โครงการสร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

พอลล่า กับอ.ดร.นพ.โกมาตร ค่ะ

วันนี้ เป็นวันแรกที่กิจกรรมของโครงการสร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ได้เริ่มต้นขึ้น ที่รร.หลุยส์แทเวิร์น กรุงเทพ เป็นการประชุมครั้งแรกที่ผอ.รพ.และที่ปรึกษาได้มาประชุมร่วมกัน คิดร่วมกันเพื่อให้เกิดนวตกรรมของการพัฒนาคุณภาพค่ะ รพ.60 แห่ง ที่ปรึกษา ผู้เยี่ยมสำรวจ วิทยากร รวมทั้งสิ้นประมาณ 140 คนค่ะ

อ.ผ่องพรรณ ภก.ปรมินทร์

อ.สงกรานต์ อ.จักษณา

เริ่มต้นจากท่านผอ.สถาบันฯ(นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล)ท่านผู้เยี่ยมสำรวจอาวุโส No.001 (นพ.ปัญญา สอนคม)และท่านรองผอ. สถาบันฯ (หนึ่งในนั้นคือแม่ต้อย ค่ะ)ได้มาพูดคุยถึงโครงการและความฝัน ความคาดหวังต่อโครงการนี้ แต่และท่านพูดได้ประทับใจมากค่ะ

คณะผู้บริหารสถาบันฯ

ท่านผอ. นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล กล่าวว่า...พรพ. ต้องการเชื่อมโยงแนวทางต่างๆเข้าด้วยกัน อาศัยประสบการณ์ของแต่ละคน มาช่วยให้เกิดความฝัน และผลงานที่มีพลัง ช่วยกันวางระบบการพัฒนาคุณภาพสร้างเสริมสุขภาพที่สามารถนำเสนอเป็น Model ให้กับประเทศต่างๆได้  เป็นการสร้างศักดิ์ศรีให้แก่ประเทศ

นพ.กิตตินันท์ อนรรฆมณี รองผอ.ด้านประเมินและมาตรฐาน

วันนี้เป็นการพบปะกันของคนดีๆ เพื่อให้เกิดบรรยายกาศการพูดคุยในมุมที่ต่างกัน ทั้งการรักษาและทางสังคม เป็นการปูพื้นฐานของการพัฒนาคุณภาพ ซึ่งอ.นพ.ประเวศ วะสีได้กล่าวว่าภาคสุขภาพเป็นส่วนที่เข้มแข็ง ที่อาจจะช่วยพัฒนาประเทศชาติต่อไป

ท่านอ.นพ.ปัญญา สอนคม ผู้เยี่ยมสำรวจอาวุโส และคณะกรรมการอำนวยการโครงการฯ ได้ให้ข้อคิด ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์สำหรับการดำเนินโครงการไว้อย่างน่าประทับใจ ดังนี้ค่ะ

ท่าน อ.นพ.ปัญญา สอนคม

 

อาจารย์ประทับใจภาพที่ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาล มาประชุมร่วมกับที่ปรึกษาถือเป็นการเริ่มต้นศักราชใหม่ที่ดี รู้สึกสะดุดใจในชื่อโครงการตรงคำว่า ผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน จึงลองเปรียบเทียบกรอบแนวคิด กระบวนการพัฒนาคุณภาพตั้งแต่แรกคือ 3 C PDSA ซึ่งพวกเราได้เชื่อมั่นว่าถ้าวงจรนี้หมุนจะเกิดการพัฒนาต่อเนื่อง แต่สถานการณ์จริงรพ.ที่ผ่านการรับรองจะหยุดพักจนทำให้กระบวนการพัฒนาหยุดชะงัก จนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องต่ออายุการรับรอง หรือเฝ้าระวัง ก็จะมาเริ่มต้นใหม่ โดยคนใหม่ๆในเวลาสั้นๆไม่เกิน 3 เดือนก่อนพรพ.เข้าเยี่ยม ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่าการพัฒนาคุณภาพถ้าระบบดี ก็น่าจะดี แต่จริงๆแล้วคนนั้นมีอิทธิพล ในการพัฒนาซึ่งเป็นการทำด้วยจิตวิญญาณจริงๆ

ท่าน ผอ.รพ.ค่ะ

การนำการบริการด้วยหัวใจ(Humanized healthcare)และแผนที่ผลลัพธ์มาใช้เสริมจุดอ่อน โดยมุ่งความสนใจไปที่พฤติกรรมของคน ความสัมพันธ์ของคน การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของคนนั้นเป็นกุญแจสำคัญของความยั่งยืน ซึ่งเป็นการยกระดับแนวคิดของการพัฒนาคุณภาพ เป็นการแก้ไขปรับปรุงที่ลึกไปถึงจิตวิญญาณของผู้คนที่เกี่ยวข้อง หากสามารถทำได้จะนำไปสู่จิตวิวัฒน์

นอกจากนี้อาจารย์ยังกล่าวถึงความท้าทายที่อาจจะต้องเผชิญในการทำงานี้ได้แก่

1) การ Empowerment การสร้างแรงจูงใจให้รพ.ในการพัฒนารวมถึงการ Empower ที่ปรึกษา ควรมียุทธศาสตร์ในการสร้างแรงบันดาลใจ

2) การบันทึกเวชระเบียนให้เห็นถึงจิตวิญญาณ หัวใจของการบริการมากกว่าการบันทึกแบบเดิมที่เป็น science ต้องเป็นเหตุเป็นผล มีข้อมูลสนับสนุน

วาทะของอาจารย์ทุกท่าน ล้วนสร้างแรงบันดาลใจให้กับผอ.รพ.และที่ปรึกษาในห้องประชุมได้เป็นอย่างดี อาจารย์ส่งต่ออารมณ์ให้กับวิทยากรต่อไป ท่าน นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ได้เป็นอย่างดีค่ะ อาจารย์บอกว่างานเข้าๆ ค่ะ ขอเล่าต่อไปบันทึกหน้านะคะ