Darjeeling เมืองสวยบยอดเขาสูง

6 -7 พค.52  

รถไฟขบวนที่คณะเรานั่ง ถึงสถานีปลายทาง ที่สถานีรถไฟ NJP เวลาประมาณ 6.00. จากนั้นก็เหมารถ Zumo (เป็นรถยนต์คันใหญ่ลักษณะคล้าย Misu Parjero) เพื่อไปส่งครอบครัวที่มาส่งลูกมาเรียนต่อที่เมืองDarjeeling ด้วยค่าจ้าง 1000 รูปี (1 บาท =1.30 รูปี) ระหว่างทางเนื่องจากพระอาจารย์ท่านจัดรายการวิทยุ  เพื่อสอนธรรมมะ แก่ประชาชนด้วย วันนี้นอกจากท่านจัดรายการแล้ววันนี้ท่านยังเมตตาให้คณะเราทุกคน กล่าวทักทายคนไทยและกล่าวถึงความรู้สึกที่ได้มาอินเดีย และจะได้เดินทางไปเมืองDarjeeling ด้วย ระหว่างเนื่องจากเมืองที่เราจะเดินทางไปอยู่บนเขาสูง เมืองDarjeeling สูงจากระดับนำทะเล  2,134 เมตร  Darjeelingเป็นแหล่งผลิตชาที่มีคุณภาพดีแห่งหนึ่งของโลก เมืองดาร์จีลิ่ง ในอดีตเป็นเมืองพักตากอากาศบนภูเขาของชาวอังกฤษในสมัยที่อังกฤษปกครองอินเดียและที่นี่ยังได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งภูเขา  (ที่มา: http://www.abroad-tour.com/india/dajeeling/index.html )  ทางที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้เขียนภาวนาอยู่ในใจว่าขอให้การเดินทางของคณะเราปลอดภัย และก็คิดว่าทุกคงก็คงคิดเหมือนเ รา ถนนก็ค่อนข้างแคบไหล่ทางก็ไม่มีรั้วคอยกันไว้เลย ผ่านหมู่บ้านระหว่างทางจะเป็นหมู่บ้านที่เป็นชนกลุ่มน้อยหน้าตาคล้ายชาวเนปาล และวางสินค้าไว้ข้างทางไว้ขายคือ หัวผักกาด หัวแครอท กล่ำดอก มะเขือเทศ อวบงามวางเรียงรายเป็นระยะ เมื่อรถไต่เขาสูงขึ้นอีก อากาศเริ่มเย็นมากขึ้น จากพื้นราบอากาศร้อน39-42C ลดมาเป็น ประมาณ 15-16C กำลังเย็นสบายมาก และมีหมอกปกคลุมทางเดินและพื้นที่รอบๆ เต็ม ทำให้การเดินทางล่าช่าเพราะแทบมองไม่เห็นทาง คณะเราเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง เมืองDarjeeling ประมาณ 12.00. พระอาจารย์สุเทพ และคุณกล้วยทำหน้าที่เป็นไกด์อย่างดี เมืองนี้มีชื่อเสียงในด้านชาอร่อย ผู้คนหน้าตาดี ผิวพรรณดี อากาศเย็นสบาย บ้านเมือง ดอกไม้ สวยงามและอากาศเย็นสบายในหน้าร้อน แต่หน้าหนาวจะหนาวมาก อุณหภูมิติดลบ ในตัวเมืองเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว มากมาย สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้า ส่วนใหญ่จะขายผ้าพันคอ ร่มที่นี่ผู้คนจะพกร่มติดตัวเพราะฝนตกบ่อยมาก และโรงแรมไว้รองรับนักท่องเที่ยวเยอะมาก โรงแรมที่คณะเราไปพักชื่อ Tourist Berevue Hotel (ไปถามพนักงานโรงแรม Berevue =belief )ยู่ตรงหน้าลาน ที่เรียกว่า เชารัสสะ ซึ่งเป็นจตุรัส เป็นศูนย์รวมที่ผู้คนมาพบปะทักทายกัน มีม้าให้นักท่องเที่ยวขี่เล่น (คณะของเรา ดร.ชำนาญก็ใช้บริการโดย แต่งตัวซะเท่ ราวกับมหาราชาพลัดถิ่น ผู้คนเดินผ่านไปมาต่างก็หันมามอง ยิ้มๆ บางคนก็ขอถ่ายรูปด้วย) พวกเราพักอยูชั้น 3 สามารถมองเห็นลานเชารัสสะ และผู้คนได้อย่างชัดเจนรวมทั้งสามาถมองเห็นยอดเขา เอฟเวอเรสต์ที่ปกคลุมด้วยภูเขาน้ำแข็ง ที่อยู่ไกลลิบ ได้ในช่วงเช้าที่อากาศโล่ง หลังเข้าห้องพักแล้ว คณะเราก็เดินชมบรรยากาศเมืองและไปรับประทานอาหารเที่ยง โชคดีที่คุณกล้วยที่ทำงานกับพระอาจารย์ มีรุ่นน้องที่มาเรียนต่อที่เมืองนี้ก็เลยรู้แหล่งพาไปรับประทานอาหารที่ร้าน The Park ซึ่งร้านนี้มีน้องนักศึกษาไทยทำงานอยู่ที่นี่ด้วยและกุ๊กก็ได้รับการฝึกฝนจากกุ๊กไทยจึงทำอาหารไทยออกมารสชาดดี สะอาด และมีผู้คนมารับประทานสม่ำเสมอ จากนั้นก็เดินชมร้านค้าสองข้างทาง และกลับมาพักผ่อน ประมาณ ถ15.00นก็นั่งรถไปดูโรงเรียน ที่มาส่งน้อง2 คน มาเรียน (ซึ่งที่โรงเรียนนี้มีเด็กนักเรียนไทยมาเรียนไม่น้อย  เพราะค่าเล่าเรียนถูกกว่าทางยุโรป และการเดินทางก็ไม่ไกลลมากนัก) และสวนหย่อมโรงเรียนก็ปลูกดอกไม้สีสัน สดใส สวยงามยิ่งนัก ขากลับรถมาส่งได้ครึ่งทางจากนั้นก็เดินชมเมืองต่อ ที่เมืองนี้ อาคารบ้านเรือนคล้ายทางยุโรปทั้งนี้เพราะเคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษนั่นเอง ถึงแม้อาการบ้านบ้านเรือนจะเก่าๆ แต่หน้าบ้านและข้างทางก็ปลูกด้วยดอกไม้เมืองหนาวสีสันสดใสสวยงามมาก มื้อเย็น คณะเราฝากท้องไว้ที่ร้านเดิม หลังจากนั้นก็เดินชมบรรยากาศข้างทาง ร้านค้า และผู้คน นักท่องเที่ยวมากมาย  บรรยากาศดีมาก  พวกเรากลับมาที่พักประมาณ 3 ทุ่มกว่า 4 ทุ่มกว่า ผู้เขียนก็เข้านอน และหลับอย่างสบาย ตื่นเช้าขึ้นมาพระอาจารย์เรียกให้มาชม วิว ยอดเขา เอฟเวอเรสต์ที่ปกคลุมด้วยภูเขาน้ำแข็ง ที่อยู่ไกลลิบ และพาคณะเราเดินรอบเนินเขาเล็กๆ ที่มีถนนล้อมรอบที่มีผู้คนวิ่ง เดินออกกำลังกายกันเต็ม ไปหยุดอยู่จุดหนึ่งที่สามารถมองเห็นยอดเขา เอฟเวอเรสต์ที่ปกคลุมด้วยภูเขาน้ำแข็ง ที่อยู่ไกลลิบ ได้ชัดเจนที่สุด จากนั้นก็เดินสลับวิ่งกลับมาที่ลานเชารัสสะ และดื่มกาลัมจาย (ชาใส่นมสด) ซึ่งก็อร่อยดี สายๆ หน่อยก็รับประทานอาหารเช้าด้วย  จาปาตีกับออมเลต มื้อเที่ยงก็ฝากท้องไว้ร้านเดิม โชคดีที่วันนี้เจ้าของร้านรู้ใจคนไทย แถมด้วยส้มตำ อร่อยดี  จากนั้นก็ขนย้ายสัมภาระเพื่อเดินทางลงจากเมืองDarjeeling ขาลงรถเราจะมีสมาชิก(เหลือ 5 คน : พระ1, สุภาพบุรุษ 4 และผู้เขียน1) น้อยลง เพราะ คุณพ่อ คุณแม่ จะอยู่เป็นเพื่อนคุณลูกที่เตรียมตตัวจะเรียนต่อที่นี่  คณะเราเดินทางลงจากDarjeeling ประมาณ 14.00. ขาลงใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงก็ถึงสถานีรถไฟ NJP หามุมสงบนั่งพักคอยเวลาที่รถไฟจะออก  ประมาณ 20.00 น. เป็นเวลา 2 คืนแล้วที่คณะเราเดินทางด้วยรถไฟ พอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย ถึงแม้จะมีเสียงกรนจากเพื่อนร่วมทาง และจากตู้นอนอื่นๆ มาเป็นระยะ ก็ไม่สามารถปลุกผู้เขียนให้ตื่นจากนิทราได้

เป็นอันเสร็จสิ้นการเดินทางวันนี้ เสียดายพระอาจารย์มีโปรแกรมมากไม่งั้นคงมีเวลาพักผ่อนชมความสวยงามของเมือง ผู้คนและธรรมชาติที่เมืองนี้อีก พวกเราทุกคนต่างประทับใจในความสวยงามของ ผู้คน บ้านเมือง ดอกไม้ และบรรยากาศ ที่เย็นสบายของเมืองนี้ (โดยเฉพาะมหาราชาพลัดถิ่น ดูจะเป็นเอามากกว่าใครถึงแม้จะลงมาจาก Darjeeling หลายวันแล้วก็ยังบ่นถึงแต่สาวสวยเมืองนี้ ) หลายคนต่างตั้งใจไว้ว่าถ้ามีโอกาสน่าจะมาพักผ่อนหลายๆวัน

 

อากาศบน