อากาศครึ้มติดพันมาตั้งแต่เมื่อวานเย็น สายๆฝนโปรยปราย ครึ้มและอากาศนิ่ง สลับกับแดดออกช่วงสั้นๆ รู้สึกอึดอัด เลยจัดการชงชาดื่ม

มีชาให้เลือกหลายอย่างเชียวค่ะ ทั้งไทย ฝรั่งเศส อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน

แต่เพิ่งกลับจากจีน ได้ชาใหม่ของดีจากเมืองหังโจว มาสองชนิด คือ “ชาหลงจิ่ง” และ “ชาดอกกุ้ยฮัว” บรรยากาศอย่างนี้อยากได้ชาที่มีกลิ่นหอมดอกไม้ เลยจัดการชง “ชาดอกกุ้ยฮัว” แสนหอมหวาน

แม้ไม่ได้จิบชาด้วยกันแต่ก็อยากแบ่งปันความสุขกับมวลมิตรด้วยเรื่องราวของสิ่งพิเศษที่ได้มา

·         ชาหลงจิ่ง

·         ชาดอกกุ้ยฮัว

 

ชาสองชนิดนี้ได้มาจากร้านพื้นบ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นของแท้ วันนี้จะเล่าถึงชาสองชนิดนี้ค่ะ

 

กลับจากเมืองจีนตั้งนานก็ยังไม่ได้เล่าถึงสิ่งดีๆ วัฒนธรรมและสถานที่อันประทับใจ ก็ทริปญี่ปุ่นตั้งครึ่งค่อนปีก็ยังเล่าไม่เสร็จเลยค่ะ แต่ก็อีกไม่กี่ตอนก็จบ เลยขอนำสิ่งที่พบจากจีนเป็นเรื่องๆมาเล่าก่อน ไม่ได้เน้นเล่าการเดินทาง ท่องเที่ยว ค่ะ

 

ประกอบกับไปได้หนังสือ ท่องเที่ยวประเทศจีน เขียนโดย คล่อง ศิรประภาธรรม เป็นถึงบุคคลดีเด่นแห่งประเทศจีน ผู้ได้รับรางวัล “ไกด์ป้ายทองคำ” และผู้คนในวงการท่องเที่ยวขนานนามว่า “เหล่าซือ ผู้รอบรู้” เสียดายที่มาพบหนังสือนี้ก็เมื่อกลับจากเมืองจีนแล้ว ในหนังสือยังมีข้อมูลเกี่ยวกับชาจีนซึ่งผู้เขียนไม่เคยทราบมาก่อน น่าสนใจมากค่ะ

 

ไปเยือนเมืองหังโจว ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามก็ได้ไปที่ วัดหลิงอิ่น (Lingyin) อีก(วัดนี้น่าสนใจมากวันหลังค่อยเล่าค่ะ) ได้ซื้อชาก็ตอนขาออกจากวัด  

ทางไปวัดรถต้องผ่านทะเลสาบWest Lake หรือ ทะเลสาบซีหู อันเลื่องชื่อ ลัดเลาะไหล่เขาขึ้นไปไม่ไกลมากนัก ไกด์สาวจีนเมื่อผู้เขียนไปเยือนหังโจวครั้งที่สองเคยบอกว่า พื้นที่ระหว่างเขาและทะเลสาบนี้เป็นที่ที่มีอากาศและดินดีมากเหมาะแก่การปลูกชาชนิดพิเศษที่สุด แต่พื้นที่นั้นมีไม่ถึงร้อยตารางกิโลเมตร จึงมีชาวบ้านดั้งเดิมแค่ราวห้าสิบครอบครัวที่ปลูกชานี้ ในหมู่บ้านยังมีบ่อน้ำพิเศษเป็นตาน้ำพุผุดขึ้นมา บ่อมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร

หนังสือท่องเที่ยวประเทศจีน อธิบายไว้ว่า ....ไม่ว่าหน้าแล้งหรือหน้าฝนน้ำในบ่อจะไม่มีการแห้งหนือล้น น้ำจะอยู่ระดับเดิมเสมอ เมื่อเอาไม้ไปกวนให้น้ำในบ่อวนจนเป็นหลุมรูปกรวย จะเห็นผิวน้ำแยกออกเป็นสองชั้นอย่างชัดเจน และ เป็นขอบก่อนที่น้ำจะเข้าสู่สภาพปกติ ชาวบ้านจึงเรียกปรากฏการณ์เช่นนี้ว่ามังกร และ บ่อนี้ก็เรียกว่า “หลงจิ่ง” คือ “บ่อมังกร” นั่นเอง

ทางธรณีวิทยาสันนิษฐานว่าบ่อนี้เป็นเขตแบ่งน้ำบาดาลและน้ำที่ซึมซับลงมาจากผิวดิน ซึ่งมีลักษณะ น้ำหนัก ของน้ำที่แตกต่างกัน จึงเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ และ หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในบริเวณบ่อหลงจิ่ง นี้ก็ได้ชื่อว่า หมู่บ้านหลงจิ่ง เป็นหมู่บ้านที่ปลูกชาเขียวหลงจิ่ง...

ชาเขียวที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นชาเขียวที่ดีและแพงเป็นอันดับหนึ่งของจีนและโลก ก็คือ ชาเขียวหลงจิ่ง ของเมืองหังโจว นี้เองโดยเฉพาะเมื่อนำชาชนิดนี้มาชงกับน้ำจาก น้ำพุเสือตะกุย ซึ่งเป็นตาน้ำพุอยู่บน ภูเขาเสือตะกุย ตั้งอยู่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบซีหู จะได้รสชาติที่ดีที่สุด

ชาชนิดนี้ทางการกำหนดให้สามารถปลูกรอบบ่อน้ำพุหลงจิ่งเพียงระยะ 80 กิโลเมตรเท่านั้น จึงจะใช้ชื่อว่า ชาเขียวหลงจิ่ง ได้ ถ้าไกลออกไปกว่านี้ รสชาติชาก็จะแตกต่างออกไปซึ่งผู้ซื้อต้องระวังการหลอกลวงจากพ่อค้าผู้หวังผลประโยชน์เอาใบชาคุณภาพเลวมาสวมรอยขาย

เสียดายไม่ได้ไปที่หมู่บ้านหลงจิ่งแม้สักครั้ง

แต่การไปเยือนครั้งที่สามนี้ได้ซื้อชาจากชาวบ้าน ที่ทางรัฐได้จัดพื้นที่ให้เป็นห้องๆอยู่ใกล้ทางออกวัดหลิงอิ่น ห้องหนึ่งเขาให้แบ่งกันสองสามครอบครัว เวลาไม่มีใครมาซื้อเขาก็ตั้งวงเล่นไพ่นกกระจอกกัน

เราได้ไปเดินชมและตัดสินใจซื้อเจ้าคุณป้าใจดี ซึ่งหากซื้อชาเขา เขาจะให้ดื่มชาฟรี แต่หากไม่ซื้อใบชา เขาขายชาแก้วละ 10 หยวน หรือ 50 บาท เชียว ได้อุดหนุนใบชากันถ้วนหน้า และ ดื่มชาฟรีที่เขาเติมน้ำให้ครั้งแล้วครั้งเล่าจนน้ำเต็มท้อง

ใบชาเขาไม่ได้มีมาก ใส่กล่องแบบกล่องขนมปัง น่ารักเชียว

ได้ชิมขนมทำจากแป้งข้าวเหนียวต้มตำจนนุ่ม คลุกงากับน้ำตาล ใหม่ๆ คู่กับชาร้อนๆ อร่อยจริง

 

ชาเขียวหลงจิ่ง เกรดดีที่สุด เป็นใบจากยอดสุด หากใบที่ลดหลั่นลงมาก็จะราคาถูกลงมาก 

 

ลักษณะพิเศษของชาเขียวหลงจิ่ง คือ เมื่อชงแล้วมี กลิ่นหอม สีเขียวใส รสฝาดนิดๆ ชุ่มคอ มีสรรพคุณแก้กระหายน้ำ ลดและล้างไขมัน อีกทั้งบำรุงสายตา คุณไกด์สาวที่เคยพบบอกว่าสาวๆหังโจว ไม่อ้วนและมีสุขภาพดีจากการดื่มชาหลงจิ่งทุกวันหลังมื้ออาหารครึ่งชั่วโมง

 

 

นี่คือ ชาดอกกุ้ยฮัว เป็นชาที่มาจากการหมักบ่ม คั่ว แล้วผสม ดอกกุ้ยฮัว ตากแห้ง        ดอกกุ้ยฮัวเป็นดอกไม้ที่หอมมาก ออกดอกปีละครั้ง ประมาณเดือนกันยายน คุณป้าคนขายเห็นผู้เขียนติดใจชาดอกกุ้ยฮัวมาก แกเลยชวนให้มาตอนดอกกุ้ยฮัวบาน

  วันนี้มีแต่ใบมาอวดโฉมค่ะ

ที่จริงก็ไม่ใช่คอชาอะไรนักหนา ที่ปลื้มจนต้องเล่าก็คงเพราะเรื่องราวและความใจดีของคุณป้าคนขายที่ขายอย่างมีความสุข สบายๆ ความสุขคงผสมอยู่ในใบชานั่นเอง

 

ของดีมีชื่อของเมืองหังโจวอีกอย่างก็คือ ดอกเก๊กฮวยขาวแห่งเมืองหังโจว (นี่ได้มาจากห้างใหญ่) เก๊กฮวยขาวหังโจว ปลูกที่อำเภอหวีหาง เป็นดอกเก๊กฮวยที่มีคุณภาพดีที่สุดของบรรดาดอกเก๊กฮวยทั้งสิ้น ใช้เป็นยาสมุนไพรและชงเป็นน้ำเก๊กฮวยดื่มแก้ร้อนในที่พวกเราคุ้นเคยกันดี

 

วันนี้ขอจิบ ชาดอกกุ้ยฮัว ต่อก่อนนะคะ ใครมาเยือนบ้านช่วงนี้ให้เลือกได้ว่าจะดื่มอะไรระหว่างคุยกันยามฝนพรำค่ะ