สวัสดีครับทุกท่านกระผมขอสมัครเป็นสมาชิกใหม่ของGotoKnow.orgด้วยคนครับอยากให้เป็นก้าวแรกที่ดีและด้วยมุ่งหวังว่าข้อมูลความรู้ที่นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทุกท่านจะเป็นประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งบันทึกหน้าแรกจึงขอเริ่มต้นที่การแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของพื้นฐานการวาดภาพด้วยเส้นซึ่งเป็นการเรียนการสอนในวิชา วาดเส้นที่กระผมรับผิดชอบสอนอยู่ครับ
ในการนำเสนอให้กับผู้ออกแบบตามความต้องการของสังคมปัจจุบัน มีหลายวิธีด้วยกันอาจจะเป็นสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นๆก็ตามแต่มีวิธีที่ลงทุนน้อยเป็นไปอย่างสุนทรียภาพกับลูกค้าแล้วนั้นผู้เขียนคิดว่าไม่มีอะไรที่จะง่ายและสะดวกรวดเร็วเท่ากับงานวาดเส้น (Drawing)
จากคำตอบของลูกค้าที่ได้ ออกมาเป็นรูปธรรม ผ่านสื่อ โดยใช้การวาดเส้นอย่างคร่าวๆ ไม่เยิ่นเย้อยืดยาวจนเกินไป ทำให้เสียเวลามากเกินความจำเป็น : ตัวอย่างเช่น เมื่อพูดคุยกับลูกค้าแล้ว สรุปความต้องการของลูกค้าว่า ต้องการจัดเรือพายให้เป็นกระทงเรือพาย มีนางนพมาศและสนม รวม 3 คน, ฝีพาย จำนวน 8-9 คน เครื่องประดับตกแต่งด้วย ผักผลไม้ ตามลักษณะเด่นของตลาดผักผลไม้ จัดแสดง กลางคืน จึงจำเป็นจะต้องประดับตกแต่งด้วยไฟ ฮาโลเจน ใช้แบตเตอรี่ ขนาด 100 แอมป์ มีธูปเทียน เครื่องสังเวยบูชาแม่ย่านาง ตามธรรมเนียมประเพณีของไทยแต่เก่าก่อน เมื่อได้ความคิดเป็นภาพรวม ตามความต้องการของลูกค้าแล้ว จึงแสดงภาพตามลำดับขั้นของความคิดที่ได้รับจากลูกค้า
อาจารย์ยอดชาย สายกลิ่น
โปรแกรมวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
ให้มองเห็นภาพที่เป็นสื่อและเข้าใจได้ง่าย เพื่อหาข้อตกลงในรูปแบบ แล้วจึงกำหนดงบประมาณราคาได้ ซึ่งพอจะแยกเป็นงานย่อยๆ ได้ให้ลูกค้ามองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น โดยใช้ขบวนการวาดเส้น หรือ (Drawing) ที่สำคัญและขาดไม่ได้ คือ เครื่องหมาย หรือโลโก้ ที่แสดงถึงกิจการนั้นๆ ด้วย ขอบพระคุณครับที่ติดตามอ่านบันทึกหน้าแรกของกระผมครับ

ช้างกับPaint ความรวดเร็วอยู่ที่การตัดสินใจกับรูปทรงเอาท์ลายที่จะนำเสนอผู้เขียนต้องมีความแม่นยำในการตัดสินใจต่อทิศทางที่จะลากไป จะสวยงามได้อยู่ที่ความลงตัวในเรื่องเส้นรูปทรงช่องไฟ สีสรรเป็นพื้นฐานข้อนำเสนอเพียงแค่นี้ก่อนนะครับ...โอกาสหน้าพบกันในบล๊อกนี้ใหม่ช่วยออกความคิดเห็นหน่อยนะครับขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ กอมาฝากตัวเป็นศิษย์ลูกค่ะ
อิอิ เป็นลูกศิษย์ค่ะ
ยินดีอย่างยิ่ง ฝีมือการเขียนเล่าประกอบเหตุการณ์ดี หนูได้นำมาใช้ประโยชน์ได้แล้ว จงภูมิใจเถอะ แล้วหาวิธีพัฒนาไปเรื่อยๆ งานวาดเขียนกับการออกแบบ
หวาดดีครับป๊ะป๊า...
ในโลกนี้ มีคนขอมากมาย แต่มีคนขอบคุณช่างน้อยเหลือเกิน
มีเทวดาอยู่ 2 ตน ตนหนึ่งหอบถุงแห่งการขอบคุน เทวดาอีกตนหนึ่งหอบถุงการขอ
ถุงการขอนั้นเต็มทุกวัน เทวดานั้นต้องขึ้น ๆ ลง ๆ สวรรค์กับโลกมนุษย์ทุกวันเลยน้ำมันรถหมดไปกับการเดินทาง
แต่เทวดาอีกตนหนึ่งนั้น กว่าจะได้ขึ้นไปบนสวรรค์เขาต้องรอแล้วรอเล่า อาทิตย์หนึ่งถึงจะได้คำว่าขอบคุณ หรือบางอาทิตย์ก็ไม่ได้เลยก็มี...
Sum Savapat
ลูกชาย
หวาดดีครับป๊ะป๊า...
วันนี้ได้รับ Forword Mail จากเพื่อนที่ทำอยู่ บริษัทปูนซีเมนต์ไทย เนื้อหาน่าคิดเลยทีเดียว นินานเรื่องนี้มีชื่อเรื่องว่า "สีขาว...ลิงกับลา "
หญิงชาวบ้านคนหนึ่งอาศัยอยู่คนเดียวในกระท่อม ด้วยความเหงานางจึงหาสัตว์มาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสองตัว คือ ลิงและลา วันหนึ่งหญิงชาวบ้านคนนี้ต้องออกไปตลาดเพื่อซื้ออาหาร ก่อนออกจากบ้านเธอได้เอาเชือกมาผูกคอลิง แล้วมัดขาของลาเอาไว้ทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงทั้งสองตัวเดินย่ำไปมาในกระท่อมจนทำให้ข้าวของ
ต่างๆ ได้รับความเสียหาย
ทันทีที่หญิงชาวบ้านออกจากบ้านไป ลิงซึ่งมีความฉลาดและแสนซนเป็นคุณลักษณะประจำตัวก็ค่อยๆ คลาย ปมเชือกออกจากคอของมัน อีกทั้งยังซุกซนไปแก้เชือกมัดขาให้แก่ลาอีกด้วย หลังจากนั้นเจ้าลิงก็กระโดดโลดเต้น ห้อยโหนโจนทะยานไปทั่วกระท่อมจนทำให้ข้าว ของต่างๆ ล้มระเนระนาดกระจัดกระจายไปทั่ว อีกทั้งยังซุกซนรื้อ ค้นเสื้อผ้าของหญิงชาวบ้านมาฉีกกัดจนไม่เหลือชิ้นดี ในขณะที่ลาได้แต่มองดูการกระทำของเจ้าลิงอยู่เฉยๆ
สักครู่หนึ่ง หญิงชาวบ้านคนนี้ก็กลับมาจากตลาด เจ้าลิงมองเห็นเจ้าของเดินมาแต่ไกลจากทางหน้าต่าง ก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนไว้ อย่างเดิมและอยู่อย่างสงบนิ่ง
ฝ่ายหญิงชาวบ้านเมื่อเปิดประตูกระท่อมเข้ามาเห็นข้าวของของตนถูกรื้อค้น กระจุยกระจายเช่นนั้นก็เกิดโทสะ ขึ้นทันที หันมองลิงและลาเพื่อดูว่าใครเป็นผู้ก่อเรื่อง และเห็นว่าลาไม่มีเชือกผูกขาดังเดิม เธอก็คิดเอาเองว่าเจ้าลานี่เอง คือตัวปัญหา ทำให้กระท่อมของเธอมีสภาพไม่ต่างจากโรงเก็บขยะ ดังนั้นหญิงชาวบ้านจึงวิ่งไปหยิบท่อนไม้นอกบ้านมา ทุบตีลาอย่างรุนแรง ซึ่งเจ้าลาผู้น่าสงสารก็ได้แต่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจนสิ้นใจโดยไม่สามารถทำ อะไรได้เลย...จบแย้ว
ป๊าอ่านแล้วคงไม่ค่อยชอบตอนจบของนิทานเรื่องนี้นัก เพราะสงสารเจ้าลาที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรแต่กลับถูกเจ้าของ ทำโทษจนตาย ส่วนเจ้าลิงซึ่งเป็นต้นเหตุแท้ๆ กลับรอดพ้น และไม่ได้รับผลกรรมใดๆ แต่แท้ที่จริงแล้วนิทานเรื่องนี้ ต้องการชี้ให้เห็นถึง ความเป็นผู้นำ ของหญิงชาวบ้านที่ไม่พิจารณาเหตุการณ์ให้ถ่องแท้ เชื่อแค่สิ่งที่ตนเห็นแล้วลงโทษไป ตามความรู้สึกและประสบการณ์ส่วนตัว เธอมองเห็นข้าวของเสียหายและมองเห็นลาที่หลุดออกมาจากเชือก แล้วตัดสินว่า ลาคงเป็นผู้กระทำ แต่ไม่ได้มองว่าลาไม่มีปัญญาจะแก้เชือก และไม่มีนิสัยชอบรื้อทำลาย เธอมองเห็นลิงยังถูกเชือกล่ามอยู่
ก็คิดว่าลิงคงไม่ใช่ผู้กระทำ แต่มองไม่ออกว่าผู้น่าจะแก้ปมเชือกได้และมีนิสัยชอบรื้อทำลายนั้นคือ ลิง ความจริงถ้าเธอรู้จัก สำรวจร่องรอยความเสียหายเสียสักเล็กน้อย เธอก็จะพบรอยเท้าและฟันของลิงกระจายไปทั่วห้อง แต่ไม่พบรอยเท้าของลาเลย
เพราะลาไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน
ลาก็เหมือนกับคนที่ปฏิบัติงานได้ตามหน้าที่ แต่ไม่ค่อยมีปากมีเสียง พูดจา ตรงไปตรงมาแต่ไร้เลห์เหลี่ยม ส่วนลิงก็เหมือนกับคนที่ฉลาดแกมโกง พูดเก่ง พรีเซ็นต์เก่ง อ้างอิงตำราได้สารพัดทุกเล่ม แต่ไม่เคยทำงานจริง ๆ นายที่ดีไม่ควรปล่อยให้ลิงหลงระเริงว่าทำผิดเท่าไหร่นายก็ไม่มีทางรู้ ผู้เป็นนายไม่ควรยึดติดความสบาย นั่งขึ้นอืดรอฟังแต่รายงานในห้องประชุม รู้จักยอมเสียสละตน สละเวลา อีกเล็กน้อยเพื่อค้นหาความจริงเพื่อควบคุมเจ้าลิง เพราะไม่เช่นนั้น องค์กรก็จะทุกข์ทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าลิงสงบได้องค์กรก็จะพลอยสบายและมีความสุขอย่างยั่งยืนไปด้วย
อ่านจบแล้วนิทานเรื่องนี้มีนัยะทางความคิดนิป๊า หากเราได้ลิงที่เก่งและฉลาด และสามารถนำความเก่งเหล่านี้มาใช้ปฏิบัติอย่างถูกวิธี ป๊าว่าไม๊ว่าประเทศของเราจะไปได้ไกลแค่ไหน...
sum savapat
ลูกชาย ป๊ะป๊า
ก็คอยสังเกตุปรากฏการณ์ แล้วท่านจะทำอย่างไร กับตัวเราเอง ส่วนลิงในเรื่องนี้ ก็คงสร้างความวุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้น ถ้าเป็นกางเกง ก็ใส่ไว้ข้างใน ถ้าเป็นฃุบเปอแมนก็ใส่ไว้ข้างนอก ฮิฮิ แล้วลูกจะเลือกใส่อย่างไร
คับสวัสดีคับ
ผมเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชฏัดสกลคับ
เรียนศิลป์กรรมคับ
ถ้าผมมีปัญหาเกี่ยวกับงานศิลป์
ผมจะมาปรึกษาได้ไหมคับ
ยินดีตอบครับ ข้อความที่ 6
เข้ามาทักทายค่ะ ท่านอาจารย์สบายดีนะคะ