"คือ การเรียนรู้" ท่าน อ.หมอวิจารณ์จะเน้นย้ำเสมอตลอดช่วงเวลาแห่งการประชุม

27 พค 52 ประชุมแลกเปลี่ยนประเด็นการสังเคราะห์งานวิจัยที่ส่งเข้าร่วมงานมหกรรม R2R

 

  • โรคเรื้อรัง 117 เรื่อง เป็นที่น่าสังเกตว่ามีการทำ R2R ในเรื่องนี้กันมาก รองลงมา 94 เรื่อง เป็นเรื่อง Health promotion
  • เน้นการยกระดับความรู้ จากงานที่ทำนั้นได้นำไปใช้อย่างไรต่อ
  • ที่มาที่ไป และมีการต่อยอดความรู้อย่างไร กระบวนการของงาน R2R
  • หนังสือ จะมีสามเล่ม จะเป็น 3 ซีรีย์ เล่มที่สามมีการสังเคราะห์

 

อ.หมอวิจารณ์ ;

·        เรื่องดีดีที่มีปรากฏขึ้นในปีที่แล้ว ถ้าเราสามารถที่จะสื่อได้โดยตรงและโดยอ้อม ผลงานดีดีที่ปรากฏได้ถูกนำไปเชื่อมต่อเชื่อมโยงยกระดับอย่างไร ทำให้เกิดผลต่องานประจำอย่างไร เกิดการพัฒนาต่อตนเองอย่างไร

·        เห็นการขับเคลื่อนภาพใหญ่อย่างไร

·        เครื่องมือ คือ การจัดการความรู้

·        จับภาพ เรามีการอยากจับภาพอย่างไร มีการขับเคลื่อนอย่างไร >> สอบสวนความสำเร็จ capture นำมาเผยแพร่เพื่อนำไปสู่การยกระดับ ยกความรู้

·        เกรงว่าคนทำงานจะไปหลงในพิธีกรรม (งานมหกรรม)

·        ตัวเนื้อที่แท้จริงๆ ไปสู่สาระ

·        R2R เกิดความรู้ เกิดความสุข หน่วยงานเกิดประโยชน์

·        ส่งผลต่อคุณค่าลึกๆ ที่แท้จริง

·        การเขียนคุณค่า ประกอบเอกสารการประชุม เพื่อต้องการให้เกิดการยกระดับความภูมิใจ >> action จะส่งกลับมาที่คนหน้างานเอง

·        หาคนไปสัมภาษณ์ผู้บริหาร หรือหัวหน้าระดับต่างๆ ทำให้หัวหน้าได้มีการไตร่ตรอง mobilized สังคม

·        สวรส. ต้องไม่ใช่มองที่ผลงาน ต้องมองไปที่เบื้องหลังการถ่ายทำ กิจกรรม หรือการเปลี่ยนแปลงซึ่งเข้าไปทำความเข้าใจ ต้อง aware มองเป็นโอกาสที่ได้เรียนรู้

·        ข้อสังเกต คือ การทำในกลุ่มผู้สูงอายุน้อยไป สร้างความคึกคัก โดยไปชวนในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วไปเชื่อมโยงทำงานร่วมกัน

·        ที่จัด training นั้น issue มีคน apply R2R น้อย เป็นเพราะขาด methodology หรืออาจจะ training on the trainer

·        นำประเด็นที่เห็นมา review

·        ปีที่แล้วเราทำเป็น Individual แต่ปีนี้เราจัด group มากขึ้นโดยตัวอย่างที่ อ.หมอสมบูรณ์สร้างฐานขึ้นมา

·        มีห้องมาวิพากษ์ ทำ R2R ประเด็นไหนต่อเนื่องกันได้เยอะไปสู่การมองจาก Individual ไปสู่ system

·        เรียนรู้จากรายละเอียดของปัญหา เช่น กรณีจากการย้อมแมวขายต้องมีวิธีที่แยบยลเพื่อไม่ให้เขาได้เกิดความรู้สึก

·        สร้างสังคม R2R ให้มีเกียรติ ต้องสร้างมาตรฐานทางสังคม

·        ไม่ใช่หาแชมป์เปี้ยนแล้วก็จบ แต่เราอยากมองเห็นโอกาสหรือกระบวนการพัฒนา

·        R2R คือ กุศโลบาย เป็นเครื่องมือที่นำไปสู่การสร้างโอกาสของการพัฒนา และความสุขในการทำงาน

·        งาน R2R ไม่ใช่ stand alone หากทำเป็น network ได้จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง

·        ถ้าได้มีการต่อยอดควรให้ชี้แจงหรือบอกให้รู้ว่ามีการต่อยอดออกมาจากไหน

 

อ.หมอสมพล;

  • ทำอย่างไร ที่คนจะได้นำมายกคุณค่าและพัฒนาในตัวเนื้องาน ในงานประชุมประจำปีครั้งนี้
  • อาจไปเชื่อมโยงการกรมการแพทย์ที่ทำเกี่ยวกับผู้สูงอายุ

 

อ.หมอเชิดชัย

  • ถ้าทุกเรื่องไปถึงที่ตรงนั้นจะสื่อเนื้องาน
  • จัดเวที เน้นการนำไปใช้และ impact ซึ่งเป็นความจูงใจ เห็น Impact ที่จะนำไปใช้
  • การนิยามบางกรณีอาจดูเหมือนมีการคาบเกี่ยว หากมีนิยามชี้ให้เห็น ไปสู่การกำหนดเป้าหมายได้ชัดเจนเพื่อมีทิศทางในการทำมากขึ้น
  • การตีพิมพ์นั้นจะเสมือนได้ผ่าน reviewer
  • ทางเลือกของการจัด theme ในการส่งที่นอกเหนือจาก setting

อ.หมอกิตตินันท์

  • สสจ. กับคณะแพทย์ >> งานสร้างเสริมสุขภาพมีน้อย โรงเรียนแพทย์เน้นในเรื่องการรักษามากกว่าการส่งเสริมสุขภาพ น่าจะประมาณ 20%
  • ไม่มีหน่วยงานระดับสาธารณสุข
  • เปิด theme ไว้

 

อ.จรรยาวัฒน์  > ชมรมพยาบาล

  • คุณค่าของการทำงานของกลุ่มชุมชน
  • มีการต่อยอดความรู้
  • งานสร้างเสริมจะไม่เยอะ  แต่ถ้ามองเขาจะมองเรื่องสุรา คนพิการ หรือเรื่องอื่นๆ อาจจะยังไม่ชัด เรื่องฟันเริ่มเยอะ เรื่องที่ไปถึงชาวบ้านยังไม่ค่อยมี ไม่เยอะ

 

อ.หมอสมบูรณ์

  • ข้อสังเกต คือ ผู้บริหารสนับสนุน แต่ไม่ได้ให้การสนับสนุนในเรื่องงบประมาณ
  • เราจะจัด classified ออกมากี่ระดับดี

 

อ.ภัทระ

  • นำเสนอผลการสังเคราะห์

 อ.หมอพิเชษฐ์

  • มีเรื่องดีดี เยอะแต่เขียนไม่เป็น
  • เรื่องการเขียน ขาดแรงบันดาลใจ และความไม่กล้าเขียน
  • เราไม่ได้ดูว่ากระบวนการพัฒนาว่าดีขึ้นอย่างไร

 

สำหรับ Note นี้ที่ข้าพเจ้าได้เกิดปรากฏเป็นความคิดที่สืบเนื่อง  ข้าพเจ้าก็เลยโน้ตเก็บไว้ก่อน แต่ยังไม่ได้เรียบเรียงหรือผ่านการสังเคราะห์ทางความคิดออกมา

Note :

  • หางานที่เป็น best practice ทำแล้วมีอะไรดีเด่น มีคุณค่า
  • ประเด็นที่มองเห็นจาก สภาพความเป็นจริงจากคนหน้างาน
  • ประเด็นแรก Methodology  ยังเป็นยาขมและรู้สึกว่าไม่อยากใช้ แต่ที่ไปขับเคลื่อนคือ การอยากทำงานที่ทำอยู่ทุกวันนี้อยากมีความสุข จากการทำงานมากกว่าที่อยากจะเป็นนักวิจัย
  • ประเด็นที่สองคือ เมื่อพูดถึงการนำเสนอ คนหน้างานจะไม่ค่อยอยากไปร่วม
  • มองหาประเด็นนำมาสู่การพัฒนาไม่เจอ แต่ถ้าเมื่อไรที่มองเห็นโอกาสของการพัฒนาจะทำให้มองได้ถึงกิจกรรมและแนวทางการศึกษา
  • ประเด็นที่สี่ คือ เรื่องการเขียน สกัดความรู้ออกมาไม่ได้
  • การสกัดคุณค่า อาจต้องนำด้วยคำถาม และต้องเป็นคำถามที่ยกระดับ higher order thinking
  • ขาดการอ้างอิงเชื่อมโยงข้อมูลที่เป็นเครือข่าย และการอ้างอิง
  • คำถามต่อตนเอง ; ทำอย่างไรถึงจะให้คนหน้างานได้คุยกันมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การต่อยอดความรู้ และนำไปสู่การพัฒนางานประจำด้วยกระบวนการทำวิจัยต่อไป
  • ไม่ควรมองมิติเดียว อย่างเช่น methodology หากควรจะมองในมิติที่หลากหลาย เพราะหากมองเป้าหมายว่าอยู่ที่การยอกระดับความรู้ ซึ่งการยกระดับความรู้นี้ไม่มีคำว่าที่สิ้นสุด ผลงานวิจัยเป็นเพียงแค่ภาพที่สกัดให้เห็นช่วงของการทำเท่านั้น แต่ไม่ใช่ที่สุดหรือคำตอบสุดท้ายของการพัฒนางาน
  • เป้าหมาย เหมือนเป็นการกำหนดเป้าหมายเพื่อสู่การสร้างแรงบันดาลใจ
  • ทำกรอบของ synthesis
  • การขยายต้นแบบ
  • คำถาม >> จาก Routine ไปสู่ Routine ไปสู่ Policy ได้อย่างไร

 

 

 

 Note ; บันทึกนี้เขียนแบบดิบๆ ขณะนั่งร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ R2R