ไปเข้าคุกตามนัดมาเรียบร้อยแล้วครับ ดีใจที่ไม่ติดคุกครับ เอาแค่ได้เข้าไปเท่านั้นเอง ขั้นตอนการเข้าไม่ยุ่งยากครับ แต่ที่รอช้านิดหนึ่งคือ การรออนุมัติให้เข้าไปครับ จะเข้าไปถึงที่บรรยายมีทั้งหมดสี่ประตูครับ ผมถูกปลดโทรศัพท์ในประตูที่สามครับ (ลืมปิดเครื่อง ซึ่งคิดว่า คนรับฝากคงรำคาญน่าดูครับเนื่องจากมีหลายสายโทรเข้ามา ฮิฮิ)

เรือน 4 ครับสำหรับนักโทษข้อหาความมั่นคงที่ซึ่งผมได้ไปบรรยายมา ซึ่งเมื่อผ่านประตูที่สาม สิ่งที่พบและถือว่าเป็นบรรยากาศของเรือนจำจริงก็เต็มตาครับ ฮาฮา สวยกว่าที่คิดไว้

ผิดคาดต่อมาคือ กลุ่มคนผู้ต้องโทษคดีความมั่นคงครับ ผมวาดภาพไว้ว่า น่าจะเป็นคนกลางคนถึงสูงอายุหน่อย ที่ไหนได้ ลองให้ยกมือถามอายุดูปรากฏว่า ยี่สิบถึงสามสิบครับ ไม่มีเกินจากนี้ มีการศึกษาตั้งแต่ ป. 6 จนถึงปริญญาตรี ซึ่งมากหน่อยก็ ป.ตรีและปวส.ครับ

ก่อนอื่นต้องขอบอกความรู้สึกก่อนนะครับว่า คำว่า "คดีความมั่นคง" ในความรู้สึกผมคิดว่า เป็นคดีที่มีศักดิ์ศรีสูงกว่าคดีอื่นๆ นะครับ เพราะนี่น่าจะเป็นความผิดอันเนื่องจากอุดมการณ์ที่แตกต่าง แสดงว่า คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่มีความคิด มีวิจารณญาณในระดับหนึ่งครับ เพียงแต่อาจจะไม่เหมือนกับคนส่วนใหญ่ หรือคาดเคลื่อนจากความถูกต้องเท่านั้นเอง

เห็นกลุ่มคนที่ฟังผมเป็นอย่างนี้แล้ว ผมอยากเปลี่ยนจากการบรรยายเป็นการทำกิจกรรมครับ แต่พอดูบางคนติดตรวนด้วย เลยเปลี่ยนใจเอาให้นั่งฟัง นั่นคุยกันธรรมดาดีกว่า

ปัญหาต่อมาของผมคือ คุยยังงัยดี คุยยังงัยให้เอาตัวรอดได้ด้วยความจริง ซึ่งผมใช้เวลาตลอดคืนวาน เพื่อการเตรียมพาวเวอร์พอยท์ครับ แต่ก็ไม่เสร็จ คิดไม่ออกว่าจะคุยประเด็นไหนดี เพราะผมมั่นใจว่า คนกลุ่มนี้ได้รับการปลูกฝั่งความคิดมาในระดับที่สามารถปฏิบัติงานได้แล้ว การไปคุยเพียงสองชั่วโมงคงไม่สามารถเปลี่ยนความคิดเขาได้แน่ แถมบางทีมันอาจย้อนกลับมายังผมได้ด้วย (อาอูซูบิลลาห์)

เมื่อคืน สิ่งที่ทำได้คือ รวบรวมภาพสงครามต่างๆ คนเจ็บจากสงคราม ภาพครอบครัว และรวบรวมอัลกุรอานที่เกี่ยวข้องกับการตักเตือนกัน สันติวิธีในอิสลาม

ตื่นเช้ามาคิดออกครับว่าจะคุยยังงัยดี ผมค้นอัลกุรอานที่เกี่ยวกับสงครามในอิสลามครับ และเมื่อผมต้องบรรยาย ผมจึงเริ่มเรื่องจากความแตกต่างกันจากจุดเล็กๆ ครับ คือในบ้าน ถามว่า คนที่เป็นพี่น้องกันเหมือนกันหรือเปล่า คำตอบคือไม่เหมือนกัน ขนาดแฝดก็ยังคิดและชอบไม่เหมือนกันเลยครับ และคำถามแรกของผมคือ คนในครอบครัวเดียวกันมีความขัดแย้งหรือเปล่า คำตอบคือ มีแน่นอนครับ บางครอบครัวฆ่ากันตายก็มี

มองไปในสังคม ทั้งในชุมชน หรือแม้กระทั่งในระดับประเทศ ก็มีความขัดแย้งกันครับ บอสเนีย ตีมอร์ เชชเนีย สารพัดที่มีความขัดแย้งกัน แล้วก็สภาพปัจจุบันเป็นอย่างไร

คำถามต่อมาคือ ในมุมมองของอิสลาม เมื่อมีความขัดแย้งจัดการอย่างไรได้บ้าง แน่นอนครับผมต้องเสนอให้ได้ครอบคลุมที่สุด ซึ่งภาพรวมที่แสดงออกมาคือ ด้วยสันติวิธีและด้วยสงคราม

ในอัลกุรอานได้เล่าถึงการแก้ไขความขัดแย้ง ความแตกต่างด้วยความรุนแรงไว้หลายเหตุการณ์ครับ ผมเล่าให้ฟังว่า การแก้ไขความขัดแย้งด้วยความรุนแรง เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ดั่งเดิมที่สุด เหตุผลเพราะ เรื่องเล่าเกี่ยวกับลูกของนาบีอาดัมสองคน ซึ่งจบลงด้วยการฆ่ากัน

และหากดูวิธีที่อิสลามสนับสนุนให้ใช้เป็นขั้นต้นคือ กระบวนการที่เราเรียกว่า สันติวิธี ซึ่งผมยกตัวอย่างวิธีที่ท่านรอซูล (ซ.ล) ใช้ครับ ตัวอย่างของสนธิสัญญาฮูดัยบียะห์ และการเปิดเมืองมักกะห์เป็นตัวอย่างชั้นเลิศครับ

คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นในการบรรยายคือ ในรัฐอิสลาม รัฐใดที่ห้ามคนต่างศาสนาอยู่อาศัย คำตอบคือ มีเพียงสองเมืองเท่านั้นครับคือ มักกะห์และมาดีนะห์ ที่เหลือเป็นพื้นแผ่นดินที่มุสลิมต้องใช้ร่วมกัน แล้วก็ยกคำพูดของโต๊ะครูนิอาซีส มุขมนตรีรัฐกลันตันที่กล่าวว่า มีหะดีษบทหนึ่งระบุว่า หากกลุ่มชนต่างศาสนาที่อยู่ภายใต้การปกครองของมุสลิมถูกรุกราน จำเป็นที่มุสลิมจะต้องให้การปกป้อง เพราะการทำร้ายต่างศาสนากลุ่มนั่นเท่ากับการทำร้ายมุสลิมด้วย

ผมหยิบยกภารกิจของมุสลิมในการดะวะห์ (เผยแพร่ศาสนา) มาคุยครับ แล้วก็ยกตัวอย่างโต๊ะครูนิอาซีส ที่ทำให้คนใต้ปกครองของท่านไม่ว่าจะศาสนาใดพึงพอใจและรักอิสลาม รักกฏหมายอิสลาม แค่เพียงว่า พวกเขาไม่เข้ารับอิสลามเท่านั้นเอง ซึ่งเรื่องเข้าอิสลามเป็นเรื่องของฮีดายะห์จากอัลลอฮ์ ไม่ใช่หน้าที่ของเรา

ผมตั้งคำถามไปว่า ในที่นั่งฟังอยู่มีใครมีเพื่อนต่างศาสนาบ้าง มีคนตอบว่า มี แต่ตอนอยู่ประถม มัธยมก็ไม่มีแล้วครับ เพราะอยู่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม คำถามนี้เพื่อนำไปสู่ว่า นอกจากเราจะต้องเข้าใจเราเอง ศาสนาของเราเองให้ดีแล้ว การเข้าใจศาสนาอื่นบางทีก็จำเป็นครับ ผมยกตัวอย่างจากการที่ผมได้ไปจัดเรื่องพหุวัฒนธรรมให้กับกระทรวงยุติธรรมคราวก่อน ประเด็นการที่มุสลิมไม่ร่วมทานข้าวเนื่องจากเขามีหมูในจาน พุทธตั้งคำถามกับผมว่า ทำไมมุสลิมรังเกียจเขาขนาดนั่น จากนั่นผมก็ยกตัวอย่างพระอดฉันเพลอันเนื่องจากมีเพื่อนเป็นมุสลิมครับ ฮา ก็มุสลิมไม่รู้ว่า ต้องมีการถวายเพลก่อน พระจึงจะฉันได้