
เส้นทางท่องเที่ยว บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ออกจากอุดรธานีไปตามเส้นทางหมายเลข 22 ไปทางทิศตะวันออกตามเส้นเส้นทางสกลนคร ผ่านอำเภอหนองหาร บ้านหนองเม็ก ด้านซ้ายมือ ไปยังบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานีก็คือแหล่งโบราณคดีสำคัญที่ให้ความรู้ เกี่ยวกับพัฒนาการของสังคม และวัฒนธรรมสมัยโบราณเมื่อหลายพันปีมาแล้วในประเทศไทย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังบ้านเชียงก็คือ เรื่องราวอันเกี่ยวกับอดีตของพื้นที่หมู่บ้านนี้ โดยเฉพาะเรื่องสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งมีการจัดแสดงไว้เป็นพิพิธภัณฑสถาน 2 แห่ง ในหมู่บ้านนี้ คือ พิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง และพิพิธภัณฑสถานกลางแจ้งที่วัดโพธิ์ศรีใน พ.ศ.2360 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้เกิดสถานการณ์วุ่นวายทางการเมืองในราชอาณาจักรลาว ชาวพวนกลุ่มหนึ่งจากแขวงเชียงขวางจึงได้อพยพข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งหลักปักฐานอยู่ในผืนป่าที่เป็นเนินสูงน้ำท่วมไม่ถึงในฤดูฝน บริเวณรอบๆ เป็นที่ลุ่มเหมาะแก่การทำนา และมีแหล่งน้ำสำหรับกินใช้อย่างสมบูรณ์ตลอดมา พร้อมตั้งชื่อเรียกว่า “บ้านเชียง” ตั้งแต่นั้นมาแต่เมื่อประมาณ พ.ศ.2515 ที่ผ่านมา ได้เริ่มมีการสังเกตพบโบราณวัตถุและหลักฐานทางโบราณคดีในพื้นที่เนินของหมู่บ้านและส่งผลให้มีการศึกษาทางโบราณคดี จนได้ทราบว่าความจริงแล้วพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของบ้านเชียงปัจจุบัน เคยมีคนตั้งถิ่นฐานมาแล้วก่อนประวัติศาสตร์เมื่อพันๆ ปีก่อนจะมีการสร้างหมู่บ้านในปัจจุบันโบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ เศษภาชนะดินเผาที่มีการตกแต่งเขียนเป็นลายสีแดง โครงกระดูก เครื่องมือที่ทำด้วยหินและสำริด โบราณวัตถุที่ทำด้วยหิน สำริด และเหล็ก โดยเฉพาะภาชนะดินเผาเขียนเป็นลายสีแดงนั้นเป็นโบราณวัตถุที่มีลักษณะเด่นมากเนื่องจากเพิ่งมีการพบเป็นครั้งแรกในประเทศไทย นักโบราณคดีทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความยอมรับว่าแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเป็นร่องรอยทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ซึ่งสามารถให้ความรู้อย่างมากในเรื่องการปรับตัวเองของมนุษย์ในสมัยอดีตเมื่อนับพันๆ มาแล้วให้สอดคล้องกับระบบสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรมของตน อันเป็นระบบที่มีพลวัตหรือมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พ.ศ.2535 คณะกรรมการมรดกโลกจึงขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย(เป็นมรดกโลกลำดับที่ 4 จากทั้งหมด 5 แห่งในเมืองไทย) จากการสำรวจโบราณคดีในภาคอีสานตอนบนทั้งหมด พบว่าบ้านเชียงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และสามารถขึ้นเป็นมรดกโลกได้ หลังจาก พ.ศ. 2535 ที่บ้านเชียงได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเป็นต้นมา มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมบ้านเชียงเป็นอย่างมาก จากนั้นพอถึง พ.ศ. 2539-2540 เริ่มมีโครงการขอความช่วยเหลือจากต่างชาติ ก็ได้เข้ามาช่วยในเรื่องการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่วัดโพธิ์ศรีใน แล้วก็ปรับปรุงพวกภูมิทัศน์ต่างๆ ภายในพิพิธภัณฑ์ ช่วยในการปรับปรุงการจัดแสดงใหม่ซึ่งการปรับปรุงการจัดแสดงใหม่นั้นมาแล้วเสร็จใน พ.ศ.2550 ที่ผ่านมา เราได้พัฒนาหลายๆ ส่วนขึ้นมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์มากขึ้น และในขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวก็จะได้เห็นภาพโบราณวัตถุต่างๆในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด บางส่วนที่เก่าทางพิพิธภัณฑ์ก็จะมีการปรับปรุงขึ้นมาใหม่โดยการทำด้วยวิธีการเก่า บ้านเชียงนั้นเด่นในเรื่องการเป็นยุคสำริดที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ที่มียุคสำริดที่เก่าแก่ที่สุด เป็นแหล่งที่มีสมัยก่อนประวัติศาสตร์เป็นแหล่งเอกลักษณ์เป็นตัวของตัวเองที่โดดเด่นและหาได้ยาก ในปี 2539 จำนวนนักท่องเที่ยวสูงถึง 2 แสนคน จำนวนนักท่องเที่ยวมาลดลงในช่วงท้ายที่เทศกาลโทรมหมดแล้วเราก็เลยต้องเริ่มปรับปรุงใหม่ ในส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่มีการปรับปรุงเราจะสร้างพื้นฐานในการรับนักท่องเที่ยวอย่างเช่น ห้องน้ำ ให้เพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยว ปรับปรุงแหล่งที่เคยขุดค้นมาก่อน ปรับปรุงอาคารและนำวัตถุโบราณที่จำลองไว้มาแสดง สำหรับของจริงบางส่วนเราก็นำไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ด้วย ทั้งหมดในส่วนของพิพิธภัณฑ์และกลางแจ้งเป็นของที่ค้นพบเจอที่บ้านเชียงทั้งหมด ในบริเวณที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมบ้านเชียงซึ่งมี 100 กว่าแหล่ง ของที่ได้จากแหล่งวัฒนธรรมทั้งหมดเปิดให้เข้าชมยกเว้นนิทรรศการใหม่ซึ่งสามารถเข้าชมได้เพียงบางส่วน รอพิธีเปิดปลายปี อีกไม่นานก็จะเสร็จเรียบร้อยและเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ ซึ่งจุดประสงค์ของการจัดนิทรรศการใหม่เพื่อให้มีคนเข้าใจพื้นฐานและความสำคัญของบ้านเชียง เห็นคุณค่าสำคัญของการอนุรักษ์ปัจจุบันก็ยังมีการขุดค้นหา อยากจะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมจะได้ทราบอะไรหลายๆ อย่าง และรับรู้ถึงบทบาทของบ้านเชียงในระดับภูมิภาค นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังไม่ทราบอะไรเลยเกี่ยวกับบ้านเชียง ทำให้รู้เรื่องราวและรู้สึกซาบซึ้งความเป็นมาของอารยธรรมบนผืนแผ่นดินไทยได้ดีมากขึ้นพร้อมที่จะมีส่วนในการเก็บรักษา และก็เพิ่มคุณค่าให้อยู่นานเท่านาน และก็ทำให้คนไทยมีความรักในประเทศไทยมากขึ้นเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์อย่างแท้จริง นักท่องเที่ยวที่มาก็จะได้รับความรู้ตรงนี้และไม่น่าจะเหมือนที่อื่นในประเทศเพราะว่าการจัดแสดงของที่นี่แตกต่างจากการจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ทั่วไปในประเทศ เพราะว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงในเรื่องของการดำเนินงานตามโบราณคดีซึ่งพิพิธภัณฑ์ไม่มีการจัดแสดงตรงนี้เขาจะมีเอกลักษณ์ในด้านอื่น และเราก็เป็นมรดกโลกแห่งเดียวในภาคอีสาน อยากให้ทุกคนได้เข้ามาดูมรดกโลกของคนภาคอีสานว่ามีความเป็นมาอย่างไร ด้านการท่องเที่ยวภาคอีสานของเราขายเรื่องวัฒนธรรม โบราณสถาน ศาสนา ความเชื่อความศรัทธา เราจะผูกเรื่องโยงเข้าไปด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นแม่เหล็กได้พยายามทำเส้นทางเชื่อมโยงตามนโยบายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คือมีการเชื่อมโยงภูมิภาค จะทำเชื่อมไปกับไดโนเสาร์ที่ จ.กาฬสินธุ์ แล้วเชื่อมไป จ.มหาสารคาม แล้วเข้าไป จ.ขอนแก่น ไปพระธาตุขามแก่น หรือจะไปดูงูที่บ้านงู ขอนแก่น แล้วก็เชื่อมจากขอนแก่นไปแหล่งมรดกโลกบ้านเชียง แล้วไปคำชะโนดดินแดนพญานาค แล้วก็ไปผ้าพื้นเมืองบ้านนาคา จากบ้านนาคาก็จะไปยังว่าที่มรดกโลกภูพระบาท ซึ่งทั้งหมดเราจะทำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกันเป็นวงแหวน อย่างไดโนเสาร์ที่ได้ลงทุนไปเยอะและทำได้ดีมาก เด็กๆ ที่ไปชมจะชื่นชมมาก คนที่ไปดูก็จะชื่นชมว่าบ้านเรามีอารยธรรมเก่าแก่มาก คำว่าอารยธรรมของผมหมายถึงสมัยประวัติศาสตร์ก่อนยุคโบราณ จะไล่มาหมดจนถึงปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร จะมีหนังฉายให้ดูและอีกหลายๆ อย่าง คนดูจะได้ภูมิใจว่าบ้านเราเป็นอย่างนี้นี่เอง จะเห็นภาพลักษณ์ แล้วก็จะไปเชื่อมโยงกับแหล่งมรดกโลกบ้านเชียง ซึ่งมีอายุ 4-5 พันปีก่อนประวัติศาสตร์ แล้วเชื่อมไปถึงว่าที่มรดกโลกภูพระบาท เพราะฉะนั้นคิดว่าการท่องเที่ยวของอีสานตอนบนจะมีสิ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ต้องการเสริมเพิ่มเติมความรู้ให้แก่ชีวิตหลังจากที่บ้านเชียงได้รับเป็นมรดกโลกแล้ว ก็ได้ปรับปรุงแหล่งขุดค้นเดิม ซึ่งน้ำมันซึมเข้าไป และเมื่อเปิดหลุมขุดค้นก็มีปัญหาว่ากระดูกเมื่อถูกอากาศมันจะผุหรือกร่อนไป ประกอบกับหลุมที่ขุดที่วัดโพธิ์ศรีในเปิดไปแล้วน้ำเค็มเข้าไป จึงยกกระดูกที่แท้จริงขึ้นมาแล้วปรับปรุงใหม่ให้ดีกว่าเดิม บางคนมาดูแล้วบอกว่าไม่เห็นมีอะไรเลย ก็เพราะเขายังขุดค้นอยู่สภาพมันเลยไม่น่าดู มันเลยเป็นปากต่อปากว่าไปแล้วไม่เห็นมีอะไร ระหว่างที่มีการปรับปรุงคนมาดูแล้วไม่มีอะไรแล้วปากต่อปากทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง พอได้รับงบประมาณมาปรับปรุง ซึ่งตอนนี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าชมอีกที่หนึ่ง มีการนำวัตถุโบราณต่างๆ จะเป็นหม้อ ไห โครงกระดูก มาตกแต่งตามลักษณะทางวิชาการของกรมศิลปากรในส่วนของพิพิธภัณฑ์อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะนำเสนอคือ คนที่นั้นคนที่บ้านเชียงเป็นคนไทยพวน เขารักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของเขา พูดภาษาไทยพวน แต่งกายแบบไทยพวน มีโฮมสเตย์ มีมัคคุเทศก์น้อยที่ททท.ไปอบรมไว้ร่วมกับเทศบาลบ้านเชียง แล้วแต่ละปีก็มีการแสดงแสงเสียง แต่ปีนี้เราเลื่อนเนื่องจากต้องไว้อาลัยถวายแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ จึงเลื่อนไปหลังสงกรานต์สัก 2-3วัน ยังแนะนำด้วยว่า ก่อนที่จะมาบ้านเชียงอยากให้ศึกษาคร่าวๆ ก่อนว่าบ้านเชียงมีความเป็นมาอย่างไร เพื่อมาดูแล้วจะได้ซาบซึ้งว่ากว่าเขาจะมาเป็นอย่างนี้ กว่าจะตายมา 5 พันปีนอนทับถมศพแล้วศพเล่าหลุมแล้วหลุมเล่าที่พอกพูนเป็นดินขึ้นมา เซนติเมตรเท่ากับกี่ร้อยปีกี่พันปี ปั้นหม้อมาได้อย่างไร กว่าจะเผา กว่าจะหลอมเหล็ก ในสมัยก่อนมีเทคโนโลยีที่จะหลอมเหล็กแล้วหรือยัง แปลว่าต้องเป็นชุมชนที่ยิ่งใหญ่ อยากให้ศึกษามาก่อนหรือหากไม่ศึกษามาก่อน ก็อยากให้ใช้เวลาดู อ่าน เข้าไปห้องวิดีโอที่เขาจะฉายให้ดูว่ามีความเป็นมาอย่างไรโดยสรุป ใช้เวลาอ่านทุกบอร์ด ทุกกระดาน เพราะนี่คือสมบัติของชาติ ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ท่านที่อยากเติมเต็มชีวิต มานอนโฮมสเตย์ของบ้านเชียง ว่าตื่นเช้าเขาใส่บาตรกันอย่างไร เขามีวิถีชีวิตอย่างไร กินอาหารของไทยพวนอย่างไร มีปั้นหม้อ และอีกหลายๆอย่าง และเรื่องของความสะอาดเข้าไปแล้วอย่าไปขีดเขียนอย่าไปทิ้งขยะไว้ อยากจะฝากนักท่องเที่ยวเอาไว้ส่วนในอนาคตถ้าเราส่งเสริมให้ถูกทาง ดูตลาดของเราและดูกลุ่มลูกค้าเราว่าเป็นประเภทไหน เราปรับปรุงด้านการบริการ สิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย ความสะอาดให้ตรงต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว อีสานตอนบนจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในอนาคตใน 2-3 ปีข้างหน้าบ้านเชียงอุดรมีนักท่องเที่ยวน้อย ไม่สมศักดิ์ศรีแหล่งมรดกโลก แหล่งมรดกโลกบ้านเชียงแห่งเมืองอุดรฯ ปัจจุบันไม่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากพอ ขาดการพัฒนาเสริมสร้างความประทับใจผู้มาเยือน ในโอกาสเดินทางไปรับทราบสภาพปัญหา ข้อมูล การท่องเที่ยวจากส่วนราชการและกลุ่มผู้ประกอบที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี แหล่งมรดกโลกบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานีเป็นสถานที่ที่ควรจะยิ่งใหญ่เพราะมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แสดงให้เห็นความตั้งใจของบรรพบุรุษ คุณค่าเหล่านี้ควรจะเป็นสิ่งที่ทำให้แหล่งมรดกโลกบ้านเชียง กระตุ้นดึงดูดให้ทุกคนอยากมาดู แต่ปัจจุบันในข้อเท็จจริง มรดกโลกบ้านเชียงกลับมีเพียงชื่อเท่านั้นที่ทำให้คนรู้จัก เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาชมสถานที่จริงๆ แล้วกลับไม่มีอะไรประทับใจสมกับคุณค่าที่ได้เป็นมรดกโลก นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในจังหวัดอุดรธานี ยังถือว่ามีไม่มาก จึงอยากเสนอให้มีการจัดกิจกรรมให้มากสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในเขตเทศบาลนครอุดรธานีที่สร้างชื่อเสียงมากก็คือ สวนสาธารณะหนองประจักษ์ ซึ่งเทศบาลนครอุดรธานีได้พัฒนาสวนสาธารณะหนองประจักษ์มาโดยตลอด เทศบาลนครอุดรธานีมีหนองน้ำทั้งหมด 5 แห่งด้วยกันมีการพัฒนาไปแล้ว 2 แห่งด้วยกัน ส่วนหนองน้ำอีก 3 แห่ง ส่วนหนึ่งเพื่อมาพัฒนาหนองบัว ทางจังหวัดได้ผลักดันให้หนองบัวเป็นแหล่งศึกษาพันธุ์บัวขึ้น ซึ่งในประเทศไทยมีพันธุ์บัวทั้งหมด183 ชนิด ประชาชนที่เดินรอบหนองบัวก็จะเห็นบัวทั้งหมด 183 ชนิด และต่อไปในอนาคตก็จะมีชนิดที่ 184 รอบๆ หนองน้ำก็จะมีศิลปะของจีนก็คือศาลเจ้าปู่ ย่า ส่วนที่หนองใหญ่ก็จะทำเป็นป่าสมุนไพร ขณะที่หนองเหล็ก ก็จะทำเป็นศูนย์กีฬาทางน้ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวก็คือ คนที่เดินทางมาประชุมสัมมนาที่จังหวัดอุดรธานีมีเวลาว่าง 2-3 ชั่วโมงที่รอขึ้นเครื่องก็สามารถที่จะไปพักผ่อนได้ตามสถานที่ต่างๆ เหล่านี้ได้ อยากให้คณะกรรมาธิการช่วยสนับสนุนผลักดันในส่วนนี้ด้วย โดยเฉพาะการของบประมาณมาปรับปรุงพัฒนาหนองประจักษ์ ซึ่งยังไม่ได้มีการพัฒนาอะไรเลย บริเวณหนองประจักษ์เป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง ศาลปู่ ย่า และพลับพลารับเสด็จ อยู่ในสภาพที่เก่ามาก สมควรได้รับการพัฒนา"นายหาญชัยกล่าวและว่า ปัญหาการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยภาพรวมแล้ว ส่วนใหญ่จะมีปัญหาในเรื่องของงบประมาณสนับสนุน ซึ่งเป็นไปได้น่าจะมีการจัดตั้งสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว เพื่อเป็นองค์การจัดสรรงบฯในแต่ละจังหวัด เช่นที่จังหวัดอุดรธานีมีประชากรราว 1ล้าน 6 แสนคน น่าจะมีการจัดงบฯให้หัวละ 5บาท เพื่อนำไปพัฒนาการท่องเที่ยวในมุมมองของท้องถิ่นนั้นๆ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานีนั้น จะทำอย่างไรให้เมืองอุดรฯเป็นจุดเชื่อมระหว่างหนองคาย หนองบัวลำภู สกลนคร เลย ซึ่งคงต้องใช้เวลา "ในฐานะที่บริหารเมืองอุดร จุดที่ย่ำแย่ที่สุดในจังหวัดคือสถานีรถไฟ เพราะ เมื่อ20 ปีที่แล้วตนเห็นอุดรธานีอยู่ในสภาพอย่างไร ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ ไม่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังจังหวัดอุดรธานีทั้งสิ้น 694,376 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2543 ร้อยละ 2.89 ในช่วงเดียวกันสามารถจำแนกนักท่องเที่ยว 536,546 คน คิดเป็นร้อยละ 77.27 และนักทัศนาจร 157,830 คน คิดเป็นร้อยละ 22.73 ในจำนวนผู้เดินทางมายังจังหวัดอุดรธานี ระหว่างเดือนมกราคม - มิถุนายน 2544 มีจำนวน 694,376 คน แบ่งเป็นชาวไทย 658,394 คน คิดเป็นร้อยละ 94.82 ชาวต่างชาติ 35,982 คน คิดเป็นร้อยละ 5.18 คน โดยมีระยะเวลาการพำนักของนักท่องเที่ยวเฉลี่ยคนละ 3-4 วัน ส่วนชาวไทยมีระยะเวลาพักเฉลี่ยคนละ 3-4 ชาวต่างชาติคนละ 2-3 วัน ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดอุดรธานี ช่วง 6 เดือนแรก ของปี 2544 นักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 837 บาท จำแนกเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยจะใช้เงินเฉลี่ยวันละ 816 บาท นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติใช้จ่ายโดยเฉลี่ยวันละ 1,215 บาท รวมแล้วจังหวัดอุดรธานีมีรายได้จากนักท่องเที่ยวช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน ประมาณ 1,739 ล้านบาท เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทย 1,661 ล้านบาท ส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นเงิน 77.11 ล้านบาท


























































































สวัสดีค่ะ
.เข้ามาอ่านบันทึกและรูปภาพ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ ถ่ายภาพได้สวยมากเหมือนกับได้เข้าไปเยี่ยมชมด้วยตนเองค่ะ