ตัวอย่างการจัดการเรียนภาษาอังกฤษ

แล้วเราในนามของ Thai Teacher ก็ได้ไปศึกษาดูงานการจัดการเรียนสอนจากโรงเรียนประถมศึกษา หรือ เรียกกันว่า school visit กัน ครับ โดยไปที่โรงเรียน Mayflower Primary School สิงคโปร์

เราออกเดินทางกันตอนบ่ายโมงครึ่ง ไปถึงโรงเรียนประมาณ บ่ายสองครึ่ง โดยรถบัสคันใหญ่มารับหน้าโรงแรม

โรงเรียน Mayflower อยู่แถบ Ang Mo Kio ซึ่งมีชื่อเสียง เพราะเด็กที่นี่เก่งและมีคุณภาพ เรียกได้ว่า  Academic Excellent โรงเรียนนี้มีเด็กอยู่ประมาณสองพันกว่าคน และมีครูเกือบร้อยคน  ตอนแรกเขาให้เข้าไปที่ห้อง meeting room ก่อน ออกไปดูการจัดกิจกรรมภาษาอังกฤษของทางโรงเรียน ซึ่งครูสุก็หลงทางเลย จึงไปถามคุณครูท่านหนึ่ง ใจดีมากนำทางเรามาจนถึงห้องประชุมจนได้

Mottoของทางโรงเรียนก็คือ

The school instills in the pupils the commitment to be of service to the school, community and nation. It enforces the spirit of giving rather than receiving or taking from others.

โรงเรียนเมย์ฟลาวเว่อร์ สอนระดับประถมศึกษา ตั้งแต่ Primary 1-6  โดยจะเรียนวิชาหลัก คือ English Mathematics Science และ Mother tongue  หรือภาษาแม่ ได้แก่ ภาษาจีน อินเดีย มาเลย์ เพราะที่สิงคโปร์จะเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 1 และเรียนภาษาแม่เป็นภาษาที่ 2 ซึ่งแปลกจากประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ประเทศอินเดีย ประเทศพม่า คือใช้ภาษาแม่ และเรียนภาษาที่ 2 คือภาษาอังกฤษใช่ไหมครับ

การจัดการเรียนภาษาอังกฤษก็มี 4 สาระ ก็คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน เหมือนบ้านเรานั่นแหละครับ แต่ว่าจะมีโปรแกรมเรียนภาษาเพิ่มเติมอีก ได้แก่

STELLAR = Strategies for English  Language Learning And Reading เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ โดยให้นักเรียนได้อ่านหนังสือที่เป็นประโยชน์และได้เรียนรู้คำศัพท์ที่ได้ใช้จริงจากหนังสือนั้นด้วย เพราะการเรียนสี่ทักษะในชั้นเรียนยังไม่เพียงพอ วิธีการเรียน STELLAR ก็ไม่ได้อ่านอย่างเดียว มีกิจกรรมเกี่ยวกับการฟังการพูดการเขียนร่วมไปด้วยอย่างผสมผสาน อย่างเช่น กิจกรรม Peer Interaction ให้นักเรียนอ่อนจับคู่กับนักเรียนเก่ง เปลี่ยนกันอ่านหนังสือให้กัน (คุ้น ๆ กับวิธีการทางบ้านเรา) หรือการdiscuss ระหว่างนักเรียนกับครูในเรื่องที่อ่านนั้น เรียกว่าใช้ skill ต่าง ๆ บูรณาการเข้าด้วยกันนั่นเอง ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการเรียนรู้นี้ได้ เช่น การเลือกหนังสือให้กับลูกในห้องสมุด หรือซื้อ / รวบรวมหนังสือที่เด็กเกิดความสนใจครับ

 

  

หลังจากนั้นเราได้ไปดูกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แต่ละชั้น ที่เห็นกิจกรรมนี้คือกิจกรรม Big Book approach คือนำหนังสือเล่มใหญ่มาให้นักเรียนอ่านในห้องเรียน โดยครูจะนำหนังสือมาให้ดูปกแล้วเล่าเรื่องถามสิ่งที่นักเรียนเห็นในภาพก่อนว่าคืออะไร เพื่อให้เด็กได้เกิดจินตนาการแลอยากอ่านในขั้น pre-reading เสียก่อน  ต่อไปขั้น while-reading ครูจะให้ดูทีละหน้าแล้วถามความเห็นของนักเรียนที่มีต่อภาพ โดยครูจะปิดเนื้อหาไว้ เมื่อซักถามเสร็จแล้ว ครูจะเปิดเนื้อหาแล้วอ่านให้นักเรียนฟังทีละหน้า ก่อนจะเปิดหน้าต่อไปครูจะให้นักเรียนเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น จนจบเล่ม ก่อนที่ทุกคนจะช่วยกันอ่าน สุดท้ายขั้น Post-reading  ครูจะให้นักเรียนสรุปเนื้อเรื่อง และเล่าเหตุการณ์ภาคต่อไปของเรื่อง ซึ่งนักเรียนคิดขึ้นมาเอง

 

อีกกิจกรรมหนึ่ง ก็คือการสอนภาษาอังกฤษ แบบ drama หรือ ละคร นั่นเอง ที่นี่มีครูที่จบ drama มาโดยตรง ซึ่งเขาว่าการใช้ drama มีประโยชน์ต่อการใช้ภาษาอังกฤษมาก ๆ เพราะนักเรียนจะเกิดจินตนาการ เด็กไม่เครียด เรียกว่า  low affective filter  เกิดความสนุกในการเรียนรู้อีกด้วย ในรูปนี้ครูจะให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่มเพื่อฝึกแสดงพฤติกรรมย่อย  เช่น cry, happy เป็นต้น ให้เพื่อน ๆ ดูก่อน ครูจะเป็น helper ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มได้ฝึกแสดงออกมา โดยให้คอยถามคอยแนะให้พูดตามสถานการณ์ต่าง ๆ ก่อนที่นักเรียนทั้งชั้นจะออกมาแสดงบทบาท เช่น เด็กชั้นร่วมกันแสดงบทบาทสมมุติในงานปาร์ตี้ และมีเด็กใหม่เข้าห้องเรียน ดูสนุกสนาน ๆ เด็ก ๆ กล้าแสดงออกมาก