เมื่อพิจารณาปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ ประชาชนอย่างเราท่านคาดหวังอะไรกับ ปชป ได้จริงหรือ ทั้งอ่อนแอ อ่อนหัด และกว่าจะจัดการกับปัญหาในหลายเรื่องเข้าตำรากว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ เราคงต้องติดตาม ตรวจสอบเพราะระยะหลังๆมีท่าทีที่ไม่น่าไว้วางใจ อาทิ การออก พรก กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ท่าทีในการรื้อรัฐธรรมนูญ การนิรโทษกรรม(นักการเมืองที่ถูกยุติบทบาท และอาจคืบตลานไปสู่การนิรโทษกรรมนักโทษชายหนีคดีอาญา) การออกมานำเสนอบ่อยครั้งเรื่องยุบสภาฯการเมืองไทยวันนี้ไม่นิ่งเลย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ การผลักภาระเรื่องภาษีน้ำมันที่ราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ข้างยากน้ำมันแพงกระทบประชาชนทุกระดับรวมไปถึงราคาสินค้าและบริการ รัฐบาลน่าจะมีทางออกกับบ้านเมืองที่ดีกว่านี้ในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องปากเรื่องท้องของประชาชน การผลักดัน ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนด้วยเกษตรปราณีต หรือการเร่งฟื้นฟู กอบกู้ภูมิปัญญาชาวบ้านแก้ปัญหาความยากจนด้วยการเกษตรที่พึ่งตนเองบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงก็น่าเป็นทางออกทางหนึ่งที่รัฐน่าจะเร่งทำ การปลดล๊อกเรื่องที่ดินทำกินของเกษตรกรที่ ธกสยึดก็เป็นที่ทางที่น่าเร่งทำ จะทำอย่างไรกับเรื่องเศรษฐกิจที่นับวันจะแย่ลงแย่ลง การแก้ปัญหาของ ปชป หลายยุคหลายสมัยไม่พ้นเงินกู้ หากจำได้ครั้งหนึ่งไปกู้ IMFและออกกฎหมายขายชาติขายบ้านเมือง 11 ฉบับ ไปสร้างเงื่อินไขแปรรูปมหาวิทยาลัยจนส่งผลให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยหลายแห่งกระหายอำนาจและผลักดันมหา,ลัยออกนอกระบบสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้

 หากเราพิจารณาการเข้ามาดำเนินการทางการเมืองของ ปชป และพรรคร่วมรัฐบาลจะพบว่าการเมืองปัจจุบัน อนาคตสังคมไทยน่าเป็นห่วง เพราะความอ่อนแอในการบริหารจัดการบ้านเมือง ของ ปชป ที่ถูกฉุดรั้งโดยผลประโยชน์ทั้งของพวกตนเองและพรรคร่วม ส่งผลให้ประชาชนอย่างเราท่าน คาดหวังความสดใสของบ้านเมืองไทยวันนี้แทบไม่ได้เลยไม่ว่าจะเป็นท่าทีการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เอื้อต่อการปลดปล่อยพรรคการเมืองน้ำเน่าและผู้ที่ถูกยุติบทบาทชั่วคราว รวมไปถึงความพยายามหาทางนิรโทษกรรม อาจไปถึงนิรโทษกรรมนายใหญ่(จอมโกง ขายชาติและจอมจาบจ้วงเบื้องสูง) การยุบสภาฯเพื่อแสดงบทบาทสุภาพบุรุษประชาธิปไตยทั้งๆที่ยังไม่ได้แก้ปัญหาอะไรให้กับสังคม ให้กับบ้านเมือง และทั้งๆที่รู้ว่าเมื่อยุบสภาแล้วการเมืองข้างหน้าพวกไหนจะเข้ามา  หากมองไกลความวุ่นวายที่อาจจะร้ายแรงกว่าจะหวลกลับมาสู่สังคมไทยใหม่ ต้องไม่ลืมพรรคที่ซื้อเสียงก็ยังซื้ออีกเหมือนเดิม ประชาชนโดยเฉพาะคนอีสานก็จะยังคงขายเสียงอยู่อย่างหนาแน่นเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง สังคมไทยวนเวียนอยู่กับการทางทางออกของรัฐบาลด้วยการกู้เงิน มากกว่าการจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศ การเร่งรัดจัดการปัญหาคอร์รัปชั่น การจัดการกับ ปตท การไม่ขายรัฐวิสาหกิจ(นี่ขนาดบทเรียนอาเจนติน่ามีให้รู้ให้เห็น) ไอ้พวกนักเรียนจบอังกฤษ จบอเมริกายังจะพยายามเดินตามรอยอาเจนติน่าอีก สลดใจเป็นที่สุด การจัดการเรื่องที่ดินทำกิน การจัดการเงินที่นักโทษชายทุจริตคอร์รัปชั่นที่อังกฤษอายัตไว้ที่สวิสเซอแลด์อายัตไว้และที่ประเทศไทยอายัตไว้ น่าจะเป็นอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้เพราะการกู้เงิน 4 หมื่นล้านครั้งนี้ผลักภาระให้ประชาชนและรัฐต้องโปร่งใสว่ากู้มาแล้วไปทำสัญญาผูกผันอะไรกับเจ้าของเงินหรือเปล่า ปชป ไม่ค่อยโปร่งใสเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นจะเจอกฏหมายขายชาติขายบ้านขายเมืองอีก  หากประชาชนคาดหวัง ปชป มากเกินไปจะผิดหวัง ที่สำคัญคือต้องกระตุ้น เรียกร้อง จี้ให้แก้ปัญหาบ้านเมืองให้มากโดยเฉพาะปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชน อย่าให้ ปชป วุ่นอยู่กับความขัดแย้งเรื่องเสื้อแดงจนไม่ทำอะไรแก้ปัญหาให้บ้านให้เมืองในทิศทางที่มันควรจะเป็น