ไม่ทราบว่าบ้านเรามี Art Walk หรือไม่ หรือมีเพียงถนนคนเดินที่แรกเกิดก็ดูดี แต่จัดไม่กี่ทีคนก็เบาบางแล้วเงียบหาย

      บ่ายวันที่ 26 เมษายน ขณะที่ผมกำลังนั่งอยู่ห้องนั่งเล่นอ่านหนังสือพิมพ์ The Asian Pacific คอลัมภ์ "ป้ายนี้เบลฟลาวเวอร์" ได้ความว่า เขาได้รับอีเมล์บอกว่า จากการเก็บข้อมูลสถิติประชากรผู้ชาย 100 คน พบว่า เป็นเกย์  30 คน เป็นสามีของเกย์ 20 คน มีเมียแล้ว 20 คน อยู่ในคุก 10 คน มุ่งสู่นิพพาน (นักบวช) 5 คน หน้าตาอุบาทว์มากๆ 5 คน ไร้สมรรถภาพ (ทางเพศ) 5 คน เป็นเอดส์ 3 คน อยู่ในโรงพยาบาลบ้า 1 คน จากสถิติดังกล่าวผู้ชาย 100 คน เหลือที่ใช้การได้เพียง 1 คน

      ผมกำลังอ่านสนุก น้องสาวก็กลับจากทำงานมาถึงบ้าน แล้วชวนไป Ventura Pier ผมรีบวางหนังสือแล้วไปปลุกภรรยาที่นอนพักในห้อง และไปบอกลูกสาวที่นั่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ห้องพักชั้นล่าง เราทั้งสามคนรีบแต่งตัว หลังจากนั้นสามสิบนาทีพวกเราก็ออกจากบ้าน

    Ventura Pier บ่ายวันนั้นอากาศเย็น ท้องฟ้าโปร่ง ทางการได้สร้างสะพานยื่นออกไปในทะเล เพื่อให้เดินออกกำลังกาย มีหลายคนนั่งตกปลา ด้านล่างเป็นชายหาดยาวสุดสายตา ใกล้ๆ สะพานมีสนามเด็กเล่น ไกลออกไปมีวินเซริฟ และเรือใบ ประมาณสิบลำ

  บนสะพานนอกจากมีคนเดินเล่นและคนนั่งตกปลาแล้ว ยังมีนกนางนวลอีกหลายสิบตัว บินอวดโฉม ผมพยายามเข้าไปใกล้ๆ ให้ลูกสาวถ่ายภาพ แต่ความอยากมากไป จึงได้ภาพไม่สวย

 

       ลูกสาวลองถ่ายรูปกับนกบ้าง แต่ปรากฏว่าพนักงานถ่ายรูปไม่ดี ไม่ได้นกเลย หรือเป็นเพราะว่านกกลัวนางแบบ

        จนตะวันใกล้จะลับเหลี่ยมเขา น้องสาวก็พาเราไปกินข้าวเย็นร้านอาหารไทยร้านเดียวในแถบนั้นชื่อ "พริกไทย" วันนั้นคนเยอะมาก เป็นฝรั่งทั้งนั้น แต่เราก็โชคดีมีที่นั่งเหลือให้เราโต๊ะเดียวพอดี

        คุณเช็ง เจ้าของร้านที่หอบหิ้วภรรยาคนไทยด้วยกันมาตั้งร้านขายอาหาร ตั้งแต่ยังไม่มีลูก จนบัดนี้ลูกสาวอายุได้สิบสี่ขวบแล้ว คุณเช็งจัดร้านได้สวยมากและรักษาเอกลักษณ์ไทยไว้อย่างดี อาหารก็อร่อยมาก ทั้งต้ม ยำ ย่าง ทอด คุณเช็งบริการเป็นพิเศษ เข้าครัวไปทอดปลาที่คนตกปลา Ventura Pier นำมาขายให้พวกเรากิน และยังชวนผมไปตีกอล์ฟในวันว่างด้วย เสียดายเวลาน้อยไปหน่อย ต้องหาโอกาสในคราวหน้า

 

         เราแสดงความยินดีกับคุณเช็งที่มีลูกค้าคึกคัก จึงได้รู้ว่าวันนั้นเป็นวัน Art Walk คนเลยเยอะ ซึ่งปกติตอนเย็นในวันธรรมดาคนไม่มาก แต่ก็พออยู่ได้         

         หลังอาหารเราเดินดู Art Walk ซึ่งยาวไปตามถนนใน Downtown ประมาณ 1 กิโลเมตร เห็นจะได้

 

ฝรั่งก็ปั้นหม้อเหมือนกับเรา คือ ใช้เท้าถีบให้โต๊ะวางดินเหนียวหมุน

      Art Walk มีทั้งภาพวาด ประติมากรรม โบราณวัตถุก็มีหลากหลาย แต่ที่ผมชอบมากที่สุดเห็นจะเป็นดนตรี ผมยืนดูและถ่ายภาพหลายภาพ จนจบเพลง ซึ่งมีเสียงปรบมือดังยาวทีเดียว

 

     ผมไม่ได้อยู่ในแวดวงศิลปะ ไม่ทราบว่าบ้านเรามี Art Walk หรือไม่ หรือมีเพียงถนนคนเดินที่แรกเกิดก็ดูดี แต่จัดไปไม่กี่ทีคนก็เบาบางลง แล้วก็เงียบหาย