ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ประชุม อบรม หรือสัมมนาทั้งเชิงวิชาการ หรือไม่วิชาการ ศูนย์ฯ จะทำหนังสือเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่ทำเรื่องนั้นจริงๆ มาประชุม แต่ปรากฏว่าการประชุมทุกครั้งที่มีชื่อศูนย์พัฒนาและประกันคุณภาพ โดยส่วนใหญ่จะส่งชื่อผู้ที่ทำหน้าที่ประกันคุณภาพในหน่วยงานนั้นมาประชุมซึ่งเป็น คนหน้าเดิมๆ ซ้ำๆ การประชุมเกือบทุกครั้งมีผู้เข้าร่วมประชุมค่อนข้างมาก เช่น วัน ฅน คุณภาพ มีผู้ส่งรายชื่อมาทั้งหมด 76 คน แต่ที่เข้าร่วมจริงๆนั้นมีแค่ 58 คน เท่านั้น ซึ่งทำให้มีปัญหาในเรื่องการจัด Brake และอาหารกลางวัน เนื่องจากเราต้องสั่งก่อนล่วงหน้า จึงทำให้อาหารเหลือ และเมื่อ Brake เช้าแล้วคนก็หายไปครึ่งหนึ่ง วัน ฅน คุณภาพ เหลือคน 29 คนคะ จากนั้นทานอาหารกลางวัน Brake บ่ายก็เหลือคนแค่ 24 คนคะ อาหารกลางวันเหลือค่อนข้างมาก ซึ่งอาจเนื่องมาจากผู้เข้าร่วมอบรมมีงานด่วน หรือไม่ก็มีประชุมที่อื่นต่อ หรือบางคนเห็นว่ามีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แล้วรู้สึกไม่Safe จึงไม่กล้าเปิดใจ ไม่กล้า ลปรร…. หรือเป็นวัฒนธรรม
ประธานกรรมการประเมินศูนย์ฯ วันที่ 22 พ.ค. 52อาจารย์ไพศาล ท่านได้ให้คำแนะนำว่าการจัดประชุมบางเรื่องไม่ต้องใช้รูปแบบ หรือเครื่องมือการจัดการความรู้ ให้ใช้รูปแบบการบรรยายอย่างเดียว
แต่ถึงอย่างไรเราทีมงานศูนย์พัฒนาและประกันคุณภาพ มมส. ก็จะพยายามต่อไปคะ หนึ่งขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนคะ สู้ๆๆๆ


น้ำหนึ่ง
27 พ.ค. 52
เรียนท่านน้ำหนึ่ง
สวัสดีค่ะ คุณน้ำหนึ่ง
มาให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ก็คงต้องสู้ต่อไป นะจ้ะ
เรียนท่านอาจารย์ เจเจ
เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อการเรียนรู้ที่ยั่งยืนคะ
เรียนพี่อิ๋ว
ร่วมด้วยช่วยกันเพื่อการพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน มมส. คะ
ที่ไหนๆ ก็คงจะเป็นแบบนี้เหมือนๆ กันอะนะคะ
พี่เคยเห็นบางงานหายไปจนใจหาย...ทำให้เจ้าภาพจัดงานใจเสีย แต่ไม่เป็นไรค่ะ ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู้ของคนในองค์กรกันต่อไปค่ะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
เป็นกำลังใจให้พี่อิงเช่นกันคะ
ฮึๆ องค์การ และ วัฒนธรรม เป็นของคู่กันครับน้องหนึ่ง
ใช้เวลาพอควร หรือ อาจจะต้องใช้เวลานานจนจำไม่ได้ กับ การที่จะเปลี่ยนความเคยชิน
แต่สุดท้ายก็ต้องเริ่มจากเจ้าของ เจ้าของตัวเองทุกๆคน รวมกันเป็น1 กลายมาเป็นองค์การ
น้อยใจอยู่บ้าง แต่เราทีมก็ไม่เคยท้อ