ข้าวสวยผลผลิตสุดท้ายของพ่อ


"ที่สำคัญที่สุดก็คือพ่อได้ปลูกข้าวเลี้ยงชาวไทยและประชากรโลก พวกเราคิดว่าพ่อมีส่วนช่วยทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้น"

           

             พ่อได้ทำนามาอย่างยาวนานอย่างน้อยก็ 60 ปี และปลูกข้าวเลี้ยงพวกเรา ผลิตผลการทำนาของพ่อส่งเสียให้ลูกทุกคนมีความรู้ มีอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ทุกคนและก็มีพี่สาวผมยังมีอาชีพทำนาการทำนาในปัจจุบันก็เปลี่ยนแปลงไปมากจากเดิม โดยใช้เครื่องจักรเข้ามาแทนที่กำลังของควายและกำลังคนตั้งแต่ต้นการทำนาจนขั้นตอนสุดท้าย แต่ก็มิอาจแยกความมีคุณค่าในครอบครัวชาวนาของเราไปได้ ในแต่ละปีที่พ่อทำนาและได้ผลผลิตไม่น้อยกว่าปีละมากกว่า 40 เกวียนหรือ 40 ตัน ในผืนนา 100 กว่าไร่ ตลอดชีวิตของพ่อและครอบครัวของเราก็น่าจะสร้างผลผลิตมากกว่า 1,600 ตัน พวกเราที่เป็นลูกๆคิดเสมอว่าพ่อมิได้เพียงทำนาสร้างครอบครัว ส่งลูกเรียน และให้อาชีพกับลูกเท่านั้น พ่อได้แบ่งเงินส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในการทำบุญไม่ว่าจะที่วัด โรงเรียน หรือปลูกสร้างสาธารณสถาน ให้ทุนการศึกษาเด็กที่ขาดโอกาส ไม่ว่าจะที่โรงเรียนวัดหนองเสือ หรือที่อื่นๆ ที่สำคัญที่สุดก็คือพ่อได้ปลูกข้าวเลี้ยงชาวไทยและประชากรโลก  พวกเราคิดว่าพ่อมีส่วนช่วยทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้น  ตรงนี้แหละครับที่พวกเราภูมิใจในพ่อของเรา........................

 

           ผมได้เขียนเรื่องเล่า "ข้าวสวยผลผลิตสุดท้ายของพ่อ" ลงในหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพพ่อที่จะมีขึ้นในวันที่ 14  มิถุนายม 2552 ที่วัดหนองเสือ ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อสื่อสารให้ผู้อ่านได้เห็นคุณค่าของชาวนาที่ผลิตข้าวสวยมาให้เรารับทานกันทุกๆวัน............................................

 

คำสำคัญ (Tags): #จิตวิวัฒน์
หมายเลขบันทึก: 266213เขียนเมื่อ 5 มิถุนายน 2009 21:40 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 07:09 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (4)

ชาวนาคือกระดูกสันหลังของชาติ ถูกต้องเเล้วค่ะถ้าไม่มีชาวนาเราก็คงไม่มีข้าวกินอิ่มท้อง

ขอส่งดวงวิญญาณของคุณพ่อให้ไปสู่สุคตินะคะ

จริงเหรอจร้า? .../ Are you sure?

กว่าข้าวในนาจะเป็นผล ให้คนเก็บกินเป็นอาหาร

ต้องใช้เวลาช้านาน ไถหว่านเก็บเกี่ยวเรื่อยมา

คุณธรรมที่สั่งสม เป็นที่ชื่นชมหนักหนา

ถนอมไว้ให้เท่าชีวา เพราะใช้เวลาเช่นกัน

น่าปลื้มปิติอย่างยิ่งค่ะ

"พระบารมีแผ่ปกป้อง นาคร

เหล่าผสกนิกร อุ่นเกล้า

ดังชนกอาทร รักษ์บุตร

ดังครอบครัวอยู่เย้า พ่อคุ้มสุขเกษม"

โลกเราเปลี่ยน แปลงไป ชาวนาไทยยังคงอยู่

กระดูกสันหลัง ของชาติ ถูกกล่าวเพื่อเชิดชู

จะยังอยู่ หรือเหินห่าง เพราะทางไกล

จากข้าวเปลือก เป็นข้าวปลูกในแปลงกล้า

ถอนกำมา วางเรียง ผืนนาใหญ่

หลังสู่ฟ้า ดำกล้า แปลงนาไทย

หน้าสู่ดิน ก้มลงไล่ ปักดำเป็น

สามสี่เดือน คอยดูแล เอาใจใส่

เก็บหญ้าออก วัชพืช ในนานั้น

บำรุงดิน ใส่ปุ๋ยตาม ในแต่ละวัน

แล้วต้องหมั่น รักษาน้ำ ไว้ให้ดี

รวงสีทอง เต็มทั่ว ทั้งท้องทุ่ง

เก็บเกี่ยวรวง สู่ลาน แยกเม็ดข้าว

ตากให้แห้ง ความชื้นลด  ชาวนาเรา

ก็ขายข้าว เข้าโรงสี พอได้กิน........

ช่วยกันเติม สานต่อ ก่อให้เกิด

ผู้ประเสริฐ ที่ยากไร้ ใครหนอนั้น

เสียงเล่าลือ เรียกขาน กันมานาน

กระดูกนั้น สันหลัง ของคนไทย

ชาวนาไทย คือกระดูกสันหลังของชาติ..............

 

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี