จากตะกั่วป่า : ตานดาเอ้


วันนี้เริ่มนับวันที่ 1 เหลืออีก 89 วัน หากนายอำเภอยังพิจารณาว่าจะอนุมัติหรือไม่ ไม่แล้วเสร็จก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของคดีปกครอง เนื่องจากเจ้าพนักงานปฏิบัติงานล่าช้าเกินสมควร

18 พฤษภาคม 2552

ผมคิดไว้แล้วเชียวว่าวันนี้จะไม่สามารถแจ้งการเกิดให้กับเด็กหญิงตานดาเอ้ได้สำเร็จ แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ

 

ที่สำคัญก็คือยังไม่รู้ว่าอีกนานเพียงใด ทางอำเภอตะกั่วป่าจะอนุมัติให้แจ้งการเกิดและออกสูติบัตรให้กับเด็กหญิงตานดาเอ้ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือวันนี้เริ่มนับวันที่ 1 เหลืออีก 89 วัน หากนายอำเภอยังพิจารณาว่าจะอนุมัติหรือไม่ ไม่แล้วเสร็จก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของคดีปกครอง เนื่องจากเจ้าพนักงานปฏิบัติงานล่าช้าเกินสมควร

 

ข้อเท็จจริงของเด็กหญิงตานดาเอ้ จะเห็นได้ว่าเมื่อคุณพิจารณาหนังสือรับรองการเกิด ท.ร.1/1 พร้อมผม บอกได้เลยว่า

 

1.เธอเกิดวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 ซึ่งการแจ้งเกิดครั้งนี้จึงเป็นการแจ้งการเกิดเกินกำหนด

 

2.เธอเกิดที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า โดยมีนางพรรณีเป็นผู้รับรองการเกิดให้ แต่เจ้าหน้าที่ของอำเภอตะกั่วป่า เกิดความสงสัยว่าเอกสารนี้จะเท็จ/ปลอม ขอส่งให้โรงพยาบาลตรวจสอบก่อน

 

3.ในเอกสารดังกล่าวระบุหมายเลข 13 หลักของพ่อแม่ลงไปในเอกสาร ตัวเลขหลักที่ 3-6 คือ 8501 นั้นหมายความว่าพ่อแม่ของเธอได้รับทำจัดทำทะเบียนประวัติที่ อ.เมือง จ.ระนอง แต่ชั่วระยะเวลาหนึ่งได้มาทำงานที่ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

 

ข้อเท็จจริงต่อมาที่คุณพิจารณาเอกสารพร้อมผม คือท.ร.38/1 ของพ่อแม่เด็กหญิงตานดาเอ้ ที่ผมนำไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่อ.ตะกั่วป่า

 

4.แม่ของตานดาเอ้มีเลขประจำตัว 2 หมายเลข คือเลขเดิม (บันทึกเพิ่มเติม) ,เลขใหม่ ซึ่งไม่ใช่หมายเลขที่ถูกระบุลงในท.ร.1/1 แต่ประเด็นนี้เจ้าหน้าที่ไม่โต้แย้งว่ามิใช่คนเดียวกัน ก็สรุปว่าคนเดียวกัน (เพราะถ้าสรุปออกมาว่าคนละคนกัน คงต้องมีการตรวจสอบถึงการออกท.ร.38/1 ครั้งนี้ว่าบันทึกเพิ่มเติมเกิดปัญหาตรงจุดไหน)

 

5.พ่อของตานดาเอ้ หมายเลขท.ร.38/1 ตรงกันไม่มีปัญหา

 

แล้วคุณก็มาดูที่บัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าวพร้อมผม

 

6.ทั้งพ่อและแม่ หมายเลขบัตรประจำตัวตรงกับท.ร.38/1 และบัตรยังไม่หมดอายุ ( ณ วันที่ 18/5/2552)

 

จากนั้นคุณก้มมองหนังสือมอบอำนาจ

 

7.ใช่แล้วครับ ผมเองเป็นผู้รับมอบอำนาจจากที่อยู่ปัจจุบัน และตามทะเบียนประวัติ ที่อ.เมือง จ.ระนอง มาแจ้งเกิดและรับสูติบัตรให้เด็กหญิงตานดาเอ้ ที่อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา และผมระบุลงไปอีกว่าให้มีอำนาจ ยื่นคำร้องอุทธรณ์ ด้วย

 

ปัญหาของเด็กหญิงตานดาเอ้มีดังนี้

1.ผมในฐานะผู้รับมอบอำนาจได้ให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ถึงการไม่แจ้งเกิดภายในกำหนดเรียบร้อยแล้ว แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องส่งเรื่องดังกล่าวไปที่อำเภอเมืองระนอง สอบปากคำพ่อแม่ของตานดาเอ้เพิ่มเติม และจะส่งท.ร.1/1ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลตะกั่วป่าว่าเด็กหญิงตานด้าเอ้เกิดที่นั้นหรือไม่

 

2.เจ้าหน้าที่ไม่อาจกำหนดเวลาให้ชัดเจนว่าจะสอบปากคำให้แล้วเสร็จเมื่อไร

 

3.เจ้าหน้าที่ไม่ยอมคัดถ่าย และรับรองสำเนาคำร้องที่ 198/2552 ว่าได้มีการรับคำร้องของผมไว้แล้ว ทั้งที่เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้อย่างชัดแจ้ง ผมเลยได้แต่ขอต้นฉบับท.ร.1/1 กลับมาเก็บเอาไว้ แล้วเอาฉบับสำเนาให้เจ้าหน้าที่แทน หากผมไม่ทำเช่นนั้นมีการกล่าวอ้างภายหลังว่าเจ้าหน้าที่ไม่เคยรับเอกสารใด ๆ จากผมเลย เป็นอันว่าผมลงโลง

 

ในการทำงานครั้งนี้ เกิดเหตุการณ์ที่ฝากเป็นข้อคิดได้ดังนี้

 

ระหว่างสอบปากคำจนท.ให้ผมพาพ่อแม่มาสอบปากคำถึงอ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ผมเลยต้องตอบไปว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ระบุแต่เพียงว่าคนต่างด้าวจะออกพื้นที่ได้ต้องมีการส่งต่อจากโรงพยาบาลในจังหวัดไปจังหวัดอื่น มีหมายเรียกจากศาล หรือหน่วยงานของกระทรวงแรงงาน หรือพนักงานสอบสวน กรณีนี้ไม่มี ดีที่เจ้าหน้าที่ยินดีรับฟัง ไม่ยืนกรานให้ผมพามา หากยืนกรานผมคงต้องขอหนังสือเรียกตัวจากเจ้าหน้าที่อ.ตะกั่วป่า

 

แต่นั้นแหละเป็นการสร้างภาระให้กับประชาชนเกินเหตุเพราะตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ.2535 ข้อ 57(3) บัญญัติว่า ให้สอบสวนผู้แจ้ง บิดา มารดา ให้ทราบสาเหตุที่ไม่แจ้งการเกิดภายในกำหนด กรณีบิดาหรือมารดาไม่อาจมาให้ถ้อยคำในการสอบสวนไม่ว่าจะด้วยกรณีใด ให้นายทะเบียนบันทึกถึงสาเหตุดังกล่าวด้วย

 

            หากพิจารณาจากระเบียบข้างต้นกฎหมายไม่ได้บังคับว่าจะต้องสอบปากคำพ่อแม่ การสอบปากคำจากผู้แจ้ง (ผู้รับมอบอำนาจ) เพียงคนเดียวก็น่าจะพอ เพราะการส่งไปสอบที่อ.เมือง จ.ระนอง ในกรณีนี้ก็ต้องสอบตามพยานเอกสารอยู่ดี และให้ผลออกมาตามเอกสารด้วย ซึ่งคุณก็เห็นพยานที่ผมแบบนกระดานอิเล็คทรอนิคส์นี้อยู่แล้ว ซึ่งผมก็ขอแจ้งเกิดตามเอกสารนั้น มิได้ขอแก้ไขเอกสารเลยหรือเจ้าหน้าที่สามารถสืบแก้ไขเอกสารให้เป็นอื่น กล้าหรือไม่

หมายเลขบันทึก: 262190เขียนเมื่อ 19 พฤษภาคม 2009 23:27 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:46 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (3)

ดีค่ะชาติชาย

เอาแต่ละกรณีมาสรุปอย่างนี้ดีค่ะ

เราจะเห็นวิธีปฏิบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า ขัดต่อกฎหมายได้อย่างชัดเจน

หาเวลาสรุปเรื่องของเด็กแต่ะละคนให้ชัดอย่างนี้

วันที่ ๖ มิถุนายน มาเสวนานะคะ

พี่ด๋าวคะ หาเวลาคุยกับชาติชายนะคะ ในโอกาสที่ชาติชายมานะคะ นัดคุยคนที่จะทำงาน BR กันดีไหมคะ กานต์ วีนัส อีกด้วยค่ะ จ๊อบไหม ระดมแรงสมองมาทำงานให้ได้อย่างเป็นจริง

ชาติชายคะ สู้ๆๆๆ นะคะ เราควรทราบสภาพปัญหาอย่างชัดเจนค่ะ แล้วเราจะหา "วิธีการ" ก้ปัญหาอย่างเป็นระบบได้ค่ะ

มีความคืบหน้าของกรณีนี้หรือไม่ครับ

ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี