มันเป็นเรื่อง "ใจ" เป็นอะไรที่ใช้แค่ "เหตุและผล" แบบตรงไปตรงมาอย่างเดียวไม่ได้

การเขียนวิสัยทัศน์  การจินตนาการสร้างภาพฝันที่ปราถนา  หรือการตั้งโจทย์ในเชิงสังคม   ผมรู้สึกว่ามันจะมีความคล้ายคลึงในเรื่องที่ว่า...

มันเกี่ยวข้องกับจิตใจ   แรงจูงใจลึกๆของคน  ความปราถนาที่จะเห็นเป็นจริง  มีแรงดึงดูดอะไรบางอย่างที่ท้าทายให้คนเราอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ต้องลุกมาทำอะไรบางอย่าง

เทคนิคในการทำเรื่องนี้  ที่พบและเก็บเกี่ยวจากประสบการณ์ของหลากหลายพื้นที่ก็เห็นจะมี

  • AIC (Appreciative, Influence, Control)  โดยเฉพาะช่วงตัว A  Appreciative  ที่ชวนให้คนในชุมชนฝันอยากเห็นชุมชนในอนาคตเป็นอย่างไร  ฝันรายคน  แล้วค่อยๆรวมเป็นฝันของกลุ่ม
  • การตั้งโจทย์ที่เริ่มจากทุกข์ในปัจจุบัน  แล้วค่อยชวนค้นหาเหตุที่มาของทุกข์ที่เป็นอยู่  จนทำให้คนรู้สึกว่าต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าวันนี้  ตัวอย่าง เช่น  โรงเรียนชาวนาสุพรรณบุรีค้นพบโจทย์ใหญ่ของตัวเองคือ   ต้องไม่หลงเสพความรู้การทำนาจากภายนอก  ยิ่งทำ ยิ่งจน ยิ่งสุขภาพแย่   ต้องลุกขึ้นมาสร้างความรู้การทำนา ฉบับของตัวเอง  เช่น  การทำให้ผืนดินผืนนาฟื้นคืนชีพ, การควบคุมแมลง, การผลิตพันธุ์ข้าวได้เอง เป็นต้น
  • การพลิกภาพปัญหาที่เผชิญ  ให้เป็น  ภาพตรงกันข้ามที่ใฝ่ฝันอยากเห็น  เช่น ในเทคนิค ZOPP ของเยอรมันนี
  • การเชิญชวนให้เซลล์แมน  จินตนาการภาพในอนาคตที่ตนปราถนาอยากจะมี  อยากจะเป็น  เช่น อยากขับ benz serie ไหน (ออกแนวยั่วกิเลสมากหน่อย) เพื่อเป็นแรงจูงใจอยากที่จะพัฒนาขีดความสามารถในการขายของตัวเองสูงขึ้นไปอีก
  • การดูหนัง หรือฟังเรื่องเล่าประสบการณ์ความสำเร็จกระตุ้น  ความฮึกเหิมในใจ

 

ถามว่าเทคนิคที่ว่ามาเหล่านี้นั้น  มีลักษณะอะไรที่เด่นๆบ้าง?

ผมตอบตัวเองว่า....

มันเป็นเรื่อง "ใจ"  เป็นอะไรที่ใช้แค่ "เหตุและผล"  แบบตรงไปตรงมาอย่างเดียวไม่ได้

แล้วแนวปฏิบัติล่ะ?  เห็นจากประสบการณ์ พอจะรียบเรียงได้ว่า....

ต้องทำแบบไม่ใช่ครั้งเดียวจบ  (ซึ่งคิดว่ายากมาก)  ต้องเล่นลูกตื้อกันพอสมควร

เราฝันแทนใครไม่ได้  ของใคร ของมัน แต่อาจจะคล้ายกันได้

ฝันของใครบางคน  อาจจะมีผลกระตุ้นแรงใจใครบางคนได้เช่นกัน  จึงน่าจะมีเวทีแลกเปลี่ยนความฝัน และต้องไม่ทำลายความฝันคนอื่น  ถ้าเราอยากจะหาเพื่อน  หาเครือข่าย

ก้าวแรกของ "คนล่าฝัน"  สำคัญมาก  ต้องทำให้เกิดเป็นรูปธรรมให้เร็ว และแรง

ต้องมองหากุศโลบายที่จะลด "เสียงในหัว" (inner voice) ที่คอยรบกวน แรงใจ  คอยสกัดก้าวแรกของความกล้าของเรา  เช่น  "เราทำไม่ได้หรอก  เพราะอย่างนั้น  เพราะอย่างนี้"  ทั้งๆที่เราแค่คิด ยังไม่ได้ลองเลย    แต่ในทางปฏิบัติ  ไอ้ตรงนี้แหละยาก  ไม่รู้ทำไม  คนเราจึงมีคุณลักษณะนี้กันเยอะเลย   ใครมีประสบการณ์ดีๆ มาแบ่งปันกันบ้างก็ดีนะครับ  จะขอขอบคุณอย่างแรงเลยครับ