณสิบโมง ผมจัดให้เด็กชั้น ป.4 เดินก่อน ตามด้วยเด็ก ป.1 และ ป. 2 สุดท้ายเป็นเด็ก ป.3 ซึ่งมีผมอยู่ด้วย เด็กทุกคนเดินอย่างลิงโลด มีห่อข้าวเคียนเอวด้วยผ้าขาวม้า บ้างเดินไปกระโดดไป เสียงหัวเราะดังไม่ขาดระยะ พวกเราเดินประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ไปพบลำธารเล็กๆ ตื้นๆ สองฝั่งเป็นลานหินยาวไปตามลำธาร พ้นจากลานหินเป็นป่าเต็งรัง

        "ครู... พักที่นี่แหละครับ แถวนี้มีเห็ดระโงกเยอะ" เด็ก ป. 4 คนหนึ่งบอกผม

        ผมบอกให้เด็กหาที่วางห่อข้าว แล้วกระจายกันออกไปหาเห็ดระโงก หามาเพียงคนละห่อก็พอ แล้วผมก็ลงไปล้างหน้าในลำธาร กะว่าสักพักจะตามเด็กไป แต่...พอผมกลับขึ้นมาบนฝั่ง หน้ายังเช็ดไม่แห้ง ก็ได้ยินเสียงเด็กตะโกนบอกต่อกันว่า

        "กูได้พอแล้วโว้ย.."

        "กู ก็ได้แล้วโว้ย"

         เสียงดังไม่นานก็เห็นตัว บ้างอุ้ม บ้างแบก บางคนร้อยเป็นพวง แม้แต่เด็ก ป.1 ก็ถือติดมือคนละดอกสองดอก

         เที่ยงวันนั้น ผมกับเด็กๆ กินแกงเห็ดระโงกกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยเด็กผู้หญิงนำหม้อไปจากบ้านช่วยกันแกง เด็กผู้ชายไปหาผักติ้ว มาใส่แกงเพื่อให้มีรสเปรี้ยว กินเสร็จเด็กๆ ลงไปกินน้ำในลำธาร ผมบอกให้เด็กคนหนึ่งกรอกน้ำใส่ขวดแม่โขงเปล่ามาให้ผมด้วย

        "ครู  น้ำครับ" เด็กนำน้ำเต็มขวดแม่โขงยื่นให้ผม เป็นน้ำในลำธารที่ใส สะอาด 

         "ขอบใจมาก" ผมพูดและยิ้มให้เขา เด็กน้อยยิ้มตอบตาเป็นประกายด้วยความดีใจ 

         ผมยกขวดน้ำขึ้นดื่มทีเดียวครึ่งขวด

         "โอ้ โฮ.. ครูดื่มน้ำเยอะมาก" เด็กหญิงอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ พูดขึ้น

         "น้ำมีประโยชน์มากนะ เราควรดื่มอย่างน้อยวันละ 2 ขวด" ผมบอกเด็ก แล้วยกขึ้นดื่มอึกๆ จนหมดขวด

         "เย้.. หมดขวดแล้ว" เด็กที่เอาน้ำมาให้ผมพูดด้วยความดีใจ

         พวกเรานั่งพักสักครู่หนึ่ง ผมก็พาเด็กเดินกลับโรงเรียน ขากลับก็ไม่ต่างจากขาไป ทุกคนเดินหยอกล้อกัน เสียงหัวเราะดังไม่ขาดระยะ เมื่อไปถึงโรงเรียน เด็ก ป.4 หลายคนมาพูดกับผมว่า

         "ครูครับ พวกเราสนุกมาก เทอมหน้าครูพาพวกเราไปเที่ยวอีกนะครับ"

         "ได้ ครูจะพาไป" ผมรับคำ เด็กๆ โห่ร้องด้วยความดีใจ แล้วพากันวิ่งกลับบ้านอย่างลิงโลด

         ผมเดินกลับบ้านอย่างมีความสุข และตั้งใจว่าจะพาพวกเขาไปอีก แต่... ผมได้เพียงแค่คิด เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ผมก็ย้ายออกจากโรงเรียนบ้านคำบาก

อ่านต่อ ตอน 30. ขึ้นรถ...ลงเรือ...คนแปลกหน้า...ผี....หรือว่าฝัน