สวัสดีค่ะ วันนี้มีภารกิจเร่งด่วนหลายอย่าง ทำข้อมูลพิจารณาจัดสรรอัตรากำลังให้กับกรรมการทรัพยากรบุคคล งานบริการพยาบาล  และอีกงานหนึ่งที่ต้องรีบดำเนินการ  ด้วยได้รับการติดต่อประสานงานจากหน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ให้ช่วยจัดอบรมฟื้นฟูความรู้ให้กับอาสากู้ชีพให้ด้วย 

สืบเนื่องจากมีการให้บริการผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ มาระยะหนึ่ง  ตั้งแต่ 2 ปีที่ผ่านมา  อาสากู้ชีพของตำบลต้องมีสมมรถนะผ่านการอบรมหลักสูตร FR 16 ชั่วโมง  และต้องขึ้นทะเบียนเป็นอาสากู้ชีพของจังหวัดที่ให้บริการดูแลผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ และนำส่งโรงพยาบาลที่เหมาะสม

อาสากู้ชีพตำบล ทำงานด่านหน้า ดูแลประชาชนเมื่อบาดเจ็บหรือป่วยฉุกเฉิน ในพื้นที่มาสองปีเต็ม พบปัญหาที่ต้องดูแลผู้ป่วยอาการหนักในชุมชนก่อนส่งถึงโรงพยาบาล เชน  หอบหืด   ชัก ช็อก หัวใจ คลอดฉุกเฉิน บาดเจ็บรุนแรง  จะช่วยอย่างไร 

แม้จังหวัดจะมีระบบเรียกรถพยาบาลทีมขั้นสูงออกไปรับช่วงต่อระหว่างทางแล้วก็ตาม แต่ความมั่นใจในการปฏิบัติงานก็ยังรู้สึกหวั่น ๆ กลัว ๆ กลัวดูแลประชาชนได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ผู้นำท้องถิ่นที่ดูแลงานกู้ชีพตำบลและพยาบาลประจำตำบล จึงรุดหน้ามาขอปรึกษากับทีม AE ผู้เขียนก็ปรึกษากับอาจารย์หมอไชยยุทธ ทีมดำเนินแพทย์อุบัติเหตุที่ปรึกษาหน่วยกู้ชีพของผู้เขียนอีกชั้น   

พวกเราจึงจะจัดหลักสูตรต่อยอดให้กับอาสากู้ชีพตำบลขึ้น   รุ่นนี้เป็นรุ่นปฐมฤกษ์  ของหลักสูตร  มีทีมจากอาสากู้ชีพเทศบาลตำบลบ้านค้อ นำร่อง 10 ท่าน กำหนดจัดหลักสูตรเป็นสองวันวันเสาร์ที่ 6 - วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2552 ที่จะถึงนี้ค่ะ

รับอาสากู้ชีพจากตำบล จำนวน 30 คน โดยท้องถิ่น ยินดีจ่ายค่าลงทะเบียน รายละ 1,000  บาท  เป็นงบดำเนินการ

การอบรมให้เน้นทบทวนและฝึกปฏิบัติในสถานการณ์สมมุติเพื่อเพิ่มพูนทักษะการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการหนักและสถานการณ์รุ่นแรงระหว่างรอทีมกู้ชีพขั้นสูงมารับระหว่างทาง 

กิจกรรมมีอะไรบ้าง

วันแรก 

  • เริ่มกิจกรรมหลังลงทะเบียน  มีทดสอบข้อเขียนก่อนการอบรม 30-40 ข้อ

  • ช่วงเช้าทบทวนและฝึกทักษะการปฏิบัติงานของอาสากู้ชีพในสถานการณ์ปกติ DRABC   

  • ช่วงบ่ายทบทวนและฝึกทักษะการปฏิบัติงานของอาสากู้ชีพในสถานการณ์มีสาธารณภัย  MIMS สำหรับ FR ฝึกปฏิบัติบทบาทช่วยพยาบาลในการจัดท่าเพื่อคัดกรองผู้บาดเจ็บ ติดป้ายประเภทผู้ป่วย และยกลำเลียงผู้บาดเจ็บไปจุดปฐมพยาบาล ฯลฯ

วันที่สอง

  •   ช่วงเช้าทบทวนและฝึกทักษะการเฝ้าระวังผู้ป่วยระหว่างนำส่ง เช่น การซักประวัติ การตรวจร่างกาย การประเมินสัญญาณชีพ  การให้ออกซิเจนและการดูแลอุปกรณืให้ปราศจากเชื้อ การรายงานอาการผู้ป่วยเพื่อขอรับการสนับสนุนทีมการแพทย์ขั้นสูง และการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างทางก่อนถึงโรงพยาบาล      

  • ช่วงบ่ายทบทวนและฝึกทักษะการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยคลอดฉุกเฉิน ฝึกดูแลแม่และลูกหลังคลอดฉุกเฉิน สองชั่วโมง

  • ช่วงท้ายเป็นการฝึกในสถานการณ์จำลองการให้บริการผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุแก่ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง

  • ทดสอบหลังอบรม และประมินผลโครงการ 

พรุ่งนี้มีนัดเตรียมทีมวิทยากร วิทยากรช่วยฝึก และขนย้ายอุปกรณ์ไปห้องอบรมค่ะ

จบรายงานเท่านี้ก่อนนะคะ  ผลงานเป็นอย่างไรจะนำมาบอกเล่าให้ทราบกันต่อไปนะคะ

กัญญา