
Photo Credit::Ch@mI
dialouqe ของผม
(ยังอยากพูดถึงอยู่..เป็นภารกิจที่ยังค้างคาทั้งในใจและในมือ..)
มีเครื่องมือการบริหารจัดการที่(ผมเชื่อว่า)ดีอยู่หลายตัว
หนึ่งในนั้นคือการทำ Dialoque หรือสุนทรีย์สนทนา หรือ ฯ
มี KF หลายกองหลายฝ่ายนำไปปฏิบัติแล้วนำมาเล่าว่า..ได้ผลดี
แต่สำหรับผม จนแล้วจนเล่า ผมก็ยังไม่เคยนำไป implement ที่หน่วยของผมสักที
อาจจะเป็นเพราะกลัวว่าจะ"งานเข้า!!!"
หรืออะไรหลายๆอย่างๆก็ตามที
หนึ่งในนั้นคือกับดักทางความคิดที่ว่า
ผมไม่อยากถ่ายทอดในสิ่งที่ผมไม่รู้พอ...
เกรงว่า จะกลายเป็นขยายความไม่รู้ให้ไม่รู้ยิ่งขึ้น
หรือหลงทางว่ารู้ทั้งๆที่ไม่...
(ตกลงจะยังไงดี
รู้ว่ารู้
รู้ว่าไม่รู้
ไม่รู้ว่ารู้
หรือไม่รู้ว่าไม่รู้
..ช่างมันเถอะ ตรรกะอะไรพวกนั้น..)
...
ผมเคยแสดงทรรศนะเดิมใน webboard CoP ของที่ทำงานว่า..
(my dialogue
https://vpn.aerothai.co.th/cop/,DanaInfo=dept.aerothai.co.th+showTopic.php?subID=8&topicID=603)
ผมมีโอกาสได้ฟังการบรรยายเกี่ยวกับการใช้"สุนทรีย์สนนา"(dialoque)
และทดลองปฏิบัติกับเพื่อนๆ KI ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
ในห้วงเวลาหนึ่ง ที่ get, ผมคิดว่า มันเป็นเครื่องมือหนึ่งที่น่าจะได้ผล
ในกลุ่มคนที่มีความรู้ ความเข้าใจ และเปิดใจพอๆกัน
ผมอยากจะนำไปปฏิบัติ(implement)
แต่จนแล้วจนรอด ได้แต่ค้างๆคาๆอยู่อย่างนั้น
อาจเนื่องด้วย ไม่ใช่ผู้รู้จริง
และ ส่วนหนึ่ง ไม่แน่ใจในบริบทของการคิดและแสดงออกแบบไทยๆ..สักเท่าใดนัก
(ประมาณว่ามี loose structure สูง)
ได้แต่ทดลองดัดแปลงใช้ผิดๆเพี้ยนๆในรูปแบบของตน
(จะว่าไปแบบไทยๆ ตามใจฉันก็คงไม่ผิด)
ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า ..
"dialoque จำเป็นไหม?ที่จะต้องเป็นภาษาพูด"
"จำเป็นไหม? ที่จะต้องมานั่งล้อมวง ฟังเพลงที่เราชอบบ้างไม่ชอบบ้าง
โดยมีคนกลางบางคนที่พยายามจะพูดเหมือนพยายามสะกดจิตพวกเรา.."
ผมตอบตัวเองแบบไม่กลัวสอบตกว่า..."ไม่!!!!"
เพราะฉะนั้น ผมจึงหาโอกาสไปเล่นกอล์ฟ(ในวันหยุด)กับเพื่อนๆ (เกี่ยวกันไหมเนี่ย?)
ซึ่งค่อนข้างสนิทกัน,พบว่า..พวกเราพูดคุยกันด้วยคำพูดน้อยมาก..(แน่นอนว่าบางครั้งก็เสียดสีกัน พอให้เกมส์สนุก)
ภาษาที่เราสนทนาคือ..วงสวิง,การหวดลูกจากTee-off, fairway,กระทั่งputtลูกลงหลุม...
กลยุทธ์และแผน ของใครก็ของใคร..
ถ้อยที ถ้อยเล่นในเกมของตน..ไม่มีใครละเมิดเกมของใคร..
ต่างคนต่างเคารพในตัวเองและคนอื่น...
บางครั้ง เราก็ดื่ม(มันต้องมีเหตุผลสักอย่างจนได้)
วิธีที่ชง ส่วนผสม และ วิธีที่ดื่ม
คือภาษาที่เราพูดคุย...
บางครั้ง เราก็ไปคาราโอเกะ
เพลงที่เลือก ลีลาที่ร้อง
เป็นการบอกอะไรบางอย่างอยู่ในที
คำพูด บางครั้งก็เป็นสิ่งที่ฟุ่มเฟือย...
ฯลฯ
ด้วยเหตุนี้ เราอาจจะ dialoque (ในความคิดว่าใช่) อยู่ได้เป็นค่อนวัน หรือ ค่อนคืน!!!!
ผมพบว่า(แน่นอนว่าไม่ใช่การวิจัย..เพียงแต่คาดคะเนหรือเดาๆเอา)
กลุ่มคนที่ทำกิจกรรมทำนองนี้
มีปัญหา หรือ ข้อขัดแย้งต่อกัน น้อยมาก
(เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ทำกิจกรรมอะไรเลย , แต่ก็เชื่อว่า ต่างคนต่างมีกิจกรรมและวิถีแห่งตน..)
หากมี ก็พยายามหาทางออก ที่ยอมรับกันได้
(ซึ่งไม่จำเป็นต้อง 50:50 หรือ win-win ด้วยซ้ำไป !)
ซึ่งเป้าหมายก็ไม่ต่างจาก dialoque ด้วยภาษาพูดเท่าใดนัก..
จะมีบ้างก็คือ ง่าย และ สบายกว่ากันเยอะ !!!
................

Photo Credit::Ch@mI
ล่าสุดผมไปทำ dialogue กับเพื่อนๆ
มันเป็น dialouge ที่เสียงดังมาก เพราะทำกันในสนามซ้อมยิงปืน..
เราใช้ความคิด..เราใช้สมาธิ..เรานิ่ง..เราตรึกตรอง
เราพูดคุยกันด้วยภาษาที่ไม่ได้หลุดออกจากปาก แต่มาจากใจ สายตา และปลายนิ้วมือ..!!
กระสุนขนาด .22 , .38 , 9 และ 11 มม. เป็นบทสนทนา
ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีบทสรุป...
ได้ผลอย่างไรไม่รู้ แต่พบว่า เราคุยกันง่ายขึ้นในที่ทำงาน.
เพื่อนผมเริ่มวางแผนฝึกอบรมการใช้อาวุธปืน..
ผม..เริ่มวางแผนการใช้ dialogue แบบเพี้ยนๆอยู่เงียบๆ...
เราคงได้พูดคุยกันอีกครั้ง.....
สวัสดีครับ คุณ
ผมมาชวนทานกาแฟ
พร้อมกับ บันทึกเท่ห์ ๆ my dialogue
ได้ข้อคิด ช่วงbreak เช้านี้ ครับ
ขอบคุณ ครับ
สวัสดีค่ะ แวะมาอ่าน dialogue ในแบบของคุณ rungxp แบบผู้ชายๆ ดีค่ะ ตอนนี้บ้านเรา เอาเครื่องมือสารพัดมาให้เรียนกันมากมายเลยค่ะ แต่จะนำอันไหนไปใช้แล้วให้ได้ outcome บ้างก็ลองดูนะค่ะ
ขอบคุณสำหรับกาแฟครับพี่
ยินดีที่มี coffee break
แต่ว่าในยุคนี้ มี water break เยาะเย้ยห้องประชุมข้างๆบ้าง..ก็เท่ห์ดีเช่นกันครับ
ขอบคุณครับพี่ตุ๊ก
บางที
หลายอย่างเป็นแค่ output คือ ได้ทำ สักแต่ว่าทำ (สนองนโยบายสักหน่อย)
แต่ได้ผลที่แท้จริง (outcome) หรือไม่..อาจยังต้องตั้งคำถาม...
ผมคิดว่าเราใช้เครื่องมือกันมากหมายเกินไป กลายเป็นจับฉ่าย (รวมๆเละๆ..)
มันอาจมีข้อกำหนด มีมาตรฐาน มีหน้าตา ที่ทำให้องค์กรต้องทำ..แต่บางทีก็เป็นเปลือกนอก
ใช้ตัวนี้ไม่ทันไร เปลี่ยนไปใช้ตัวโน้น..
อ้าวตัวนั้นเข้ามาใหม่ ลองๆดูไหม...
มันดูวุ่นวาย..และยังไม่ทันรู้ว่าอะไรได้ผล สอดคล้อง เหมาะกับตัวเราหรือไม่..
คนทำงานเหนื่อย..คนใช้งุนงง(มันเป็นแบบ..งึกๆงักๆ..)
ผมอยากเห็นการประยุกต์ใช้อะไรสักอย่างสองอย่างก็พอ ที่มันเนียนและเข้าได้กับวัฒนธรรมองค์กร
(และอาจต้องเปลี่ยนแปลงบ้าง ตามสถานการณ์..)
ซึ่งน่าจะประหยัด และ นำไปสู่ความยั่งยืนได้มากกว่าครับ