คืนการศึกษาให้กับชุมชน : ภารกิจของท้องถิ่น

มหาวิทยาลัยชีวิต 2

เขียน โดย รศ.ดร.เสรี  พงศ์พิศ

 

คืนการศึกษาให้ชุมชน : ภารกิจของท้องถิ่น 

 

การคืนการศึกษาให้ชุมชน ในปัจจุบัน เป็นภารกิจสำคัญของ องค์กรปกครองท้องถิ่น หน่วยรัฐ ที่ใกล้ชิดประชาชนยิ่ง....เดิมเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาที่ต้องทำตัวเป็นแกน เป็นตัวเชื่อมการสานความร่วมมือระหว่าง รัฐ,ชาวบ้าน และ ศาสนสถาน (วัด)เพื่อให้ความเป็นครูพระ(พระครู) ให้ความรู้ในอดีตได้ ปรับเป็น ครูในโรงเรียน ,ครูในสถานศึกษา และอาจารย์ในวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยจนระบุเป็นกฎหมายสำคัญคือ....
        
พระราชบัญญัติการศึกษา 2542 มาตรา 29 เขียนไว้ว่า

ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคลครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชนองค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนโดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชนเพื่อให้ชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม มีการแสวงหาความรู้ ข้อมูล ข่าวสารและรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญาและวิทยากรต่างๆเพื่อพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการรวมทั้งหาวิธีการสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาระหว่างชุมชน

มาตรา 41 เขียนไว้ว่า   
      
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิจัดการศึกษาในระดับใดระดับหนึ่งหรือทุกระดับตามความพร้อมความเหมาะสมและความต้องการภายในท้องถิ่น 
        
มหาวิทยาลัยชีวิตดำเนินการโดยการจัดการเรียนรู้ภายในชุมชนเพื่อให้อยู่ในชีวิตจริง สิ่งแวดล้อมจริง บรรยากาศของชีวิตจริง และที่สำคัญให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการการศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้และไม่ใช่เป็นเพียงกรรมการสถานศึกษาแต่ให้ร่วมดำเนินการต่างๆ โดยการเป็นเจ้าของศูนย์เรียนรู้ในท้องถิ่น ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเอง และดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยชีวิตเพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยชีวิต 
        
สถานที่เรียนไม่จำเป็นต้องก่อสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ใช้สถานที่ต่างๆที่มีอยู่มากมายในแต่ละท้องถิ่น วัด โรงเรียน องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล กศน.ฯลฯ  บางแห่งใช้โรงเรียนเก่า (ที่ปิดเพราะมีนักเรียนน้อย)หรือสถานที่ราชการเก่า (เช่น สำนักงานประถมศึกษาอำเภอ)มีการระดมทุนในท้องถิ่นเพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการก่อตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชน  
        
นักศึกษาเรียนรู้ในชีวิตจริง ในชุมชนนอกจากอาจารย์ประจำของสถาบันการศึกษาแล้ว ยังมีอาจารย์และผู้รู้ในท้องถิ่นที่เป็นพี่เลี้ยง” “ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้กับกลุ่ม ไปเรียนรู้กับผู้รู้ กับปราชญ์กับชุมชนเข้มแข็งต่างๆ ร่วมกันจัดโครงงานซึ่งเป็นการวิจัยและพัฒนาเป็นส่วนสำคัญของการศึกษาวิชาต่างๆ ที่ต้องเรียนรู้แบบบูรณาการเพราะชีวิตไม่มีการแยกส่วน เป็นระบบที่ทุกส่วนล้วนสัมพันธ์กันการเรียนรู้จึงต้องเรียนรู้แบบรอบด้าน เชื่อมโยงส่วนต่างๆให้เป็นจิ๊กซอที่ต่อกันจนเป็นภาพที่สมบูรณ์ 

สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง : เป้าหมายของมหาวิทยาลัยชีวิต 
        
การเรียนรู้จากบุคคลและชุมชนเข้มแข็งทำให้พบว่าปัญหาความยากจน ปัญหาหนี้สิน การทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดชุมชนล่มสลายไม่ได้มาจากการขาดแคลนทรัพยากร ขาดแคลนแรงงานหรือแม้แต่ขาดแคลนเงินแต่มาจากขาดความรู้ขาดปัญญาในการจัดการชีวิต จัดการทรัพยากรท้องถิ่นต่างหากชุมชนเข้มแข็งเป็นชุมชนที่เรียนรู้และใช้ความรู้ใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาและพัฒนาศักยภาพจัดการชีวิต จัดการทรัพยากร ซึ่งเป็นทุนท้องถิ่นที่มีเพียงพอเพื่อจะอยู่อย่างพอเพียง 
        
วันนี้คนมีความรู้เหลืออยู่ในหมู่บ้านน้อย คนรุ่นใหม่ที่ไปเรียนสูงๆไม่มีใครอยากกลับไปบ้านเพราะการศึกษาในระบบเดิมนั้นทำให้นึกไม่ออกว่าจะกลับไปอยู่หมู่บ้านได้อย่างไรจะทำมาหากินอะไร อย่างมากก็เป็นครู หรือเป็นเจ้าหน้าที่ พนักงานในอบต.หรือเทศบาลซึ่งก็จำกัด  
        
วันนี้คนในชุมชน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีโอกาสเรียนถึงระดับอุดมศึกษาแต่ระบบการศึกษาแบบเดิมๆ ทำให้กลายเป็นเรื่องไม่ง่าย ต้องทำใจกับการเรียนที่แปลกแยกจากชีวิตและต้องเรียนหนังสือและเรียนให้สอบได้เพื่อจะได้ปริญญามากกว่าอย่างอื่น  ผู้ใหญ่ที่อายุมาก ความจำไม่ดีจึงถอดใจ ทั้งๆที่ผู้ใหญ่เหล่านี้มีประสบการณ์มากมาย  
       
มหาวิทยาลัยชีวิตต้องการเสนอทางเลือกให้คนเหล่านี้ได้เรียน เรียนเพื่อจะอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกินในท้องถิ่นของตนเองไม่ต้องเอาปริญญาไปหางานทำที่ไหนก็อยู่ได้ พวกเขาจะเป็นบัณฑิตชาวนาเป็นปัญญาชนชาวบ้านเป็นผู้นำที่มีความรู้มีความสามารถในการนำชุมชนให้ก้าวพ้นจากสังคมอุปถัมภ์มาสู่สังคมความรู้จากสังคมที่ใช้อำนาจกับเงินมาสู่สังคมที่ใช้ความรู้และปัญญา
 
มหาวิทยาลัยชีวิตสร้างผู้นำพันธุ์ใหม่ที่ใช้ข้อมูล ใช้ความรู้ ใช้หลักการ ใช้คุณธรรมนำชุมชนไปสู่การพัฒนาที่พึ่งพาตนเองไม่ใช่รอแต่ความช่วยเหลือจากรัฐหรือภายนอก