เดินเทรลศึกษาธรรมชาติที่ปางสีดา

   วันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา(๑๖-๑๗ พ.ค. ๒๕๕๒)ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติปางสีดาอีกครั้งหนึ่งครับ  เราไปพักค้างแรมที่หน่วยพิทักษ์ป่าปางสีดาห้าหนึ่งคืน  ทีนี่ใช้ไฟฟ้าปั่นจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีเครื่องยนต์ดีเซลดีเซลเป็นต้นกำลัง    ไฟฟ้านี้จะจ่ายไปที่ห้องน้ำ, ศาลาหลบฝนสองหลังและบ้านพักของเจ้าหน้าที่    และจะหยุดจ่ายเมื่อเวลาประมาณสองทุ่มครึ่ง  

    ที่นี่เราขออนุญาตเจ้าหน้าที่กางเต๊นท์บนศาลาเนื่องจากฝนที่อาจจะกระหน่ำในยามค่ำคืนซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเต๊นท์หลังน้อยนั้นจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเกิดการกลั่นตัวของน้ำฝนหยดลงมาในเต๊นท์หรือไม่   อีกทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวไม่มากนักเจ้าหน้าที่จึงอนุญาตให้เรากางเต๊นท์บนศาลาได้   บนศาลานั้นมีเต๊นท์หลังใหญ่ขนาดนอนได้ห้าคนกางอยู่แล้วหนึ่งหลัง   ผมกางเต๊นท์แบบลวกๆโดยไม่ได้กางฟลายชีทครอบเนื่องจากอยู่ใต้หลังศาลา   แล้วจัดแจงเก็บข้าวของเพื่อออกไปดูนกกับเจ้าหน้าที่ศูนย์วิทย์ของสระแก้วโดยมีพี่กำพลเป็นผู้นำชมนก(Bird leader)   ท่านผอ.ของศูนย์ชอบดูนกจึงสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ดูนกเป็นด้วย

กล้วยไม้ป่าอยู่บนคบไม้สูงๆได้อาศัยเลนส์เทเลซูมเก็บภาพได้มาให้ชมครับ

ลูกไม้สีแดงสวยสดไม่รู้ว่ากินได้ไหม

ผีเสื้อแผนที่แดงธรรมดา (ลงภาพเพิ่มเติม)

    เราออกเดินทางไปที่กม.ที่ ๒๓ เดินดูนกและกล้วยไม้ที่อยู่ตามคบไม้สูงๆ  ต้นไม้ที่อยู่ตามพื้น   นกที่เจอในเย็นวันนั้นก็คือ นกเขาเปล้า นกขุนทอง นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง นกโพระดกหูเขียว  ต้นไม้ที่ป่าปางสีดานั้นค่อนข้างสูงโดยเฉพาะต้นเคี่ยมคะนองที่เป็นไม้เด่นของป่านี้ทำให้ขนาดของนกที่เห็นจากกล้องสองตานั้นค่อนข้างเล็กค่อนข้างยากในการจำแนกชนิด กล้องแบบเทเลสโคปนั้นจะเหมาะกว่า(กิเลสเริ่มมาเยือนอีกแล้วละ อิิิอิ)เพราะมีกำลังขยายสูงกว่า  ดูนกได้ไม่นานนักฝนก็ตั้งเค้ามาจากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือก็ต้่องรีบกลับที่พักครับ

    กลับมาที่ลานแคมป์พบเจ้าของเต๊นท์ข้างๆกลับมาแล้วเป็นพี่สองคนชายหญิงวัยกลางคน  อืมค่อยวางใจหน่อยครับแต่ถ้าเป็นวัยรุ่นนั้นเราอาจจะได้ย้ายเต๊นท์หนีไปนอนเสี่ยงสายฝน   ผมเริ่มหุงข้าวด้วยหม้อสนามแต่เจ้ากรรมครับข้าวที่อยู่ในกล่องของแห้งนั้นเป็นข้าวกล้องดอยที่ไม่รู้สัดส่วนของน้ำกับข้าว(เพิ่งจะมาเห็นที่หลังมาว่าข้าวขาวอยู่ในกล้องด้วย)   หุงนานเติมน้ำสุดท้ายก็แฉะครับ กว่าที่แม่บ้านจะทำกับข้าวเสร็จก็ทุ่มกว่าๆ    ค้นหาช้อนมีแค่สองคู่ที่ยืมมาจากครัวด้านล่าง แต่ก็ได้น้ำใจจากพี่เต๊นท์ข้างๆให้หยิบยืม  เป็นจุดเริ่มมิตรไมตรีระหว่้างผู้ค้างแรม

ต้นกันเกราออกดอกสะพรั่งยามเช้าส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ

   รุ่งเช้าผมออกไปเดินสูดอากาศดีๆชมนกชมไม้ไปได้ซักระยะก็เดินกลับมา  เดินไปที่ด้านหลังศาลาเจอผีเสื้อตระกูลผีเสื้อบินเร็วที่ยังไม่เคยเจอรีบคว้ากล้องเปลี่ยนเป็นเลนส์มาโครใส่ขาตั้งมานั่งสร้างภาพจนพอใจก็เดินกลับมาต้มน้ำชงกาแฟดื่มไปได้ซักหน่อยก็เจอเจ้าเป็ดน้อยยกมือปัดซะหกเกือบหมดแก้ว เสร็จจากมื้อกาแฟและขนมปัง  เจอเจ้ามอธทองเฉียงพร้ามาเกาะลงตรงที่กาแฟหกซึ่งตอนนั้นก็มีผีเสื้อจำพวกจรกาออกบินให้เห็นบ้างแล้ว   จึงเรียกพี่เต๊นท์ข้างๆมาดูเพราะคิดว่าในเมืองนั้นโอกาสน้อยมากที่จะได้เห็นเจ้าผีเสื้อชนิดนี้ครับ 

ผีเสื้อหน้าเข็มปีกมนตัวเขียว

เจ้าตั๊กแตนน้อยเกาะอยู่บนใบหญ้าที่ดูดูสดชื่นเพราะฉ่ำน้ำฝนเมื่อคืน

มอธทองเฉียงพร้า


ผีเสื้อใบไม้เล็ก(ถ่ายไว้ที่จุดดูผีเสื้อก่อนที่จะขึ้นมาที่จุดกางเต๊นท์)


ผีเสื้อเหลืองหนามแถบฟ้า(ถ่ายไว้ที่จุดดูผีเสื้อก่อนที่จะขึ้นมาที่จุดกางเต๊นท์)

     ซักพักพี่กำพลมาชวนไปเดินดูนกยามเช้าก็ดูนกกัน   จึงชวนพี่เต๊นท์ข้างไปเดินดูนกด้วยกัน  แต่ด้วยความที่ไม่เจอน้องเจ้าหน้าที่ศูนย์วิทย์ที่มีกุญแจรถตู้เราก็เลยไม่มีสโคปไปดูนกกัน   แวะไปดูต้นไม้ที่ออกดอกสะพรั่งเต็มต้น  พี่กำพลให้ความรู้ว่าเป็นต้นกันเกรา

 

ดอกกันเกรา

     จากต้นกันเกราเราชมกล้วยไม้ เฟิร์นชายผ้าสีดาที่อยู่ตามคบไม้สูงๆ  ที่ต้นไม้ผุต้นหนึ่งเราเห็นรังนกตระกูลโพระดกหรือไม่ก็นกหัวขวานสองรัง   เนื่องจากไม่มีสโคปที่จะใช้ดูนกที่เกาะต้นไม้สูงๆได้พี่กำพลจึงชวนลงไปเดินเทรลสั้นๆข้างๆถนนนั่นเอง