มิติใหม่ของการเรียนวิชาแพทย์
ศักยภาพของมนุษย์ทุกคนมีสูงมาก
โดยเฉพาะคนที่เรียนแพทย์
มีนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งแสดงความคิดเห็นกับผมว่า ระบบปัจจุบันนักศึกษาใช้ความพยายามและทุ่มเทไปอย่างมาก แต่ผลสัมฤทธิ์น้อย
คำถามสำคัญคือ ระบบการเรียนที่ทำให้ทุกคนบรรลุถึงศักยภาพและการเรียนรู้สูงสุดเท่าที่ตนเองจะไปถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นเป็นอย่างไร
ภายใต้คำถามนี้ คงจะมีคำถามอื่นๆอีกตามมา อะไรคือศักยภาพสูงสุด ที่มนุษย์แต่ละคนจะบรรลุได้ ประสิทธิภาพของการเรียนรู้คืออะไร ฯลฯ
20090606
สวัสดีค่ะอาจารย์
ต้องบอกว่ารู้จักอาจารย์ตั้งแต่ที่ไปฝึกงานเมืองพล...
อาจารย์มาเรียนต่อและเป็นอาจารย์หมอ....ก็ยินดีนะคะที่มาเขียน blog...
คนที่เรียนหมอนะคะ...พ่อแม่ต้องทุ่มเท...เรียนดีส่งเสริม
และมักเป็นคนที่ได้รับแต่โอกาสดีๆเสมอๆ....
ขอเป็นกำลังใจให้นิสิตแพทย์....ให้การดูแลแบบการเห็นคุณค่าของคน...รักษาคน...พร้อมๆกับรักษาโรค...
สวัสดีค่ะ
มาร่วมตื่นเต้นกับอาจารย์หมอ...
ยินดีต้อนรับมิตรภาพใน Gotoknow....
คำตอบง่ายมากครับ
คนที่หัวสมองดีไม่ควรมาเรียนแพทย์ครับ วิชาแพทย์คือวิชาที่ต้องการการท่องจำและทักษะเท่านั้น
วิชาแพทย์ไม่ใช่งาน Creative เพียงแค่ท่องจำ ขยันก็พอแล้ว อ้อต้องมีคุณธรรมกำกับด้วย
คนที่สมองดี IQ ดี ควรจะเรียนทางด้านประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ๆให้กับโลกมนุษย์
ไม่ควรมาเสียเวลาอยู่กับเรื่องพรรค์นี้ครับ
ใน GTK มีหลายคนที่เอนทร้านส์ติดแพทย์แต่กลับไม่เรียน สละสิทธิ์ก็เห็นหลายคน กลับมาเรียนสายวิชาการครับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีหลายคนมีทั้งหญิงและชายครับที่เกรดสี่ตลอดแต่ไม่เรียนแพทย์
น้องชายติดแพทย์จุฬาอันดับต้นๆ
แต่สละสิทธิ์ไปเรียนวิศวะจุฬาคะ
เห็นด้วยกับคุณ สันติ หมื่นไวย คะ
มาสวัสดี และยินดีต้อนรับน้องใหม่ครับ อาจารย์อ้วน
เชื่อมั๊ยว่า ผมเห็นรูป Avatar เล็กๆในหน้าอนุทิน แล้วจำได้เลย
รู้สึกเศร้าเลยนะ พวกเราทำงานกันอีท่าไหนไม่รู้ คนมาเห็นว่าเราเป็นพวกไม่ creative !?!
พอดีผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบงานวิจัย และใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นแพทย์วิจัย ผมว่าที่มีบางท่านบอกว่างานของแพทย์นั้นไม่ creative อาจจะเป็นบทบาทและหน้าที่หลักของแพทย์ส่วนใหญ่คือการดูแล รักษาคนไข้ แพทย์บางท่านจึงไม่มีเวลา แต่ก็มีแพทย์วิจัยหลายท่านที่สร้างคุณประโยชน์และประดิษฐ์คิดค้นงานที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์มากเช่นกันนะครับ สว่นเรื่องที่จะทำให้ทุกคนบรรลุเป้าหมายสูงสุดนั้น เรื่องของวิธีการผมว่าเป็นสไตล์การเรียนรู้ของแต่ละบุคคลนะครับ ถ้าคนนั้นได้เรียนรู้ในสิ่งที่เขาชอบ และด้วยวิธีการที่เขาชอบ มีสิ่งเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ ผมว่าน่าจะส่งเสริมศักยภาพได้ดี และสิ่งสำคัญคืการกล้าคิดนอกกรอบและคิดท้าทายความสามารถ(ในทางสร้างสรรค์) ครับ
สวัสดีครับอาจารย์
ผมว่าการศึกษาในปัจจุบันหรือในอดีต คนส่วนมากยังเลือกเรียน(entrance)ตามค่านิยม ตามเพื่อน หรือตามที่พ่อแม่แนะนำ มากกว่าเลือกตามที่ตัวเองถนัด ทำให้ไม่สามารถบรรลุถึงศักยภาพสูงสุดในการเรียนรู้ของตนเองได้
ขณะที่ระบบการศึกษาตั้งแต่เด็ก ก็ไม่ได้สอนแนวทางที่จะบอกถึงความถนัดของแต่ละคน บอกแต่ว่าคนเรียนเก่งต้องเรียนอะไร คนเรียนปานกลางหรือเรียนอ่อนต้องเรียนอะไรต่อเท่านั้นครับ
ดีครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
หนูคิดว่า ถึงแม้วิชาการแพทย์จะไม่ได้เป็นวิชาที่ Creative สุดโก่งเช่น วิชาออกแบบ หรือทางศิลปกรรมนั้น
แต่วิชานี้ก็มีความ Creative อยู่บ้าง ไม่ใช่แค่มาท่องจำแล้วนำไปตอบ ไปรักษา เท่านั้น
ถ้าวิชาการแพทย์เป็นแค่วิชาท่องจำแล้ว เราคงไม่ต้องมีหมอ เพราะแค่เรานำข้อมูลใส่คอมพิวเตอร์แล้วประมวลผลสรุปวิธีการรักษาตรงตามตำราเป๊ะๆก็ได้แล้ว
แหะๆ เห็นด้วยกับ Comment ด้านบนนะครับ ^^''
-สวัสดีครับอาจารย์ พึ่งเจอ blog ของอาจารย์ครับ
-ทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์ creative อยู่ในตัวอยู่แล้ว แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถก้าวผ่านกำแพงแห่งความกลัว ไม่กล้าได้หรือไม่
-แต่การจะก้าวผ่านตรงนั้นได้ ก็ขึ้นอยู่กับคุณครูทั้งหลายที่จะกล้าเปิดพื้นที่ให้เด็กๆได้ลองผิดลองถูกหรือไม่
-วิชาแพทย์เหมือนมีวัฒนธรรมประเพณีบางอย่างที่ปิดกั้นความสามารถเหล่านี้ อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นวิชาชีพที่ต้องทำกับมนุษย์ เน้นความปลอดภัย ถ้าจะปล่อยให้ทดลองหรือนอกกรอบมากเกินไป ก็อาจจะส่งผลเสียกับคนไข้ได้
-แต่ผมเชื่อนะครับว่ามันมีหนทางบางอย่างที่ทำให้ความรู้เดินทางไปกับความคิดสร้างสรรค์