แต่ละฝ่ายแต่ละคน ก้มตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันแต่เช้า..กลัวคนไข้จะรอนาน หมดเวลาก็รีบกลับบ้าน เพราะุึถึงแม้งานที่โรงพยาบาลเพิ่งจะหมดลง แต่ภาระงานที่บ้านของหลายๆคนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น..
..
นานแล้วนะครับ..
ที่ผมเพิ่งรู้สึกอะใจว่าไม่ได้มีโอกาสได้สนทนากับพี่เนาะมานานมากแล้ว
ไม่ใช่ว่าไม่พอใจหรือมีเรื่องโกรธเคืองอะไรกันจนต้องใส่รองเท้าคอนเวิร์สเดินไปคนละทาง
ทั้งๆที่ห้องทำงานของผมกับพี่เนาะอยู่ห่างกันนับคืบได้..
หากแต่หน้าที่การงานที่ต้องเดินเข้าเดินออกในจุดที่ไม่ค่อยจะตรงกันนัก..
จริงอย่างคำโบราณที่ว่ากระแสน้ำไม่ค่อยท่า วันเวลาไม่คอยคน
ทำงานไป เพลินไป
จากวัน ผ่านไปเป็นเดือน เลื่อนไปเป็นปี ไวเหมือนสายลมพัดผ่าน สนุกกับงานเกินไป
จนบางครั้งลืมคนรอบข้าง และลืมเก็บความเพลิดเพลินใจรายทางไปเสียสนิท..
ผมรู้จักพี่เนาะตั้งแต่ผมจบมาบรรจุทำงานที่อำเภอด่านซ้ายใหม่ๆ..
จะว่าไปก็กว่าสิบเก้าปีมาแล้วที่รู้จักแกเป็นทางการเนื่องจากผมต้องมาติดต่อประสานงาน
ที่โรงพยาบาลหรือไม่ก็มาเล่นกีฬาด้วยกันบ้างสมัยนั้นบุคลากรของโรงพยาบาลและของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอด่านซ้ายมีกันไม่กี่ชีวิตซึ่งมักจะคุ้นหน้าคุ้นตาและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี..
สมัยที่พี่เนาะแกยังหนุ่ม ยังแน่น จัดว่าเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญขององค์กรคนหนึ่ง..
อาจกล่าวได้ว่า แกเป็นคนรุ่นบุกเบิกพัฒนาโรงพยาบาลก็ว่าได้ เพราะจากภาพถ่ายกิจกรรมเก่าๆจะมีภาพพี่เนาะติดอยู่ในภาพกับเขาบ่อยครั้ง ผมเองไม่รู้เรื่องราวชีวิตส่วนตัวของแกมากนัก เท่าที่ทราบก่อนหน้านี้แกดูเหมือนว่าจะมีความสุขดี เพราะมีภรรยาและลูกตามสูตรสำเร็จของชีวิตครอบครัวอบอุ่น ก่อนจะเจอมรสุมชีวิตพัดกระหน่ำจนทำให้คู่ชีวิตต้องแยกย้ายเดินจากกันไปคนละเส้นทาง..
พี่แกเป็นคนพูดน้อยด้วยครับดูท่าทางเป็นคนใจเย็นสบายๆง่ายๆเช้ามาทำงานเย็นกลับบ้าน
ชีวิตแกวนเวียนซ้ำซากอยู่อย่างนี้ ยิ่งยุคสมัยที่งานใหม่ๆ คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้น กว่าจะรู้ตัวคอมพิวเตอร์มันก็เข้ามาตีสนิทใกล้ชิดกับแกทุกวัน แม้จะไม่เข้าใจการทำงานของมันมาก พี่เนาะแกก็พยายามปรับตัวเรียนรู้การใช้งานมันพอได้ไม่ถึงกับตกยุคสมัย แต่มันก็ทำให้เด็กรุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่งเข้ามาทำงานก็วิ่งนำทิ้งห่างแกไปหลายช่วงตัว..
บางครั้งองค์กรก็อาจจะมองแต่ข้างหน้า จนลืมเหลียวหน้ามองมาข้างหลัง..
หันมาอีกทีก็เห็นแกยืนหอบแหกๆ อยู่ไกลลิบ..
คิดดูดีๆ..บางทีรู้สึกประหลาดใจนะครับ
ที่แต่ละวันของการทำงาน ผมเองก็พลาดโอกาสเจอกับเพื่อนร่วมงานหลายๆคนอย่างไม่น่าเชื่อ
ที่จริงจะว่าไป..ผมว่าพวกเราหลายคนคงก็ตกอยู่ในสภาพเดียว
ยังเคยแซวกันเ่ล่นๆว่า
"เอะ ตกลงนี่เราทำงานอยู่โรงพยาบาลเดียวกันหรือเปล่า..นึกว่าย้ายไปไหนแล้ว"
งานมากขึ้น..
คนในองค์กรมากขึ้น..
และคนไข้ก็เพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ ยิ่งโรงพยาบาลมีคุณภาพ เหมือนร้านอาหารชื่อดัง
ที่เสียงลือ เสียงเล่าอ้างเชิญชวนให้คนป่วยทั้งใกล้และไกลมาใ้ช้บริการกันอย่างถ้วนหน้า
แต่ละฝ่ายแต่ละคน ก้มตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันแต่เช้า..กลัวคนไข้จะรอนาน หมดเวลาก็รีบกลับบ้าน เพราะุึถึงแม้งานที่โรงพยาบาลเพิ่งจะหมดลง แต่ภาระงานที่บ้านของหลายๆคนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น..
เมื่อวานพี่เนาะไม่สบาย ขอลาหยุดงานกระทันหัน ทำให้งานห้องบัตรที่แกทำรวนเรไปนิดหน่วย เพราะคนไม่พอ หลังจากที่จัดการแก้ไขให้งานดำเนินต่อไปได้ ผู้อำนวยการจึงถือโอกาสตามไปเยี่ยมดูอาการแกที่บ้าน และนำมาเล่าในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารถึงสภาพที่พักและความเป็นอยู่ของพี่เนาะ ที่ทำให้พวกเราหลายๆคนที่ได้ฟังแล้วคงเข้าใจชีวิตอีกด้านของแกมากขึ้น
พวกเราไม่รู้ชีวิตหลังไมค์ของพี่เนาะมากนักหลังจากที่แกย้ายออกไปพักนอกโรงพยาบาล..
อืม...
จริงๆจะว่าไป ผมว่าเราแทบไม่ได้สนใจแกเลยต่างหาก รู้แต่ว่าขอให้แกมาทำงานก็พอ..
..........................................
ในขณะที่หลายคนกำลังมีความฝัน มีเรื่องให้คิด ในชีวิตมีงานใหม่ๆท้าทายให้ทำมากมาย
แต่.. บางคนแทบเหมือนคนฝันสลาย ขาดแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้กับตัวเอง..
นายสาระแน คนชงชา
สวัสดีครับป้าแดง..
ขอบคุณที่ร่วมวงชงชา ด้วยกันครับ
สวัสดีค่ะ บางครั้งเราต้องหันมองกันบ้างนะคะ อิอิ
อยู่ใกล้ เหมือนอยู่ไกล
เห็นหน้ากันบ่อยๆ จนบางครั้งลืมเห็นใจกัน
เหตุการณ์เหล่านี้ มักเกิดขึ้นบ่อยๆ กับคนที่อยู่ในองค์กร
แม้กระทั่งที่ขอนแก่นเอง
ขอบคุณที่ส่งข้อคิด สะกิดเตือน
พี่เนาะ เป็นอย่างไรบ้าง คงหายจากความเจ็บไช้แล้วนะค่ะ
ได้กำลังใจดีๆ จากฃาว รพร. ก็ช่วยได้มากแล้วค่ะ