จดหมายคลายทุกข์ กำลังใจเเด่น้อง

วันที่ 11 พ.ค.52 ฉันขึ้นปฏิบัติงานที่ ward ตามปกติ หลังทำงานได้สักพักจึงเดินไปที่มุมจดหมายเข้าของชาว 3ง ปรากฎว่ามีจดหมายจ่าหน้าซองถึงทีมการพยาบาลหอผู้ป่วย 3ง วงเล็บมุมซองว่าจดหมายคลายทุกข์ กำลังใจเเด่น้อง มองไปที่ชื่อผู้ส่งจดหมาย ทำให้มั่นใจว่าเป็นจดหมายจากแม่น้องเต้ น้องเต้ที่ฉันพูดถึงป่วยด้วยโรคมะเร็งเซลล์เนื้อเยื่อระยะสุดท้ายมีลุกลามไปที่ปอดได้ประมาณ ปีกว่าแล้วและอยู่ในโปรเเกรมการดูแลของทีมนำทางคลินิกกุมารเวชกรรมของเรา เต้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2552 หลังเข้ารับการรักษาครั้งสุดท้ายที่โรงพยาบาลจตุรัส จ. ชัยภูมิ ได้ 6 วัน

 

29 เมษายน 2552

เรียนอาจารย์พัชรีและทีมเเพทย์พยาบาลหอผู้ป่วยเด็ก 3ง

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงในการให้การรักษาดูแลเอาใจใส่กับอาการเจ็บป่วยของน้องเต้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด ดิฉันมีความชื่นชมในการเอาใจใส่ ให้คำเเนะนำ ให้ความช่วยเหลือต่างๆ โอกาสนี้จึงขอขอบพระคุณทุกท่านด้วยค่ะ

           น้องเต้เข้ารับการรักษาตัวครั้งสุดท้ายที่โรงพยาบาลจตุรัสเมื่อวันที่ 2 เมษายน เวลา 18.00 น.เนื่องจากมีอาการหายใจหอบ เหนื่อยและปวดขามากเดินไม่ไหว ปวดตามเนื้อตามตัว เเพทย์ที่โรงพยาบาลจตุรัสวินิจฉัยว่า เกิดภาวะน้ำท่วมปอดจากมะเร็งในระยะเเพร่กระจาย จนกระทั่งทำให้เสียชีวิตในเวลา09.07 น. ของวันที่ 8 เมษายน ก่อนที่จะเสียเเม่ได้พูดคุยกับน้องเต้ให้นึกถึงเเต่เรื่องดีดี สิ่งดีดี ผู้มีพระคุณทั้งหลายรวมถึง ท่านอาจารย์พัชร ครูพร ทีมเเพทย์  พยาบาลหอผู้ป่วย 3ง ทุกท่าน รวมทั้งป้านิลจากมูลนิธิสายธารเเห่งความหวัง เเม่รู้สึกดีมากที่น้องเต้ได้คุยกับอาจารย์พัชรีทางโทรศัพท์ ทั้งๆที่คุณเเม่ไม่ทราบว่าอาจารย์พูดว่าอะไรบ้าง ซึ่งในขณะนั้นน้องเต้ยังรู้สึกตัว รับรู้เรื่องที่คุยและเสียงตอบรับว่า ครับ เมื่ออาจารย์วางสายเสร็จเต้ได้คุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนที่เต้เรียนอยู่จบเเล้วเต้ก็หมดลมหายใจ

           คุณเเม่รู้สึกเสียใจมาก ใจหาย วันนี้เกิดขึ้นกับเราจริงๆเหรอ ถึงเวลาเเล้วเหรอ มันเร็วเกินไป เเต่ถ้ายืดเวลาออกไปอีก เขาก็ต้องทรมานอีก ในความรู้สึกของเเม่ที่ไม่อยากเห็นลูกทรมาน บางครั้งก็เหมือนกับทำใจได้ เพราะพอจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าจากที่คุณหมอเคยพูดไว้ ถึงเเม้อาจารย์หมอจะเคยบอกไว้เเล้ว เเต่เมื่อถึงวันนี้จริงๆก็ยังเสียใจ สะเทือนใจ เมื่อใดที่มองเห็นเพื่อนร่วมชั้นเรียน นึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา มีใครพูดถึง ถามถึงก็จะรู้สึกเสียใจและสะเทือนใจทันที เเต่ก็ไม่ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ เป็นบางครั้งเท่านั้น

          ฝากเรียนถามอาจารย์พัชรีด้วยนะคะว่าหนังสือที่อาจารย์ให้น้องเต้มาอ่านเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะให้ส่งคืนหรือเปล่าถ้าไม่รับคืนคุณแม่จะบริจาคให้ห้องสมุดโรงเรียน รบกวนเวลาอาจารย์และทีมเเพทย์พยาบาลมาพอสมควรแล้ว

         สุดท้ายขอฝากให้กำลังใจผู้ปกครองและผู้ป่วยทุกคนที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งร้าย ให้มีกำลังใจต่อสู้กับปัญหาต่างๆ จนถึงที่สุด

ระลึกถึง

คุณเเม่น้องเต้

นอกจากข้อความในจดหมายเเล้วเเม่น้องเต้ยังตอบเเบประเมินความสามารถในการปรับตัวหลังสูญเสียและบอกเราผ่านเเบบประเมินมาว่า

  1. ในช่วงวันเเรกที่น้องเสียร้องไห้ ไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น และคิดอะไรไม่ออก

  2. นอนไม่หลับช่วง 4 วันเเรกหลังน้องเสียจนถึงวันเผา

  3. รู้สึกผิดว่าดูแลน้องได้ไม่ดีเท่าที่ควรช่วง 10 วันก่อนเสียชีวิต

  4. ยังเฝ้าหวลรำลึกถึงภาพความทรงจำเก่าๆ

  5. ปัจจุบันยอมรับการสูญเสีย เเต่ยังเศร้าและร้องไห้เมื่อพูดถึง เเต่สามารถทำงานได้ไปสอนหนังสือได้และรู้ว่าชีวิตต้องดำเนินต่อไป ยังมีลูกสาวคือน้องของเต้ที่ต้องดูแล

  6.  สิ่งที่ช่วยให้ดีขึ้นคือกำลังใจจากครอบครัวและญาติ ความห่วงใยจากบุคลากรทางการเเพทย์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์

  7.ต้องการให้โรงพยาบาลเป็นกำลังใจให้เละพูดคุยให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง

  8. หลังได้รับจดหมายรู้สึกดีใจและพึงพอใจมาก ที่ทีมการพยาบาลหอผู้ป่วยเด็ก

   3ง ให้ความห่วงใยและระลึกถึงครอบครัวของเรา

จดหมายฉบับนี้ได้รับอนุญาตจากคุณเเม่น้องเต้ในการเผยเเพร่เเล้วเพื่อเป็นวิทยาทาน