ตามรอยภูมิปัญญา…“หมอพื้นบ้านรักษากระดูก”

 

 

 

 

องค์ความรู้หมอพื้นบ้านรักษากระดูกที่กำลังจะถูกลืมเลือน ทำให้นักศึกษาปริญญาโท  สาขาหลักสูตรและการสอน  รุ่นที่ 6/2551  มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา  ศูนย์ชุมพร  ได้รวบรวมความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชุมพร  ได้แก่  อำเภอเมืองชุมพร  อำเภอท่าแซะและอำเภอปะทิว และนี่คือส่วนหนึ่งของเรื่องราวการเก็บข้อมูล และข้อค้นพบองค์ความรู้ด้านหมอพื้นบ้านรักษากระดูกที่มีความหมายยิ่งนัก

 

 สืบค้นองค์ความรู้เชิงลึก

            การศึกษาข้อมูลเชิงลึกหมอพื้นบ้านรักษากระดูกเป็นกิจกรรมหนึ่ง  ซึ่งนักศึกษาได้รวบรวมข้อมูลการรักษาจากตัวหมอที่ทำการรักษาและจากผู้ป่วยที่เคยได้รับการรักษามาแล้ว  พอสรุปได้ดังนี้

            หมอพื้นบ้านรักษากระดูก  จำนวน  4  คน  ใน 3  อำเภอของจังหวัดชุมพร  พบว่าเป็น   เพศชาย  ได้รับการถ่ายทอดวิชามาจากบิดา  ซึ่งบิดาก็ได้รับการถ่ายทอดมาจากปู่ ย่า ตา  ยาย  สืบทอดกันมาเป็นทอด ๆ จากการศึกษาสามารถรวบรวมวิธีการของหมอพื้นบ้านรักษากระดูก  ตามประเภทของผู้ป่วย  เช่น   ผู้ป่วย  ขาหัก  แขนหลุด  ไหล่หลุด  และกระดูกส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่หักหรือหลุด  จากอุบัติเหตุ    ปัจจุบันนี้ผู้ป่วยที่มารักษาจะเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลมาแล้วแต่ยังไม่หาย  จึงมาให้หมอกระดูกพื้นบ้านรักษาต่อ  แต่หากคนไข้มีแผลก็ต้องให้รักษาแผลจากโรงพยาบาลให้หายเสียก่อนแล้วจึงค่อยรักษากระดูก

            วิธีการรักษา  หมอพื้นบ้านรักษากระดูก จะใช้วิธีการจับ  คลำ  สัมผัสเบา ๆ ก็จะรู้ว่ากระดูกหักส่วนไหนของร่างกายบ้าง  เช่น  แขนหัก  ขาหัก  ข้อมือ  นิ้ว  สะโพกหลุด  และไหปลาร้า เป็นต้น 

            กรณีกระดูกหักจะใช้เฝือกไม้ในการพันมัดไว้และใช้น้ำมันมะพร้าว  น้ำมันงา  น้ำมันโครัม  และน้ำมันหมี  ที่ทำขึ้นมาเองทาและนวด   และกรณีกระดูกไหปลาร้าหัก  หมอจะจัดกระดูกพันรักแร้เต้าไปที่ไหล่และพันไว้ไม่ให้กระดูกเกยกัน  เพราะถ้ากระดูกเกยกันจะทำให้เจ็บและรักษาไม่หาย  พันเฝือกไว้ประมาณ  3  วัน  จะแกะออกมาดูว่ากระดูกติดหรือยัง  เพราะกระดูกสามารถเคลื่อนได้  หากกระดูกเคลื่อนต้องจัดกระดูกใหม่  แต่ถ้ากระดูกแตกมาก  ต้องไปให้หมอแผนปัจจุบันในโรงพยาบาลรักษา

           ระยะเวลาในการรักษา  มีปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้ระยะเวลาในการรักษาไม่เท่ากัน  เช่น

1.      อายุ  ผู้ป่วยที่มีอายุมาก  การรักษาจะหายช้ากว่าคนที่มีอายุน้อย  หรือเด็ก 

                      2. การใช้งาน  กระดูกส่วนใดที่ต้องใช้งานเป็นประจำ  เช่น  กระดูกแขน  ขา  เพราะต้องมีการเคลื่อนไหว  จะใช้เวลา  20 – 30  วัน

                        3.  ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาต้องอยู่นิ่ง ๆ โดยไม่ขยับเขยื้อนมากนัก  รักษาประมาณ  15  วัน

                        4.  กระดูกสะโพกหลุด  รักษาประมาณ  10  วัน  ส่วนมากสาเหตุการหลุดก็มาจาก  การลื่นล้ม  ที่มีการกระแทกอย่างรุนแรง

           อาหารต้องห้ามหรืออาหารแสลง  ได้แก่  อาหารประเภทหมักดอง  เช่น  ผักกาดดอง  หน่อไม้ดอง  เป็นต้น  นอกจากนี้มีไข่  และกล้วยสุก  อาหารต้องห้ามเหล่านี้หากรับประทานเข้าไปจำทำให้มีอาการบวม  ปวด  และเจ็บบริเวณที่ทำการรักษา

            ผลของการรักษา  จากการสอบถามผู้ป่วยที่เคยได้รับการรักษา  ผลปรากฏว่าหายทุกคน  แต่จะช้าหรือเร็วนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว

            การยกครูในการรักษา  จำนวนเงินที่ใช้ในการยกครูเล็กน้อย  หมอแต่ละคนจะไม่เท่ากัน เช่น  25  บาท  หรือ  6  สลึง  บางคนไม่เรียกร้องตามแต่จะให้    เงินจำนวนนี้จะนำไปใช้ที่นอกเหนือจากการทำบุญแล้ว  และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับครูบาอาจารย์ 

 

เชื่อมโยงสู่สิ่งดีๆ ในชุมชน

            จากองค์ความรู้เชิงลึกของหมอพื้นบ้านรักษากระดูก  ทั้ง  4  คน จะเห็นว่าหมอพื้นบ้านรักษากระดูกจะมีความสำคัญกับชุมชนอย่างมากมายนอกจากความสามารถในการรักษาโรคแล้วหมอพื้นบ้านรักษากระดูกยังเป็นศูนย์รวมสิ่งดี  ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนอีกมากมายหลายอย่าง ซึ่งเกี่ยวข้องอยู่ในวิถีของการดูแลรักษาโรค นอกจากการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแล้วยังสามารถเชื่อมโยง ไ ปสู่การสร้างจิตสำนึกให้คนในชุมชนได้รู้จักรักษาสิ่งดีๆ ไว้นานเท่านานในหลายๆ ด้านต่อไปนี้

1. ด้านความเอื้ออาทร  การรักษาโรคโดยหมอพื้นบ้านจะต้องยึดหลักความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ที่เกิดทุกข์และช่วยเหลือให้เขาพ้นทุกข์โดยไม่คิดค่าตอบแทนการรักษาผู้ป่วย จะต้องทำด้วยความเต็มใจ ไม่รังเกียจหรือแบ่งชั้นผู้ป่วยเป็นการสร้างจิตสำนึกให้คนในชุมชนรู้จักการเอื้ออาทรต่อผู้อื่น

2.ด้านศาสนาหมอพื้นบ้านรักษากระดูก  เมื่อรักษาผู้ป่วยจนหายเป็นปกติแล้วจะเน้นให้ผู้ป่วย ไปทำบุญที่วัด เพื่อรำลึกถึงครูบาอาจารย์
          
  3. ด้านวัฒนธรรม การทำพิธีไหว้ครูหมออาจารย์หมอพื้นบ้านจะต้องยึดถือปฏิบัติเป็น ประจำ

ทุกปี ส่วนใหญ่หมอทุกคนจะทำพิธีไหว้ครูบาอาจารย์ในช่วงเดือน 6 ข้างขึ้น โดยจะทำพิธีร่วมกับผู้ป่วยที่เคยใช้บริการแล้วหายจากอาการป่วย หากไม่ได้มา  หมอจะขอขมาแทนให้

            4.ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมหมอพื้นบ้านเมื่อรักษาผู้ป่วยก็จะถ่ายทอดความรู้บางส่วนในการรักษาให้ผู้ป่วยและจะแนะนำไม่ให้ผู้ป่วยไปทำลายยาสมุนไพรที่มีอยู่ในชุมชนโดยจะพูดให้ผู้ป่วยเห็นคุณค่าของสมุนไพร

เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าหมอพื้นบ้านรักษากระดูก  ที่ควรค่าแก่การดำรงไว้ แต่ก็พบว่ายังมีปัญหาในหลายด้าน ได้แก่ ผู้ป่วยมีมากหมอให้บริการไม่ทัน หมอมีอายุมากไม่ค่อยมีแรงในการให้บริการ หมอมีเวลาให้คนไข้น้อยในแต่ละวันเพราะต้องทำอาชีพอื่นด้วย ค่าบริการที่ได้จากคนไข้ไม่สามารถเลี้ยงตัวหมอได้ ขาดหมอใหม่ๆ ที่ขึ้นมาแทนที่หมอเก่า ซึ่งคนในชุมชนต้องร่วมแรงร่วมใจกันสืบทอดให้คงอยู่คู่ชุมชนอย่างสอดคล้องกับการแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อเป็นสุขภาวะที่ดีตลอดไป

 

ทีมงานนักศึกษาปริญญาโทมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

สาขาหลักสูตรและการสอน ศูนย์ชุมพร รุ่นที่ 6/2551

นางบุษบา  แสนล้ำ

นางสคราญ  วิเศษสมบัติ

นางธัญญลักษณ์  ทองหยาด

นางศิริพร  ตันยุชน

นางสาวชนิฎศา  เพชรแก้ว

นางสาวประนอม  เตียงทอง

นางมณีพรรณ  เจริญจิต