ปฏิรูปการศึกษา โดย การศึกษาแบบ มหาวิทยาลัยชีวิต

ชมรายการ “เปลี่ยนประเทศไทย” ทางไทยพีบีเอส
เวลา ๒๐.๓๐ ถึง ๒๑.๓๐ น. วันนี้ (๓ มิ.ย. ๕๒)

ชม รศ.ดร.เสรี พงศ์พิศ เสวนาเรื่อง โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต... พร้อมด้วย รมต. จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ กระทรวงศึกษาธิการ คุยเรื่องการปฏิรูปการศึกษาของไทย พร้อมพิธีกร ร่วมเสวนาครั้งนี้
ติดตามชมให้ได้นะครับ
ข้อเสนอแนะที่ ๑
ผมดูรายการทีวี เปลี่ยนประเทศไทย ช่อง PBS เรื่องปฏิรูปการศึกษารอบสอง เมื่อคืนนี้ที่คุณก่อเขต สัมภาษณ์คุณจุรินทร์ รมต.ศึกษา พร้อมกับ อ.เสรี แล้วรู้สึกว่า คุณจุรินทร์ไม่ get ที่อาจารย์เสรีเสนอเรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิรูปการศึกษาเท่าไรนัก เพราะอ้างแต่ว่ามีแผนทุกด้านพร้อมอยู่แล้ว แถมยังไปเน้นเรื่องสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม ที่มี ๕ กลุ่มตกต่ำมาก รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพครู-อาจารย์ ทั้งระดับพื้นฐานและอุดมศึกษา ผมเห็นภาพการพูดคนละเรื่อง(เดียวกัน) แต่คุณจุรินทร์ก็พยายามเชื่อมว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
ผมเห็นว่าเรื่อง ผลการเรียนรู้ในสาระต่างๆ ตกต่ำ ไม่ใช่สาระสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา
สาระสำคัญอยู่ที่อาจารย์เสรีพยายามบอกว่า ต้องทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาของชาวบ้านให้พ้นจากความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างสมานฉันท์ ส่วนเรื่องวิธีการก็คือ ต้องให้มี “สมัชชาปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติ” อย่างที่ทางฝ่ายสาธารณสุขทำสมัชชาสุขภาพ โดยจะเกิดขึ้นได้ก็โดยรัฐบาลมี “เจตจำนงค์ทางการเมือง” ในเรื่องนี้อย่างแรงกล้า จัดสรรเวลาและทรัพยากร (เวลา คน งบประมาณ เครื่องมือ) อย่างเป็น “วาระแห่งชาติ” อย่างแท้จริง จึงจะสามารถระดมประชามหาชนทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนได้จริง
มีแต่ทำเช่นนี้จึงจะทำให้การปฏิรูปการศึกษาไม่เป็นเรื่องของกระทรวงศึกษาเพียงลำพัง เป็นเรื่องของ รมต.ที่เห็นว่าต้องใช้อำนาจไปบังคับให้ข้าราชการทำตาม “แผนที่วางไว้แล้ว” เพราะท่านตอบคุณก่อเขตว่า อุปสรรคสำคัญที่สุดในการปฏิรูปการศึกษาของท่านก็คือ พูดแล้วไม่มีการทำ ซึ่งผมเข้าใจว่าหมายถึงมีการประกาศนโยบาย มีการกำหนดแผน แล้วข้าราชการเกียร์ว่าง ไม่ขับเคลื่อน แต่ผมคิดว่า แม้ขับเคลื่อนก็ไม่แก้ปัญหาอย่างที่อาจารย์เสรีวิเคราะห์ เพราะปฏิรูปไม่ตรงจุด
สรุปก็คือ เรื่องปฏิรูปการศึกษาต้องใช้เวลา และต้องผ่านกระบวนการ “สมัชชาการศึกษาแห่งชาติ” ที่กระทรวงศึกษาต้อง “คืนการศึกษาให้ประชาชน”
สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์
๔ มิถุนายน ๒๕๕๒
คำแนะนำที่ ๒ (อ.ณัฐวุฒิ ภาษยะวรรณ์)
ผมเห็นด้วย การพูดไม่เชื่อมโยงกัน หัวข้อ/ประเด็นคือ เปลี่ยนแปลงประเทศไทย(ในบริบทของระบบการศึกษา) รมว.พยายามเสนอแผนการศึกษาที่ กระทรวงฯมี โดยไม่เน้นมากว่าจะเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปอย่างไร
พิธีกรพยายามพูดเชื่อมโยงกันแล้ว อย่างไรก็ตาม อ.ดร เสรี พูดดีมาก ได้นำเสนอ ปัญหาและประโยชน์ของโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตอย่างไร ทำอย่างไรจะทำให้กระทรวงฯ get มากกว่าที่เป็น
อ.ณัฐวุฒิ ภาษยะวรรณ์
คำแนะนำที่ ๓ (อ.เสรี พงศ์พิศ)
เห็นด้วยกับเชษฐ เช้านี้ผมได้เขียนบทความเรื่อง "ปฏิรูปการศึกษา เดินหน้าอย่างไรจึงจะไปให้ถึง" เพื่อเอาทุกอย่างที่ผมได้พูดและอยากพูดแต่ไม่ได้พูดมาเขียนใหม่ ขยายความให้ชัดเจน จะส่งไปให้มติชนรายวันวันนี้ แต่แนบไฟล์มาให้อ่านกันก่อน
ผมบอกในหน้าท้ายว่า กลไกการปฏิรูปสำคัญมาก (คุณจุลินทร์ไม่เข้าใจ แกนึกถึงศูนย์เรียนรู้อะไรก็ไม่รู้) ผมหมายถึงสำนักงานปฏิรูปการศึกษาต้องมี เพื่อทำงานเหมือนที่หมออำพลและคณะทำสปรส. (สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพ) จัดสมัชชาสุขภาพเต็มพื้นที่ เต็มประเด็น ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ปฏิรูปสุขภาพก็เกิด และมีประสิทธิภาพมาก ระบบสุขภาพไทยได้รับการยกย่องจากทั่วโลก และที่สุด ทำสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่ผู้คนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
วันนี้ ผมเป็นกรรมการสุขภาพแห่งชาติ มองเห็นการทำงานของสำนักงานฯ (เดิมเป็นสปรส.นั่นเอง) ที่มีประสิทธิภาพมาก ไปเที่ยวฝากงานกับคนโน้นคนนี้ไม่มีทางสำเร็จ งานปฏิรูปการศึกษาไม่ใช่งานฝาก ฯลฯ
ดร.เสรี พงศ์พิศ