ทางออกที่ควรจะเป็น กับ ทิศทางที่ควรจะเดิน

 

วันนี้เป็นอีกวันที่สมองต้องทำงานอย่างหนัก เพราะหลังจากต้องรีบเขียนรายงานความก้าวหน้างานวิจัยที่ต้องส่งภายในสิ้นเดือนนี้แล้ว ก็พลันฉุกคิดถึงงานวิทยานิพนธ์ของตัวเองขึ้นมา ผ่านพ้นไป ๒ ปีกับการเรียนย่างเข้าสู่ปีที่ ๓ งานวิทยานิพนธ์ไม่กระดิก (อันนี้ยอมรับครับว่ามีเหตุปัจจัยหลายอย่าง...ปฏิเสธคนไม่เป็นครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ)

       ขณะที่นั่งพิมพ์รายงานความก้าวหน้าอยู่นั้นก็มีเพื่อนรักสมัยเรียนปริญญาตรีที่ ม.อ.ปัตตานีทักทายเข้ามาผ่านช่องทาง MSN ซึ่งเขากำลังเรียนปริญญาโทปีสุดท้ายอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พูดคุยถึงวิทยานิพนธ์ของตัวเองผลสรุปก็คือ ต่างคนต่างเพิ่งปัดฝุ่นงานของตัวเองแต่ที่เขาดูดีกว่าก็ด้วยเหตุว่าวิทยานิพนธ์ของเจ้าเพื่อนรักคนนี้ใกล้เสร็จแล้วครับ (ฮ่าๆๆๆๆๆๆ แต่เขาใช้เวลานานกว่าผมในการเรียนคาดว่า) สิ่งหนึ่งที่ผมได้จากความเป็นเพื่อนคือ ยังไงเพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนและยอมรับเลยครับว่าตั้งแต่ไปเรียนบางกอก ความคิดความอ่านก้าวไกลมากครับ

       ผมมานั่งครุ่นคิดถึงงานของตัวเอง วิทยานิพนธ์ และสิ่งที่ต้องทำ ยอมรับเลยครับว่า...ปีนี้คงเป็นปีที่หนักหนาสาหัสอีกครั้งครับเพราะโปรแกรมที่ดู กับ งานที่ต้องทำรวมทั้งวิทยานิพนธ์ที่ต้องเดินหน้าให้ได้ (อินชาอัลลอฮฺ)      แต่ปัญหามันติดด้วยปัจจัยหลายอย่างครับ (อันนี้รอทางผู้ใหญ่กับเหตุผลที่เสนอไป...คงจะรับฟังผมบ้างสักครั้ง)

 

       อารมณ์ เวลา และความอดทน สำคัญมากเลยใช่ไหม๊ครับสำหรับการทำวิทยานิพนธ์ ผมมองว่าหากทั้งสามปัจจัยกลับเป็นเช่นเดิม ฝุ่นคงเกาะวิทยานิพนธ์ผมอีกแหงๆ ถ้าเป็นอย่างนั้น ๓ ปี ๔ ปี หรือ ๕ ปี (คงเกินไม่ได้ไม่งั้นไม่จบฮ่าๆๆๆ) วิทยานิพนธ์ของผมจะเสร็จไหม๊ ไม่อยากคิดเลย

 ขอพระเจ้าโปรดชี้นำแนวทางและแสงสว่างแก่ผมด้วยเถิด...อามีนๆ