วันที่ ๒๑ พ.ค. ๕๒ ผมไปเป็นผู้ช่วยคุณหญิง (นภินทร) เป็นวิทยากรใน Workshop “Human KM : ศาสตร์และศิลป์ของการจัดการความรู้ จากปัญญามนุษย์สู่สินทรัพย์ขององค์กร” ที่มีผู้เข้าร่วม ๑๔ คน หลายคนมาเป็น course ที่ ๒ คือผ่านหลักสูตร Change Agent หรือ Facilitator มาแล้ว บางคนเป็นระดับผู้จัดการ เป็นหมอ ทันตแพทย์ ๒ คน พยาบาล นัก HR นักบริหารงานฝึกอบรม มาจาก รพ. ลองถึง ๒ คน และอีก ๒ ท่านมาจากสถาบันดำรงราชานุภาพ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย มีคนหนึ่งเป็นทีม KM ของ ปตท. รวมแล้วมีคนที่มีหน้าที่อยู่ในหน่วย KM ๓ – ๔ คน
Session แรก เป็นการเรียน BAR – Before Action Review กับการฝึก KS – Knowledge Sharing
Session 2 เป็นการเรียนรู้จากความสำเร็จของหน่วยงานอื่น คือ KM ของโรงเรียนเพลินพัฒนา โดยการดู VCD ครูพูดเน้นการเรียนรู้จากร่างกาย เกิดการเรียนแบบซึมซับ การเรียนรู้แบบเกิดความสุขรายวัน เรียนรู้แบบยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งเปิดโอกาสยิ่งเห็น
ดูแล้วคำถามยอดฮิตคือ ทำอย่างไรจะทำให้ผู้บริหารเห็นคุณค่า ผมลองตอบ ว่าอย่าหวังเปลี่ยนใจผู้บริหารให้เห็นความสำคัญของเครื่องมือ ให้โชว์ความสำเร็จที่ผู้บริหารอยากเห็น คือให้ขายความสำเร็จ อย่าขายการเปลี่ยนแปลง เน้นการ “จับเส้น” หัวหน้า โดยจับที่ “หัวปลา”
อีกคำถามคือ วิธีสร้างบรรยากาศของการเรียนรู้ คำตอบของผมคือ SSS เน้นที่ความสำเร็จเล็กๆ เอาความสำเร็จมาเป็นข้อเรียนรู้
การเรียนรู้ เริ่มจากสิ่งเล็กๆ การทำงานให้เกิดความสุข
เราโชคดี ที่คุณหมอประพจน์ ประภัสสรพงษ์ แห่ง รพ. ยโสธร เล่าประสบการณ์การควักกระเป๋าใช้เงินส่วนตัวมาเข้าหลักสูตร Change Agent ที่มี อ. อ้อ เป็นวิทยากร แล้วกลับไปลงมือจัดฝึก KM แนว สคส. ทันที และเมื่อนำไปรายงาน ผอ. รพ. ก็ได้รับคำบอกจาก ผอ. ที่ทำให้คุณหมอจังงังก็คือ “คราวหน้าผมจะเข้าด้วย” คุณหมอประพจน์จึงกลายเป็นดาราของวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นที่ว่า จะเริ่มเอา KM ไปใช้ในองค์กรอย่างไร
ครูจิ๋ว ทองพูล บัวศรี แห่งมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก เล่าเรื่องประสบการณ์ในการทำงานจัดโรงเรียนให้แก่ลูกของคนงานก่อสร้าง และเอาเรื่องราวไปเล่าไว้ใน บล็อก Gotoknow
Session 3 เรื่อง KM Model ตอนบ่ายวันที่ ๒๑ ผมไม่อยู่
รุ่งขึ้น วันที่ ๒๒ พ.ค. Session 4 เรื่อง KV – Knowledge Vision คุณหญิงให้แบ่งกลุ่มเล่าความฝันของตน ที่เป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงานก็ได้ แล้วหลอมรวมความฝันส่วนบุคคลเป็นความฝัน หรือ “หัวปลา” ของกลุ่ม
Session 5 เรื่อง Storytelling แบ่งกลุ่มอย่างเดิม ให้สมาชิกกลุ่มแต่ละคนเล่าเรื่องความสำเร็จเล็กๆ ตาม “หัวปลา” นั้น
ผู้เข้าร่วม workshop ได้สัมผัสด้วยตัวเอง ว่าการมีชีวิตการทำงานแบบมีความฝันหรือเป้าหมาย และใช้ความฝันและความสำเร็จเล็กๆ เป็นพลังขับเคลื่อนทีมงานไปสู่เป้าหมายตามความฝัน มีพลังอย่างไร
เราทำความเข้าใจว่า ความสำเร็จคือ “หีบห่อ” ที่บรรจุความรู้ที่เราต้องการ ความรู้เหล่านี้จะถูก “จัดการ” เพื่อ ลปรร. โดยการบรรจุหีบห่ออีกแบบหนึ่ง ในรูปของเรื่องเล่า ทำให้ความรู้ที่ซ่อนแฝงอยู่ ปรากฏตัวออกมาได้
ตอนบ่ายผมก็ไม่อยู่ในที่ประชุมอย่างเมื่อวานนี้
ถ้าให้ผมสรุปบรรทัดเดียว ว่าผู้มาเข้า workshop นี้เรียนอะไร ผมตอบว่า มาเรียนแบบซึมซับด้วยตัวเอง ว่าทุกคนมีความรู้ และมีวิธีเอาความรู้เหล่านั้นออกมาแผลงฤทธิ์ทำคุณให้แก่หน่วยงานและตนเอง วิธีนั้นเรียกว่า “การจัดการความรู้”
วิจารณ์ พานิช
๒๙ พ.ค. ๕๒
ถือว่าได้เรียนรู้รูปแบบการจัดกิจกรรมอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้มองภาพได้ว่า จะทำอย่างไร ถึงจะสร้างบรรยากาศในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้อย่างดี
ต้องขอบคุณอ.หมอวิจารณ์ ที่ได้ให้คำตอบและแนวทางในการดำเนินงาน
ขอบคุณคุณหญิง (วิทยากร) ที่ได้เปิดมุมมองด้าน KM ที่ดีขึ้น
ขอบคุณ สคส. ที่ได้มีหลักสูตรที่ดี ๆ
ในอนาคตถ้ามีโอกาสจะเข้าร่วมหลักสูตรของ สคส. อีกครับ
เข้ามาแวะ เป็นนักเรียนข้างห้อง ข้างบล๊อค อาจารย์คะ หลังจากที่ใช้คุณค่าและกระบวนการของ KM สุนทรียสนทนา เครื่องมือวิจัยคุณภาพ จากอาจารย์ จาก สสส จาก อ.กระปุ๋ม และจากในองค์กร share กับคนที่ทำ ..ตอนนี้จะย้ายจากหล่มสักกลับบ้านไปทำงานต่างอำเภอ คิดว่า Step ข้างบน เป็น เรื่องท้าทาย ว่า ภายใต้ ศาสตร์ KM และ R2R เดียวกัน แต่ต่างต่างบริบท ผู้นำ ทรัพยากร ผู้คน ทีมงาน จะเป็นอย่างไร? จะบันทึก Story มา รายงานต่อไปคะ
ด้วยความเคารพ