การขับเคลื่อนเครือข่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอเมืองขอนแก่น

วันนี้มีงานใหม่เข้ามาอีกแล้วค่ะ เมื่อเช้าหลังรับเวรพูดคุยกับลูกน้องเสร็จ ได้รับโทรศัพท์แจ้ง ให้ไปสำรวจวิเคราะห์จุดเสี่ยงงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครขอนแก่น เวลา 09.30 น. ที่เทศบาลนครขอนแก่น รับเป็นเจ้าภาพจัดงานค่ะ ครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 2 ค่ะ หลังจากครั้งแรกจัดเมื่อปลายปีที่แล้วค่ะ  

การประชุมครั้งนี้เป็นการฟอร์มทีมจากอบต เทศบาลในเขตอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น และฝ่ายสาธารณสุข มีผู้แทนจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ (ผู้เขียนเป็นผู้แทน) และ โรงพยาบาลราชพฤกษ์ ร่วมเป็นคณะทำงาน  ที่ประชุมมีท่าน นายสุภัฐวิทย์ ธารชัย รองปลัดเทศบาลนครขอนแก่น ปฏิบัติราชการแทนนายกเทศมนตรี ท่านได้สื่อสารนโยบาย/แผนงาน/โครงการปี 2552 ด้านความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตเมืองและท้องถิ่น ความจำเป็นต้องพัฒนาการทำงานแบบแนวราบต้องเป็นเครือข่าย และยกตัวอย่างสาธารณภัย กรณีไฟไหม้ น้ำท่วม  พายุหมุน พายุไซโคลน ทสึนามิ และอุบัติเหตุจราจร โดยต้องการทราบสภาพปัจจุบันของแต่ละท้องถิ่นเกี่ยวกับโครงสร้างระบบงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บุคลากร  ทรัพยกรการบริหารต่างๆ รวมถึง ระบบสื่อสาร แหล่งน้ำ อุปกรณ์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยต่าง ๆ   

ต่อมาผู้แทนป้องกันภัยนครขอนแก่น นำเสนอความก้าวหน้าการดำเนินงานของป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของอำเภอเมืองขอนแก่นต่อที่ประชุม  ซึ่งจบด้วยได้รับรางวัล "งานเทศกาลที่มีการบังคับใช้ พรบ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์" จาก สสส เครือข่ายองค์กรงดเหล้า และกระทรวงสาธารณสุข   http://www.kkmuni.go.th/  นอกจากองค์กรได้รับรางวัลแล้ว  ตัวบุคคลก็ได้รับรางวัลเช่นกัน ซึ่งโจกข่าวของเทศบาลนครขอนแก่น " นายสุภัฐวิทย์    ธารชัย  รองปลัดเทศบาลนครขอนแก่น  เปิดเผยว่า   เทศบาลนครขอนแก่น  มีสถานีดับเพลิงจำนวน  4 ศูนย์   มีศูนย์ฝึก อปพร. จำนวน 1 ศูนย์  และมีจำนวน อปพร. ทั้งหมด 2,476 คน   จากความทุ่มเท  เสียสละ และความมุ่งมั่นของการปฎิบัติงานของ อพปร.นครขอนแก่น  ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้สบอุทกภัย วาตภัย  อัคคีภัย  อีกทั้งยังมีส่วนร่วมในการรณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลปีใหม่  เทศกาลสงกราต์ ตลอดจนการเฝ้าระวัง ตรวจตรา รักษาความปลอดภัยในชุมชน  ตลอด 24 ชั่วโมง  ทำให้ในปี พ.ศ. 2552 เทศบาลนครขอนแก่นได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติระดับประเทศ 2 รางวัล  คือ รางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ศูนย์อาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือนดีเด่น และรับมอบเข็มทิศชูเกียรติ พร้อมกับประกาศเกียรติคุณแก่ นายสรศักดิ์  เสริมปรุงสุข  สมาชิกอาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือนดีเด่น จากนายบุญจง  วงศ์ไตรรัตน์   รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย    ณ  ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร  (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง  กรุงเทพฯ  เมื่อวันที่  22 มีนาคม  ที่ผ่านมา"     http://www.kkmuni.go.th/promot/3-52/23-52/index.html

จากนั้น ประธานที่ประชุมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นต่อกิจกรรม/โครงการพัฒนาเครือข่าย และความต้องการพัฒนาระบบงานการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของแต่ละท้องถิ่น ....และจะออกไปเยี่ยมสำรวจเทศบาล อบต เมืองเก่า ในช่วงบ่าย  ดูเหมือนจะก้าวไม่ทันกันกระมังคะ ผู้เข้าประชุมบางท่านยังงง ๆ อยู่ เพราะว่าพึ่งจะมาประชุมครั้งแรก และที่สำคัญผู้มาประชุมไม่ใช่ผู้บริหารของท้องถิ่น ได้รับคำสั่งด่วนจึงมาประชุมแทน  บางแห่งจึงยังไม่พร้อมรับการตรวจเยี่ยม แต่ก็ได้แสดงความคิดเห็นชื่นชมและเห็นด้วยกับโครงการพัฒนาเครือข่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอเมืองในครั้งนี้  และต้องการพัฒนาให้ท้องถิ่นของตนเองมีศักยภาพด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และต้องการให้ผู้นำท้องถิ่นในเขตอำเภอเมืองครบทุกเทศบาลรับทราบนโยบายและเป็นคณะทำงานเครือข่ายป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเข้าประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบดังกล่าวให้มีขึ้นและอยากให้มีการดำเนินการอย่างยั่งยืนต่อไป 

ในส่วนของผู้เขียนให้ข้อมูลกับที่ประชุมดังนี้

  1. การมีส่วนร่วม  ควรเชิญฝ่ายรักษาความปลอดภัยมหาวิทยาลัยขอนแก่นมาร่วมเป็นคณะทำงานด้วย 

  2. แหล่งน้ำ ได้บอกเพิ่มที่  หนองแวง บึงสีฐาน สระน้ำคณะเกษตรศาสตร์ สระพลาสติก สะพานขาว มหาวิทยาลัยขอนแก่น

  3. การเตรียมความพร้อมของชุมชน  เสนอว่าทุกหน่วยงานควรมีการจัดทำแผนรองรับสาธารณภัย และจัดซ้อมแผน และที่สำคัญควรมีระบบการเตือนประชาชนและเคลื่อนย้ายประชาชนไปจุดปลอดภัยก่อนเกิดสาธารณภัย หรืออาจเฝ้าระวังโดยติดตามระบบการเตือนภัยจากสื่อต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ตของกรมอุตุนิยมวิทยา

        นอกจากนี้ผู้เขียนยังยกตัวอย่างการพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถิ่นให้ที่ประชุมทราบ และให้กำลังใจผู้แทนที่ร่วมประชุมผู้บริหาร และกล่าวว่า การดำเนินงานของเครือข่ายทุกคนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ของเพียงเรามีความจริงใจต่อการแก้ไขปัญหาและยึดความผาสุข ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เราทำงานกันในแนวราบ คล้ายจิตอาสาอยากช่วยเหลืออยากแก้ไขปรับปรุงระบบงาน  การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้เราได้มีส่วนร่วมกำหนดแผนยุทธศาสตร์ดำเนินการ ทำให้ทราบแนวทางการพัฒนาจากท้องถิ่นอื่นเพื่อนำไปต่อยอดขยายผลในพื้นที่รับผิดชอบของเราเอง  แต่ที่สำคัญเมื่อเรามาประชุมและทำงานร่วมกันแล้ว ต้องกลับไปรายงานและนำเสนอมติผลการประชุมต่อผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อรับทราบและขอรับการสนับสนุนให้การดำเนินงานขับเคลื่อนไปได้ การเยี่ยมตรวจจากบุคคลภายนอกก็มีส่วนกระตุ้นระบบ ควรปรับแผนการเยี่ยมตรวจ กำหนดแนวทางการตรวจเยี่ยมให้เป็นระบบ และควรแนบกำหนดการ แจ้งให้หน่วยรับเยี่ยมตรวจทราบเพื่อเตรียมตัว ทบทวนวิเคราะห์ตนเองและเตรียมพื้นที่สำหรับเยี่ยมตรวจ   กำหนดสิ่งที่จะไปดู เช่น  โครงสร้างการบริหาร การสื่อสารสั่งการ บุคลากร  แหล่งน้ำ  อุปกรณ์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ช่องทางเข้า-ออก  และการสำรวจจุดเสี่ยงต่อสาธารณภัยของแต่ละท้องถิ่น  พูดเยอะไปหรือเปล่าคะ  แต่พี่ ๆ ที่ประชุมก็เห้นด้วยนะคะ  

ดังนั้นที่ประชุมจึงได้ออกแบบระบบการทำงานของคณะทำงาน  มอบหมายงานและวางแผนออกเยี่ยมตรวจกระตุ้นระบบกันอีกครั้ง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการป้องกันบรรเทาสาธารณภัยกันต่อไป  ได้มอบหมายฝ่ายเลขาไปปรับแผนการออกเยียมตรวจใหม่ และกำหนดให้นายอำเภอเป็นเจ้าภาพหลักเชิญชวนผู้นำท้องถิ่นเข้ามาเป็นคณะทำงาน 

จบการประชุม 13.30 น. ปิดท้ายด้วยการเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันที่เจ้าภาพเลี้ยงคณะทำงานผู้เข้าประชุมที่สวนอาหารบัวหลวง กลางบึงแก่นนคร  จนอิ่มแปร้เลยค่ะ  เสร็จสรรพกลับถึงหน่วยงาน 15.30 น. ค่ะ

รอติดตามผลงานของคณะทำงานชุดนี้กันนะคะ  กับ

คำขวัญ กรม ปภ. " ป้องกันภัยเชิงรุก บรรเทาทุกข์เมื่อเกิดภัย ฟื้นฟูและกู้ภัย คือหัวใจกรม ปภ."

จบรายงานค่ะ

กัญญา